ข่าวดีสาวๆ! เปิดโผ 7 อาหารช่วย "ลดกลิ่นอับ-สยบคัน" คืนความหอมสะอาดจากภายใน

ข่าวดีสาวๆ! เปิดโผ 7 อาหารช่วย "ลดกลิ่นอับ-สยบคัน" คืนความหอมสะอาดจากภายใน

ข่าวดีสาวๆ! เปิดโผ 7 อาหารช่วย "ลดกลิ่นอับ-สยบคัน" คืนความหอมสะอาดจากภายใน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ข่าวดีสำหรับสาวๆ! เปิดโผ 7 อาหารกินบ่อยๆ ช่วย "ลดกลิ่นอับ" ล็อกสมดุล ลดเสี่ยงน้องสาวอักเสบ

ช่วงหน้าฝนหรือหน้าร้อนที่อากาศอบอ้าวและมีความชื้นสูง ถือเป็นช่วง "ฝันร้าย" ของผู้หญิงหลายคนเลยค่ะ เพราะปัญหาความอับชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้นมักเกิดขึ้นได้ง่ายมาก และนี่คือโอกาสทองที่ทำให้เชื้อแบคทีรียและเชื้อราตัวร้ายเจริญเติบโตได้ดี จนไปทำลายค่า pH ตามธรรมชาติ และนำมาสู่โรคสะเทือนใจอย่าง "ช่องคลอดอักเสบ"

แพทย์หญิงชิว เสี่ยวเจิน (Chiu Hsiao-chen) ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เปิดเผยว่า จากสถิติพบว่าผู้หญิงทั่วโลกสูงถึง 75% ต้องเผชิญกับปัญหาน้องสาวอักเสบอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และหลายคนยังต้องเจอกับปัญหาเป็นๆ หายๆ เรื้อรังไม่จบสิ้น

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า "ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้" และ "ระบบจุลินทรีย์ในช่องคลอด" มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งแทนที่จะพึ่งพาน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ผสมสารเคมีจนเสี่ยงระคายเคือง การเลือกเปลี่ยนเมนูอาหารในแต่ละวันนี่แหละคือ "กุญแจทอง" ที่ช่วยบำรุงน้องสาวให้สุขภาพดี สะอาด และไร้กลิ่นจากภายในสู่ภายนอก และนี่คือ 7 อาหารใกล้ตัวที่หมอชิวแนะนำให้กินเป็นประจำ

1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (สูตรไม่เติมน้ำตาล)

ตามธรรมชาติแล้ว ช่องคลอดของผู้หญิงจะมีกลไกปกป้องตัวเองด้วยสภาวะที่เป็นกรดอ่อนๆ (ค่า pH ที่สมดุลจะอยู่ที่ 3.8 ถึง 4.5) โดยมีฮีโร่สำคัญคือจุลินทรีย์ดีกลุ่ม แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิคุ้มกันเราตกหรือกินยาปฏิชีวนะ จุลินทรีย์ดีจะลดลง ทำให้เชื้อราตัวร้าย (Candida) บุกจู่โจมทันที

การกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่ใส่น้ำตาล จะช่วยเติมจุลินทรีย์กรดแลคติกเข้าไปจัดระเบียบและคืนความสมดุลในช่องคลอด ช่วยยับยั้งไม่ให้เชื้อโรคตัวร้ายเกาะผนังช่องคลอด สยบอาการคัน และไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีมาก ข้อควรระวังคือ ต้องเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลเท่านั้น เพราะน้ำตาลคืออาหารอันโอชะที่ทำให้เชื้อราเติบโตได้ดีขึ้นค่ะ

2. กระเทียม

แม้หลายคนจะเบือนหน้าหนีเพราะกลัวกลิ่นปาก แต่ในโลกของสุขภาพช่องคลอด กระเทียมคือ "ตัวแม่สายปราบเชื้อโรค" เลยค่ะ เพราะในกระเทียมมีสาร อัลลิซิน (Allicin) สูงมาก ซึ่งสารนี้มีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติที่ช่วยต้านการอักเสบได้อย่างทรงพลัง

เมื่ออัลลิซินเข้าสู่ร่างกาย จะตรงเข้ายับยั้งและทำลายเชื้อแบคทีเรียกับเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ ช่วยลดอาการแสบคัน และเคลียร์ปัญหาตกขาวผิดปกติให้กลับมาเป็นปกติได้ง่ายๆ แค่เพิ่มกระเทียมลงไปในเมนูผัดผักในมื้ออาหารก็ช่วยเซฟน้องสาวได้แล้วค่ะ

3. มะนาว

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนรวมถึงพฤติกรรมการล้างทำความสะอาดที่ผิดวิธี สามารถทำให้ค่า pH ของจุดซ่อนเร้นรวนได้ แม้มะนาวจะมีฤทธิ์เป็นกรดภายนอก แต่เมื่อผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว มะนาวจะช่วยปรับสมดุลความเป็นด่างและรักษาค่า pH ที่ดีให้แก่ช่องคลอด

นอกจากนี้ วิตามินซีเข้มข้นในมะนาวยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นกองกำลังสำคัญในการกำจัดและยับยั้งอาการอักเสบในระยะเริ่มต้นไม่ให้ลุกลามอีกด้วย

4. อะโวคาโด

ปัญหาช่องคลอดแห้ง แสบ และระคายเคือง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงวัยทองเท่านั้น แต่ปัจจุบันพบในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้นเนื่องจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ซึ่งอะโวคาโดนั้นอุดมไปด้วยไขมันดีและกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) จำนวนมาก

กลไกของอะโวคาโดจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้แก่เนื้อเยื่อ ส่งผลให้ผนังช่องคลอดมีความยืดหยุ่น ลดอาการแห้งแสบ และป้องกันการบาดเจ็บถลอกบริเวณจุดซ่อนเร้น

5. มันเทศ

มันเทศเป็นแหล่งรวมของวิตามินเอ (Vitamin A) ที่สูงมาก ซึ่งวิตามินชนิดนี้คือตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงได้อย่างสมดุล

ในแง่ของโครงสร้างร่างกาย วิตามินเอมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่เซลล์เยื่อบุและผนังมดลูก ทำให้เกิดเป็นเกราะป้องกันที่หนาแน่น เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณจุดซ่อนเร้นแข็งแรงและกระชับ เชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกก็จะไม่สามารถบุกรุกเข้าไปฝังตัวลึกภายในได้ค่ะ

6. ผักตระกูลกะหล่ำและผักใบเขียว

ผักใบเขียวเข้ม (เช่น ผักกาดกวางตุ้ง บรอกโคลี) เป็นกลุ่มผักที่มีสารออกซาเลต (Oxalate) ต่ำมาก แต่อัดแน่นไปด้วยไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ ซึ่งไฟเบอร์จากผักเหล่านี้จะไปเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้ ส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงระบบจุลินทรีย์ในช่องคลอด

ขณะเดียวกัน สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยลดการอักเสบภายใน และกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณจุดซ่อนเร้นทำงานได้ดี ช่วยล็อกความสะอาดและทำให้น้องสาวโปร่งสบายสุขภาพดีค่ะ

7. น้ำสะอาด

สาวๆ หลายคนกลุ้มใจกับปัญหาน้องสาวมีกลิ่นอับ แต่กลับมองข้ามเรื่องง่ายๆ อย่างการ "ดื่มน้ำ" ไปซะสนิท เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นสูงและกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลิ่นของจุดซ่อนเร้น

การดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 1,500 ถึง 2,000 มิลลิลิตร จะช่วยให้ไตขับของเสียได้ดีขึ้น การขับถ่ายปัสสาวะที่สม่ำเสมอจะทำหน้าที่เหมือนระบบล้างท่อตามธรรมชาติ คอยชะล้างแบคทีเรียตัวร้ายที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุให้หลุดออกไป ช่วยเคลียร์กลิ่นอับได้อย่างหมดจดแน่นอน

ที่มาข้อมูล: Eonway Health, Common Health, Soha News

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล