เปิด 5 อาหาร "ล้างไขมันเลว" นัตโตะ-ปลา-ชาเขียว ติดลิสต์ครบ ส่วนแชมป์หากินง่ายมาก!!

เปิด 5 อาหาร "ล้างไขมันเลว" นัตโตะ-ปลา-ชาเขียว ติดลิสต์ครบ ส่วนแชมป์หากินง่ายมาก!!

เปิด 5 อาหาร "ล้างไขมันเลว" นัตโตะ-ปลา-ชาเขียว ติดลิสต์ครบ ส่วนแชมป์หากินง่ายมาก!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"กวาดล้าง" ไขมันพอกตับ-ไขมันในช่องท้อง ด้วย 5 เมนูเด็ดที่หมอญี่ปุ่นยกนิ้วให้ ผักอันดับหนึ่งหาง่ายมากแต่คนไทยไม่ค่อยกิน

เมื่อพูดถึงไขมันส่วนเกิน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเพียงแค่ไขมันใต้ผิวหนังที่ทำให้รูปร่างดูอวบอ้วน แต่ในความเป็นจริงยังมีไขมันอีกประเภทหนึ่งที่อันตรายกว่าหลายเท่าตัว นั่นคือ "ไขมันในช่องท้อง" (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันร้ายที่คอยเกาะติดและห่อหุ้มอวัยวะภายในอย่างกระเพาะอาหาร ตับ และลำไส้ โดยมันจะทำหน้าที่เหมือน "โรงงานผลิตสารพิษ" ที่คอยปล่อยสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย

ดร. คุโด ทากาฟูมิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักชื่อดังของญี่ปุ่น เตือนว่า การสะสมของไขมันในช่องท้องในปริมาณสูงจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน TNF-alpha ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่น่ากลัวคือไขมันชนิดนี้มีความดื้อด้านสูงมาก ไม่สามารถลดได้ง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกายทั่วไป นอกจากการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว กุญแจสำคัญในการกวาดล้างไขมันร้ายนี้ออกไปจึงอยู่ที่ "เมนูอาหารในแต่ละวัน"

ล่าสุด รายการสุขภาพของสถานีโทรทัศน์ NHK ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดเผยรายชื่ออาหารสีทองที่มีคุณสมบัติในการช่วยทลายไขมันในช่องท้อง โดยอ้างอิงจากผลการลงคะแนนของแพทย์ทางคลินิกและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชั้นนำ 27 ท่าน และนี่คือ 5 วัตถุดิบเด็ดที่ได้รับการโหวตสูงสุด:

1. สาหร่ายทะเล (แชมป์เปี้ยนผู้กวาดล้างไขมัน)

แม้ว่าสาหร่ายทะเลจะเป็นเมนูพื้นฐานบนโต๊ะอาหารญี่ปุ่นหรือในซุปต่าง ๆ แต่สำหรับมื้ออาหารประจำวันของคนไทยหลายบ้าน วัตถุดิบชนิดนี้กลับไม่ค่อยถูกนำมาปรุงอาหารบ่อยนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะในผลสำรวจของแพทย์ญี่ปุ่น สาหร่ายทะเลคือ "อันดับหนึ่ง" ในการพิชิตไขมันร้าย

สาหร่ายทะเลอุดมไปด้วยใยอาหารชนิดพิเศษที่เป็นอาหารชั้นดีของโพรไบโอติกส์ (จุลินทรีย์ดีในลำไส้) ซึ่งกระบวนการย่อยนี้จะสร้างกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมไขมันเลวในลำไส้ พร้อมทั้งเปิดระบบเผาผลาญเพื่อดึงไขมันในช่องท้องมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น สาหร่ายทะเลยังให้พลังงานต่ำมาก โดยมีเพียง 16 แคลอรีต่อ 100 กรัม ช่วยให้อิ่มท้องได้นานโดยไม่สะสมเป็นไขมันใหม่

2. ข้าวบาร์เลย์ 

ข้าวบาร์เลย์เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตคุณภาพสูงที่ช่วยให้ร่างกายสะสมพลังงานได้อย่างคงที่ ช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญไขมันและเพิ่มฟังก์ชันการทำงานของระบบย่อยอาหาร

อาวุธลับของข้าวบาร์เลย์คือสาร เบต้า-กลูแคน (Beta-glucan) ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ เมื่อละลายเข้ากับของเหลวในร่างกายจะแปรสภาพเป็นเจลข้นหนืด เจลชนิดนี้จะเข้าไปช่วยลดระดับคอร์เลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร และยืดระยะเวลาความอิ่มให้ยาวนานขึ้น จึงช่วยสกัดกั้นความอยากอาหารซึ่งเป็นต้นเหตุของความอ้วนและการสะสมไขมันได้อย่างดี

3. นัตโตะ (ถั่วเน่าญี่ปุ่น)

นัตโตะ หรือถั่วเหลืองหมัก เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามิน โฟเลต โคลีน และโอเมก้า ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบหัวใจ นอกจากนี้ นัตโตะยังมีจุลินดรีย์ที่มีประโยชน์และใยอาหารปริมาณมากที่ช่วยเร่งการปลดปล่อยพลังงานและขับไขมันเลวออกจากร่างกาย ป้องกันการสะสมของสารเหนียวในหลอดเลือด

ไม่ใช่แค่เพียงนัตโตะเท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากถั่วเหลือง (เช่น เต้าหู้) ก็มีสาร เบต้า-คอนกลีซินิน (β-conglycinin) ในปริมาณสูง ซึ่งมีส่วนช่วยลดไขมันในช่องท้องเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าควรรับประทานเมนูจากถั่วเหลืองอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ

4. ชาเขียว

ชาเขียวคือเครื่องดื่มประจำชาติที่ชาวญี่ปุ่นใช้ในการดูแลรูปร่างมาอย่างยาวนาน ดร. โทชิโร่ อิเกทานิ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ระบุว่า สารแทนนินในชาเขียวมีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงกระบวนการเผาผลาญไขมัน และเข้าไปตัดลดปริมาณไขมันเลวในร่างกายโดยตรง

ขณะเดียวกัน ปริมาณคาเฟอีนตามธรรมชาติที่มีอยู่ในชาเขียวจะทำหน้าที่เป็นสารเร่งปฏิกิริยาสร้างความร้อน (Thermogenesis) ซึ่งช่วยเผาผลาญเนื้อเยื่อไขมันส่วนเกินที่ดื้อด้านได้เป็นอย่างดี

5. ปลาซาบะ และปลาซาร์ดีน

ปลาทั้งสองชนิดนี้เป็นแหล่งไขมันดีหรือโอเมก้า-3 ชั้นยอด ซึ่งช่วยลดการก่อตัวของไขมันไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้คล่องตัวขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า ปลาซาร์ดีนอุดมไปด้วย EPA และ DHA ที่ช่วยยับยั้งการพุ่งสูง của คอเลสเตอรอล ส่วนปลาซาบะนั้น แม้ปลา 1 ตัวจะให้พลังงานประมาณ 190 แคลอรี แต่กลับแทบไม่มีคาร์โบไฮเดรตเจือปน จึงเหมาะอย่างยิ่งในการนำมาบรรจุไว้ในเมนูอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการสลายไขมันในช่องท้อง

กฎเหล็ก 2 ข้อในการควบคุมการกินเพื่อสยบไขมันในช่องท้อง

เพื่อให้วัตถุดิบทั้ง 5 ชนิดข้างต้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แพทย์ญี่ปุ่นเตือนว่าจำเป็นต้องตั้งกฎเหล็กในการกินเพิ่มอีก 2 ข้อ:

  • ควบคุมแป้งและของหวานอย่างเข้มงวด: พฤติกรรมการกินแป้งขัดสีมากเกินไปคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันพอกตามอวัยวะภายใน พวกขนมเค้กและของว่างแม้จะมีชิ้นเล็กแต่ให้แคลอรีสูงลิ่ว เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมดจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันเข้าไปเกาะติดในช่องท้องทันที

  • จำกัดไขมันเลว โดยเฉพาะของทอดซ้ำ: ไขมันทรานส์และไขมันเลวที่เข้าสู่ร่างกายจะดิ่งตรงเข้าสู่กระแสเลือดและแปรสภาพเป็นไขมันในช่องท้องอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารที่ทอดด้วยอุณหภูมิสูงหรือใช้น้ำมันทอดซ้ำ จะก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระ เร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งรวมถึงโรคเรื้อรังอื่น ๆ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล