"เจ็บตับ" เพียงเพราะ 1 นิสัย "กินผัก" โดนไชตับจนเป็นอุโมงค์ หนุ่มใหญ่จบที่โรงพยาบาล!!

"เจ็บตับ" เพียงเพราะ 1 นิสัย "กินผัก" โดนไชตับจนเป็นอุโมงค์ หนุ่มใหญ่จบที่โรงพยาบาล!!

"เจ็บตับ" เพียงเพราะ 1 นิสัย "กินผัก" โดนไชตับจนเป็นอุโมงค์ หนุ่มใหญ่จบที่โรงพยาบาล!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สายผักสดต้องดู! หนุ่มใหญ่นึกว่าท้องอืด ที่ไหนได้ "พยาธิใบไม้ตับ" ไชจนตับเป็นอุโมงค์

หลายคนอาจไม่คาดคิดว่านิสัยการกินผักที่ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพ กลับกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตับต้องรับภาระหนักอย่างคาดไม่ถึง เหมือนกรณีของชายจากเมืองฟู้เถาะ ประเทศเวียดนามรายนี้

อาการนึกว่าแค่ "ท้องอืด" แต่ความจริงคือ "พยาธิกินตับ"

คนไข้ชายวัย 42 ปี เข้ารับการตรวจด้วยอาการ ปวดตื้อๆ บริเวณใต้ชายโครงขวา ต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน พร้อมมีอาการเบื่ออาหารและผื่นคันตามผิวหนัง ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงอาการอาหารไม่ย่อยทั่วไปเพราะไม่มีไข้หรือไม่เจียน

แต่เมื่อแพทย์ซักประวัติพบว่า เขามี นิสัยชอบกินผักสดเป็นประจำ โดยเฉพาะผักที่กินคู่กับขนมจีนหรือก๋วยเตี๋ยว เช่น ผักแขยง และผักกาดเขียว...

ผลการตรวจที่น่าตกใจ:

  • ตรวจเลือด: พบเม็ดเลือดขาวชนิดอีโอซิโนฟิล (Eosinophil) พุ่งสูงถึง 31.3% (ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของการติดเชื้อพยาธิ)

  • ตรวจอัลตราซาวด์และ CT Scan: พบรอยโรคบริเวณตับด้านซ้าย ซึ่งมีลักษณะการทำลายเนื้อเยื่อตับโดยพยาธิใบไม้ตับ

  • การวินิจฉัย: เขาเป็น ฝีในตับจากพยาธิใบไม้ตับตัวใหญ่ และต้องเข้ารับการรักษาด้วยยาเฉพาะทางทันที

"พยาธิใบไม้ตับตัวใหญ่" อันตรายแค่ไหน?

พยาธิชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในสัตว์กินหญ้า เช่น วัว ควาย และแพะ มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากการ กินผักสดที่ขึ้นในน้ำ หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนตัวอ่อนพยาธิ

เมื่อตัวอ่อนเข้าสู่ร่างกาย มันจะชอนไชทะลุผนังลำไส้เข้าไปที่ตับ ทำลายเนื้อเยื่อตับจนเกิดการอักเสบ เลือดออก และเนื้อตาย จนกลายเป็นฝีในตับขนาด 0.5-2 เซนติเมตร

จุดที่น่ากลัว: เส้นทางการเดินทางของพยาธิในตับจะทำให้เกิดรอยโรคที่มีลักษณะเป็น "อุโมงค์คดเคี้ยว" ยาวหลายเซนติเมตร ซึ่งเป็นภาพที่แพทย์ใช้ยืนยันการวินิจฉัยพยาธิใบไม้ตับโดยเฉพาะ

หากปล่อยไว้จนพยาธิโตเต็มวัยในท่อน้ำดี จะทำให้ท่อน้ำดีอักเสบ ตีบตัน และนำไปสู่ภาวะ ตับแข็งจากท่อน้ำดีอุดตัน หรือพยาธิอาจไชไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด สมอง หรือเบ้าตา ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้

7 สัญญาณเตือนที่ "สายผักสด" ห้ามมองข้าม

เนื่องจากอาการติดเชื้อพยาธิมักไม่ชัดเจนและคล้ายกับโรคทางเดินอาหารทั่วไป หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์:

  1. ปวดตื้อๆ บริเวณใต้ชายโครงขวา

  2. เบื่ออาหาร ผอมลง

  3. อ่อนเพลียเรื้อรัง

  4. มีผื่นคันตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ

  5. มีไข้ต่ำๆ ต่อเนื่อง

  6. ระบบขับถ่ายผิดปกติ

  7. ผลเลือดพบเม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลสูง

วิธีป้องกัน "พยาธิกินตับ" ฉบับทำได้จริง

  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ: ยึดหลักอาหารปรุงสุกใหม่เสมอ

  • เลี่ยงผักน้ำแบบดิบ: ผักที่ขึ้นในน้ำ (เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักแขยง) ควรต้มให้สุกก่อนกิน เพราะล้างด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวอาจกำจัดตัวอ่อนพยาธิไม่หมด

  • ล้างผักให้ถูกวิธี: หากต้องกินดิบ ควรล้างผ่านน้ำไหลหลายๆ รอบ

  • ถ่ายพยาธิตามกำหนด: ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อกินยาถ่ายพยาธิประจำปี

  • ใช้แหล่งน้ำที่สะอาด: หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ต้มสุก

อย่าปล่อยให้อาการปวดท้องเล็กๆ หรือผื่นคันตามตัวเป็นเรื่องปกติครับ โดยเฉพาะใครที่ชอบกินผักสดเป็นชีวิตจิตใจ การหมั่นสังเกตตัวเองและตรวจสุขภาพประจำปีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ก่อนที่ "แขกไม่ได้รับเชิญ" จะเข้าไปสร้างอุโมงค์ในร่างกายของคุณ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล