"ดื่มนม" ช่วยต้านสโตรก ลดโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ได้ 10% วิจัยญี่ปุ่นคอนเฟิร์ม : เช็กข่าวชัวร์

"ดื่มนม" ช่วยต้านสโตรก ลดโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ได้ 10% วิจัยญี่ปุ่นคอนเฟิร์ม : เช็กข่าวชัวร์

"ดื่มนม" ช่วยต้านสโตรก ลดโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ได้ 10% วิจัยญี่ปุ่นคอนเฟิร์ม : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กข้อเท็จจริง งานวิจัยญี่ปุ่นเผยดื่มนมวันละ 1 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก 10% จริงหรือไม่?

ในแวดวงสุขภาพออนไลน์มีการส่งต่อข้อมูลอ้างอิงงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นระบุว่า การดื่มนมวัวในปริมาณ 1 แก้ว หรือประมาณ 180 กรัมต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ถึง 10% พร้อมระบุว่าสารอาหารในนมช่วยควบคุมความดันโลหิตและส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต จนทำให้เกิดความสนใจและแชร์ต่อข้อมูลดังกล่าวเป็นจำนวนมากในฐานะแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันอัมพฤกษ์อัมพาต

จากการตรวจสอบที่มาของข้อมูลและรายละเอียดจากงานวิจัยดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนตามหลักการแพทย์และโภชนาการ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการคัดกรอง ข่าวปลอม และ Fake News ที่อาจบิดเบือนข้อเท็จจริงเชิงวิชาการจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการรักษาโรค

คำถาม

ข้อมูลที่ระบุว่าการดื่มนมวันละ 1 แก้ว (180 กรัม) สามารถลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้ 10% และช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้นับหมื่นคนตามงานวิจัยของญี่ปุ่น เป็นเรื่องจริงหรือไม่?

การตรวจสอบ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ข้อมูลดังกล่าวมีที่มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านโภชนาการ "Nutrients" โดยทีมนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์แบบจำลองสถานการณ์ (Simulation Analysis) ในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 30 ถึง 79 ปี โดยใช้ระยะเวลาคาดการณ์ผลกระทบในระยะ 10 ปี

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า หากประชากรเพิ่มปริมาณการดื่มนมจากค่าเฉลี่ยเดิม (ประมาณ 61.8 กรัมต่อวัน) ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 180 กรัมต่อวัน จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยรวมได้ประมาณ 7% และในบางกลุ่มประชากรอาจลดความเสี่ยงได้สูงสุดถึง 10.6% ซึ่งนักวิจัยอธิบายเหตุผลว่านมเป็นแหล่งสำคัญของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยควบคุมความดันโลหิตและทำให้หลอดเลือดคลายตัว

อย่างไรก็ตาม กองบรรณาธิการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่างานวิจัยนี้เป็นการทำแบบจำลองทางสถิติเพื่อพยากรณ์ผลลัพธ์ในระดับประชากร ไม่ใช่การการันตีผลในตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว และต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น การควบคุมอาหารประเภทเค็มจัด และการออกกำลังกาย นอกจากนี้ในรายงานยังระบุถึงแนวโน้มการดื่มนมที่ลดลงในหลายประเทศรวมถึงอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญอย่าง วิตามินบี 12 และไอโอดีน ได้หากไม่ได้รับทดแทนจากแหล่งอื่น

ข้อเท็จจริง

ข้อความดังกล่าว "เป็นความจริงตามรายงานงานวิจัย" โดยงานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุว่าการบริโภคนมในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้จริงผ่านการได้รับแร่ธาตุที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรเลือกดื่มนมในปริมาณที่พอเหมาะและคำนึงถึงสภาพร่างกายของตนเอง เช่น ผู้ที่มีภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตสหรือมีไขมันในเลือดสูงควรปรึกษาแพทย์หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

 

อ้างอิง

  1. Nutrients Journal (วารสารวิชาการด้านโภชนาการ)
  2. รายงานผลการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคนมและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองโดยทีมนักวิจัยญี่ปุ่น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล