แพทย์เตือน 4 สัญญาณโรคร้าย ที่แสดงผ่าน "ริมฝีปาก" ไม่ใช่แค่แตก-ลอก-แผลหายช้า

เช็กด่วน! 4 สัญญาณอันตราย "บนริมฝีปาก" เตือนโรคร้ายแรงที่ต้องรีบไปพบแพทย์
แพทย์เตือน ปากลอก-แผลเรื้อรังไม่ยอมหาย-มุมปากแตก สัญญาณโรคร้ายแฝงในร่างกาย ระวังเป็นมะเร็งและโรคลำไส้ อย่าปล่อยผ่าน!
ริมฝีปากเป็นอวัยวะที่เราใช้งานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยหรือการรับประทานอาหาร และหลายคนมักเจอกับปัญหาปากแห้งแตกเป็นเรื่องปกติในช่วงที่อากาศเปลี่ยน แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากอาการแห้งลอกทั่วไปแล้ว ริมฝีปากยังสามารถส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคร้ายแรงบางชนิดได้อีกด้วย
ดร.เบอร์นาร์ด เจ. เฮนเนสซี (Dr. Bernard J. Hennessy) ทันตแพทย์จากรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ริมฝีปากของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามช่วงวัย และ "การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงโรคภัยไข้เจ็บได้" แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีอันตราย เช่น ริมฝีปากที่บางลงตามอายุที่มากขึ้นก็ตาม
นี่คือ 4 สัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่สามารถสังเกตได้จากริมฝีปากและช่องปาก ซึ่งหากพบควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
1. แผลเรื้อรังไม่ยอมหาย: อาจเป็นสัญญาณ "HIV"
การมีแผลเปื่อยหรือแผลโล่งอกภายในริมฝีปากและช่องปากที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ HIV (เชื้อไวรัสทำลายระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจะนำไปสู่ภาวะเอดส์ (AIDS) ในที่สุด
ดร.จอน ฮิววิตต์ (Dr. Jon Hewitt) ทันตแพทย์จากอังกฤษ ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ HIV มากถึง 70-90% จะพบรอยโรคหรือแผลในช่องปาก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
นอกจากแผลเรื้อรังแล้ว สัญญาณอื่น ๆ ในช่องปากที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ การติดเชื้อรา, เหงือกอักเสบเฉียบพลันจนเนื้อเยื่อตาย และโรคที่เรียกว่า มะเร็งคาโปซี (Kaposi Sarcoma) ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังและอวัยวะภายในชนิดหายากที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยผู้ป่วยจะเกิดจุดหรือก้อนเนื้อสีม่วงแดงขึ้นตามผิวหนังรวมถึงในช่องปากและริมฝีปากด้วย ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษา HIV ให้หายขาด แต่หากตรวจพบโรคได้เร็วและได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีสุขภาพที่แข็งแรงได้
2. ปากแห้งลอกเฉียบพลันร่วมกับไข้สูงในเด็ก: เสี่ยงเป็น "ปอดอักเสบ/ปอดบวม"
อาการปากแห้งแตกทั่วไปมักไม่มีอะไรน่ากังวล แต่หากเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กและมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย อาการริมฝีปากแห้งลอกอย่างรุนแรงอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
โรคปอดอักเสบมักเป็นอาการแทรกซ้อนที่พัฒนาตามหลังการเป็นไข้หวัดใหญ่หรือการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ แม้ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่จะมีความรุนแรงมากเป็นพิเศษในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ข้อมูลจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ระบุว่า อาการในเด็กมักจะเริ่มต้นด้วยการมีไข้, ไอ, หายใจหอบถี่ และเบื่ออาหาร เมื่อโรคเริ่มรุนแรงขึ้น ร่างกายของเด็กจะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งผาก ลอกเป็นขุย ร่วมกับมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น ปัสสาวะน้อยลง รวมถึงมีอาการซึม ตอบสนองช้า หรือไม่ค่อยรู้สึกตัว ดังนั้นหากสงสัยว่าบุตรหลานมีอาการเสี่ยงของโรคปอดอักเสบ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
3. แผลตกสะเก็ดหรือเนื้องอกที่ริมฝีปากล่าง: สัญญาณ "มะเร็งริมฝีปาก"
การเกิดแผลเปื่อย รอยแผลนูน หรือแผลตกสะเก็ดบนริมฝีปากที่ไม่มีท่าทีว่าจะสมานตัวภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ มะเร็งริมฝีปาก (Lip Cancer) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมะเร็งช่องปาก โดยข้อมูลจากมูลนิธิสุขภาพช่องปาก (Oral Health Foundation) ชี้ว่า อัตราผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและริมฝีปากพุ่งสูงขึ้นถึงเท่าตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
มะเร็งริมฝีปากมักจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังของริมฝีปาก และพบได้บ่อยที่สุดบริเวณริมฝีปากล่าง ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ Mayo Clinic เผยว่า มะเร็งริมฝีปากส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม Squamous cell carcinoma ซึ่งเป็นมะเร็งผิวชนิดหนึ่งที่หากตรวจพบในระยะแรกจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ค่อนข้างง่ายผ่านการผ่าตัดเพื่อเอาเซลล์มะเร็งออก
องค์กรวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK) ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดนี้คือ การสูบบุหรี่จัดและการปล่อยให้ริมฝีปากสัมผัสกับแสงแดดหน้าร้อนเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน วิธีลดความเสี่ยงง่าย ๆ คือการสวมหมวกปีกกว้าง ทาลิปบาล์มที่มีสารป้องกันแสงแดด (SPF) และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
4. มุมปากแตกเป็นแผลแยก: อาจเกี่ยวโยงกับ "โรคสำไส้แปรปรวน (IBS)"
หากคุณมีอาการริมฝีปากแตกเป็นแผลแยกเจ็บ ๆ บริเวณมุมปากทั้งสองข้าง หรือที่คนไทยมักเรียกว่า "โรคปากนกกระจอก" (Angular Cheilitis) สิ่งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับ โรคขยับเขยื้อนทางเดินอาหารหรือกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)
โรคปากนกกระจอกจะทำให้ผิวหนังบริเวณมุมปากแห้ง แดง เป็นสะเก็ด และแตกออกเป็นแผล ซึ่งจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยโรคสำไส้แปรปรวน (IBS) มากถึง 60% มักจะมีปัญหาในช่องปากร่วมด้วย เช่น อาการปากนกกระจอกนี้
เนื่องจากโรค IBS ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด หรือท้องผูก ซึ่งการถ่ายท้องบ่อย ๆ ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดีและเกิดภาวะขาดวิตามิน (โดยเฉพาะวิตามินบีและธาตุเหล็ก) จนแสดงอาการออกมาเป็นแผลที่มุมปากนั่นเอง อย่างไรก็ตาม อาการปากนกกระจอกยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น การติดเชื้อรา หรือการมีน้ำลายขังสะสมที่มุมปากมากเกินไป

ที่มาข้อมูล: The Sun, สำนักข่าวสุขภาพ NHS อังกฤษ, ข้อมูลระบบการแพทย์ Mayo Clinic สหรัฐฯ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี