เตือนสูตรไวรัล "สมูทตี้บลูเบอร์รี" ห้ามใส่คู่ผลไม้ชนิดนี้ นักโภชนาการชี้ ยิ่งดื่มผิวยิ่งพัง?!!

เตือนสูตรไวรัล "สมูทตี้บลูเบอร์รี" ห้ามใส่คู่ผลไม้ชนิดนี้ นักโภชนาการชี้ ยิ่งดื่มผิวยิ่งพัง?!!

เตือนสูตรไวรัล "สมูทตี้บลูเบอร์รี" ห้ามใส่คู่ผลไม้ชนิดนี้ นักโภชนาการชี้ ยิ่งดื่มผิวยิ่งพัง?!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สายเฮลตี้ระวังพัง! เมนูไวรัล "สมูทตี้บลูเบอร์รี" ห้ามผสมผลไม้ชนิดนี้เด็ดขาด ชี้พิกัดตัวการทำสารต้านอนุมูลอิสระหายวับ

อย่าหาทำพร้อมกัน! นักโภชนาการแฉ "บลูเบอร์รีปั่นคู่กล้วยหอม" สรุปดีจริงไหม? เผยความจริงทางเคมีที่สายบิวตี้มีช็อก

กลายเป็นสูตรเครื่องดื่มยอดฮิตที่กำลังเป็นไวรัลอย่างหนักบนโลกออนไลน์ สำหรับเมนูสมูทตี้ "บลูเบอร์รี + กล้วยหอม + นมถั่วเหลือง" ที่สายบิวตี้หลายคนนำไปปั่นดื่มตาม ๆ กัน พร้อมรีวิวว่าช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และมีออร่า ทว่าในมุมมองของนักโภชนาการกลับมีคำเตือนสำคัญที่อาจทำให้หลายคนต้องคิดใหม่ เพราะการจับคู่ผลไม้คู่นี้ส่งผลเสียต่อการดูดซึมสารอาหารอย่างคาดไม่ถึง

จาง ซินฟาง (Chang Hsin-fang) นักโภชนาการชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเตือนผู้บริโภคว่า "กล้วยหอม" อาจเป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปขัดขวางและทำลายประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของบลูเบอร์รี โดยผลการวิจัยพบว่า เมื่อนำบลูเบอร์รีไปปั่นรวมกับกล้วยหอม สารอาหารสำคัญอย่าง "ฟลาโวนอล" (Flavanols) ในบลูเบอร์รี จะมีอัตราการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ

 วิทยาศาสตร์การอาหาร: ทำไมกล้วยหอมกับบลูเบอร์รีถึงไม่ถูกกัน?

นักโภชนาการ จาง ซินฟาง ได้อธิบายผ่านแฟนเพจส่วนตัวว่า เมนูสมูทตี้สูตรดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมสูงมาก ทว่าในแง่ของเคมีอาหาร การจับคู่สารอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ผลการศึกษาพบว่าเอนไซม์ โพลีฟีนอล ออกซิเดส (PPO) ที่พบได้มากในเนื้อกล้วยหอม (เอนไซม์ชนิดเดียวกับที่ทำให้เนื้อผลไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อปอกทิ้งไว้) จะทำปฏิกิริยาเคมีเข้าไปกัดกินและทำลายสารกลุ่มฟลาโวนอลในบลูเบอร์รีอย่างรวดเร็วในระหว่างที่โดนใบมีดปั่นรวมกัน ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระไปใช้บำรุงผิวพรรณหรือต้านการอักเสบได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมองว่ากล้วยหอมเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะในตัวกล้วยและนมถั่วเหลืองยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงในแง่ของการกู้คืนพลังงานและกล้ามเนื้อ เพียงแต่ถ้าเป้าหมายหลักของผู้บริโภคคือการดื่มเพื่อหวังผลเรื่อง "งานผิวและชะลอวัย (Anti-aging)" จากบลูเบอร์รี การแยกทานกล้วยหอมเป็นผลไม้เดี่ยว ๆ หรือการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบไปจับคู่กับข้าวโอ๊ต โยเกิร์ต หรือกรีกโยเกิร์ต จะเป็นทางเลือกทางโภชนาการที่ตอบโจทย์กว่ามาก

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ติดรสชาติความนุ่มละมุนของกล้วยปั่น มีทริคแก้ไขง่าย ๆ ด้วยการบีบน้ำมะนาวสดลงไปในโถปั่นเล็กน้อย เนื่องจากสภาวะความเป็นกรดและวิตามินซีที่เข้มข้นในน้ำมะนาว มีคุณสมบัติในการช่วยลดฤทธิ์และชะลอการทำงานของเอนไซม์ PPO ในกล้วยหอมลง ทำให้ร่างกายยังคงหลงเหลือสารฟลาโวนอลจากบลูเบอร์รีให้ดูดซึมไปใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง

 

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ ของ เตือนสูตรไวรัล "สมูทตี้บลูเบอร์รี" ห้ามใส่คู่ผลไม้ชนิดนี้ นักโภชนาการชี้ ยิ่งดื่มผิวยิ่งพัง?!!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล