อย่าหาว่าไม่เตือน! หมอดังเผย 1 นิสัย "กินมื้อเที่ยง" สุดอันตราย ยอมรับเองเมื่อก่อนก็พลาด

อย่าหาว่าไม่เตือน! หมอดังเผย 1 นิสัย "กินมื้อเที่ยง" สุดอันตราย ยอมรับเองเมื่อก่อนก็พลาด

อย่าหาว่าไม่เตือน! หมอดังเผย 1 นิสัย "กินมื้อเที่ยง" สุดอันตราย ยอมรับเองเมื่อก่อนก็พลาด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปรับด่วน! แพทย์ NHS เผยความอันตรายของการ "กินเร็วเกินไป" เสี่ยงกรดไหลย้อน-เบาหวานมากกว่าที่คิด

แนะนำพฤติกรรมการทานอาหารที่ถูกต้อง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยกี่นาทีถึงจะปลอดภัยต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารมื้อกลางวันด้วยความเร่งรีบเพื่อให้ทันเวลาเข้างาน หรือการรับประทานท่ามกลางตารางงานที่อัดแน่น อาจดูเป็นเรื่องปกติในวิถีชีวิตคนเมือง แต่ ดร.อามีร์ ข่าน (Amir Khan) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปจากหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า พฤติกรรมดังกล่าวกำลังทำลายสุขภาพในระยะยาวอย่างรุนแรง

การย่อยอาหารไม่ได้เริ่มที่ "กระเพาะ" แต่เริ่มที่ "ปาก"

ดร.อามีร์ ระบุว่ากระบวนการย่อยอาหารที่สมบูรณ์ต้องเริ่มตั้งแต่อาหารสัมผัสกับช่องปาก การรับประทานที่เร็วเกินไปจะข้ามขั้นตอนสำคัญดังนี้:

  • การเคี้ยวไม่ละเอียด: ทำให้อาหารชิ้นใหญ่ลงสู่กระเพาะอาหารโดยตรง บีบให้ระบบย่อยต้องทำงานหนักกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย
  • ขาดเอนไซม์อะไมเลส (Amylase): การเคี้ยวช้าๆ จะช่วยให้น้ำลายผสมกับอาหารได้ดี ซึ่งในน้ำลายมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตตั้งแต่ในปาก
  • ความเสี่ยงกรดไหลย้อน: การรับประทานเร็วเกินไปเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน (GERD)

สมองต้องการเวลา 20 นาที เพื่อรับรู้ความอิ่ม

นอกจากปัญหาทางเดินอาหารแล้ว ความเร็วในการรับประทานยังมีผลกระทบต่อระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัว เนื่องจากสมองต้องการเวลาประมาณ 20 นาที ในการรับสัญญาณจากฮอร์โมนว่าร่างกายได้รับอาหารเพียงพอแล้ว

การรับประทานที่เร็วเกินไปจึงมักนำไปสู่ภาวะ Overeating หรือการรับประทานเกินความจำเป็น ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและการดื้อต่ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และเกิดการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย

แนวทางการรับประทานเพื่อสุขอนามัยที่ดี

จากการศึกษาร่วมกับ ดร.ไซ กฤษณะ กูดี (Sai Krishna Gudi) มหาวิทยาลัยแมนิโทบา ระบุว่าระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละมื้อคือ 10–20 นาที โดยมีข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ ดังนี้:

  1. เคี้ยวให้ครบจำนวนครั้ง: แนะนำให้เคี้ยวอาหารต่อคำประมาณ 15–20 ครั้ง เพื่อให้ละเอียดที่สุด
  2. วางช้อนส้อมระหว่างคำ: เทคนิคนี้จะช่วยชะลอความเร็วในการตักอาหารคำถัดไปได้โดยอัตโนมัติ
  3. ใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาทีต่อมื้อ: เพื่อให้ร่างกายและสมองทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการ "รีบทาน" เป็น "ค่อยๆ เคี้ยว" อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพโดยรวม การให้เวลาเพียงพอแก่ร่างกายในมื้อกลางวันไม่เพียงแต่ช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์อย่างท้องอืดหรือกรดไหลย้อน แต่ยังเป็นการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

 

อ้างอิงข้อมูล: ดร.อามีร์ ข่าน (NHS) และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนิโทบา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล