หมอโรคไตเตือน 5 สิ่งไม่ควรทำตอนออกกำลังกาย เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย-ไตวายเฉียบพลัน

หมอโรคไตเตือน 5 สิ่งไม่ควรทำตอนออกกำลังกาย เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย-ไตวายเฉียบพลัน

หมอโรคไตเตือน 5 สิ่งไม่ควรทำตอนออกกำลังกาย เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย-ไตวายเฉียบพลัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนสายเฮลตี้! แพทย์เผย 5 พฤติกรรมออกกำลังกายสุดอันตราย เสี่ยงไตวายเฉียบพลันจนต้องล้างไต

การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายและถนอมรักษาไตให้แข็งแรง แต่ในทางกลับกัน การออกกำลังกายที่ผิดวิธีก็อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นต้องเข้ารับการล้างไตได้

นพ.หงหย่งเสียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต จากไต้หวัน ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยว่า มีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ภายนอกดูแข็งแรงดี แต่กลับต้องถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินอย่างกะทันหันด้วยอาการ "ไตวายเฉียบพลัน" ซึ่งเมื่อเจาะลึกหาสาเหตุพบว่ามักเกิดจากความผิดพลาดในการออกกำลังกาย

1. ดื่มชานมไข่มุกหรือเครื่องดื่มหวานๆ ขณะออกกำลังกาย

จากการอ้างอิงวิจัยในวารสารสมาคมโรคไตแห่งสหรัฐอเมริกา (CJASN) พบว่า ในขณะที่ร่างกายขาดน้ำและมีเหงื่อออกมาก อัตราการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงไตจะลดลงอย่างรวดเร็ว หากดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือน้ำตาลฟรุกโตสเข้าไปในเวลานี้ การเผาผลาญน้ำตาลอย่างรวดเร็วจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในระดับเซลล์และเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยดับกระหายแล้ว ยังซ้ำเติมให้ไตขาดเลือดรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้

iStockphoto

2. อดนอนหรือป่วยแต่ยังฝืนไปเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างหนัก

หนุ่มสาววัยทำงานหลายคนมักใช้เวลาว่างหลังเลิกงานช่วงดึก หรือฝืนร่างกายที่กำลังป่วยไปออกกำลังกายเพื่อชดเชยเวลา ทว่าข้อมูลจากวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (NEJM) เตือนว่า เมื่อร่างกายเหนื่อยล้าหรือมีอาการอักเสบ ความทนทานของกล้ามเนื้อจะลดลงอย่างมาก หากยังฝืนเล่นเวทหนักๆ จะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อตายและสลายตัวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการหลั่งสาร "ไมโอโกลบิน" เข้าสู่กระแสเลือดจนไปอุดตันหลอดไต และก่อให้เกิด "ภาวะกล้ามเนื้อสลาย" (Rhabdomyolysis) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

3. กินยาแก้ปวดแล้วไปออกกำลังกายต่อ

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นเรื่องปกติจากการฝึกซ้อม แต่การกินยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) แล้วไปเล่นต่อถือเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมาก งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่ายา กลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดไตหดตัวและลดปริมาณเลือดที่ไหลไปเลี้ยงไต เมื่อรวมกับภาวะขาดน้ำจากการเสียเหงื่อในขณะออกกำลังกาย จึงเท่ากับเป็นการทำลายระบบการทำงานของไตอย่างรุนแรงเป็นสองเท่า

4. ออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดและอบอ้าว

หลายคนมีความเชื่อผิดๆ ว่าการหลั่งเหงื่ออกมามากๆ ในที่ร้อนคือการเผาผลาญไขมันที่ดี แต่วารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง เดอะ แลนเซต (The Lancet) ระบุว่า การออกกำลังกายในห้องที่อบอ้าวและไม่มีอากาศถ่ายเทจะทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายพุ่งสูงขึ้น จนเกิดสภาวะความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เพื่อระบายความร้อน ร่างกายจะดึงเลือดจากอวัยวะภายในไปเลี้ยงที่ผิวหนังแทน ส่งผลให้เซลล์ไตตายจากการขาดเลือดไปเลี้ยงในระบบหมุนเวียนโลหิตส่วนลึก

5. ออกไปกำลังกายกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน

มลพิษทางอากาศเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายระบบภายในร่างกายอย่างรุนแรง โดยวารสารสมาคมโรคไตแห่งอเมริกา (JASN) เผยผลวิจัยว่าฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงแต่ทำลายปอด แต่ยังส่งผลกระทบต่อไตโดยตรง เนื่องจากเวลาออกกำลังกาย เราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปมากกว่าปกติหลายเท่า อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้จะซึมผ่านถุงลมปอดเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายและเกิดความเครียดจากออกซิเดชัน ซึ่งจะเข้าไปทำลายระบบกรองของไตและเร่งให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

บทสรุปและคำแนะนำจากแพทย์ระบุว่า จุดประสงค์ของการออกกำลังกายคือการมีอายุที่ยืนยาว ไม่ใช่การเอาชีวิตไปเสี่ยง ดังนั้นก่อนและหลังออกกำลังกายควรจิบน้ำเปล่าเป็นระยะ หากร่างกายไม่พร้อมควรรรนอนพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ควรพึ่งพาการกินยาแก้ปวดเพื่อไปฝืนซ้อม และควรเลือกสถานที่ออกกำลังกายในร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อไม่ให้ความหวังดีในการดูแลสุขภาพกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ต้องลงเอยด้วยการล้างไต

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล