
ทำไม "ก้อนนิ่วในไต" บางคนกลมเกลี้ยง บางคนแหลมคล้ายปะการัง ต่างกันอย่างไร?
หายสงสัยซะที! แพทย์เฉลย "ทำไมก้อนนิ่วในไตบางคนกลมเกลี้ยง บางคนแหลมเฟี้ยวคล้ายปะการัง" รู้ความจริงแล้วจะอึ้ง
สำหรับผู้ที่เคยผ่านการรักษาหรือตรวจพบ "โรคนิ่วในไต" หลายคนมักจะเกิดความสงสัยเวลาเห็นภาพเอกซเรย์หรือก้อนนิ่วที่หลุดออกมา ว่าทำไมบางก้อนถึงมีลักษณะกลม ๆ มน ๆ ผิวเรียบเกลี้ยงดูไม่มีพิษมีภัย แต่บางก้อนกลับมีหน้าตาขรุขระ แหลมคม เต็มไปด้วยหนามแหลม หรือถึงขั้นแตกแขนงออกไปดูคล้ายกับก้อนปะการังใต้ทะเล
นพ.มาย วัน ลึก (Dr. Mai Van Luc) ผู้เชี่ยวชาญจากแผนกโรคไตทางเดินปัสสาวะและบุรุษเวชกรรม โรงพยาบาล Hospital E ได้ออกมาเฉลยความลับนี้ว่า ความแตกต่างอันน่าทึ่งของรูปทรงก้อนนิ่ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แขกอย่าคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องดวงร้าย! แต่มันมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ "ตำแหน่งที่มันก่อตัว" และ "ระยะเวลาแช่ค้าง" อยู่ในร่างกายของเราครับ
เจาะลึกกลไก: ทำไมทิศทางของ "ทำเลห้องพัก" ถึงกำหนดหน้าตาของก้อนนิ่ว
ในทางการแพทย์ นิ่วในไตเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เข้มข้นจนล้นอยู่ในน้ำปัสสาวะ เมื่อผลึกจิ๋วเหล่านี้จับตัวรวมกันตามกาลเวลา ก็จะค่อย ๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีหน้าตาตามสภาพแวดล้อมรอบตัว
หากก้อนนิ่วนั้นโชคดีไปอยู่ตรงบริเวณทางผ่านหลักที่ปัสสาวะต้องไหลผ่านอย่างสม่ำเสมอ กระแสน้ำจะทำหน้าที่เหมือนช่างเจียระไน คอยขัดเกลาผิวขรุขระให้มนลงเรื่อย ๆ จนกลมมน ตรงกันข้ามกับก้อนนิ่วที่ดวงตกไปติดอยู่ตามซอกลึกของกรวยไต ซึ่งเป็นจุดอับลมอับน้ำ ปลายแหลมของมันจะงอกเงยไปตามช่องว่างของเนื้อเยื่อ กลายเป็นนิ่วเขากวางหรือนิ่วปะการัง (Staghorn Calculi) ที่พร้อมจะทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดทรมานทุกครั้งที่ขยับตัว
นอกจากนี้ นิ่วยังมี "วงปี" คล้ายกับแกนกลางของต้นไม้ ก้อนนิ่วที่อยู่มานานจะบอกเล่าประวัติศาสตร์สุขภาพของผู้ป่วยได้เลยว่า ช่วงไหนกินน้ำน้อย ช่วงไหนกินอาหารโซเดียมสูง หรือช่วงไหนที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและทางเดินปัสสาวะ เพราะเนื้อนิ่วแต่ละชั้นจะมีเฉดสีและสารประกอบที่แปรเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมชีวิต
คำเตือนจากแพทย์: อย่ารอให้ล้นไตจนต้องผ่าตัดใหญ่
นพ.มาย วัน ลึก ได้ฝากคำเตือนสำคัญทิ้งท้ายไว้ว่า "อย่ารอจนกระทั่งก้อนนิ่วขยายใหญ่โตจนเกือบเต็มกรวยไตแล้วค่อยมาพบแพทย์" เพราะยิ่งตรวจเจอช้าเท่าไร โอกาสที่ไตจะเสื่อมสภาพหรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มีนวัตกรรมการสลายนิ่วที่ทันสมัย ช่วยรักษาเนื้อไตไว้ได้สูงสุดโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องนอนเจ็บแผลผ่าตัดยาวนานเป็นเดือน ๆ เหมือนแต่ก่อน ทว่าวิธีป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานก้นครัว คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณ 2-3 ลิตร) เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของปัสสาวะ ปรับพฤติกรรมการกินไม่ให้เค็มจัดจนตึงเปรี๊ยะ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีเพื่อเช็กสภาพไตให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
- หมอเฉลย "การช่วยตัวเอง" ยิ่งทำบ่อยๆ ยิ่งเร่งไตเสื่อม-ไตวาย จริงหรือไม่?
- หัวอกแม่สลาย! ลูกชาย ป.2 ปวดท้องหนัก ตรวจเจอ "มะเร็งลำไส้" เพราะกิน 2 เมนูนี้ตั้งแต่เด็ก

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :SOHA