งานวิจัยสรุปชัด การทำ IF เป็น "ทางลัด" ลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกันรึเปล่า?

สรุปชัด! ทำ IF แล้วน้ำหนักไม่ลด? อาจเพราะมันอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
ใครที่กำลังทำ IF เพราะหวังว่ามันคือ "สูตรมหัศจรรย์" ที่จะช่วยเบิร์นไขมันได้เร็วกว่าคนอื่น อาจต้องหยุดฟังทางนี้! เพราะงานวิจัยล่าสุดออกมาเฉลยแล้วว่าจริงๆ แล้ว IF ไม่ได้มีพลังวิเศษไปกว่าการคุมอาหารแบบปกติเลย วันนี้ผมสรุปเนื้อหาสำคัญจากรีวิวงานวิจัยระดับโลกมาให้ฟังว่า ทำไมเราถึงไม่ควรยึดติดกับตัวเลขบนตาชั่งจากการทำ IF เพียงอย่างเดียว และทำไมการปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองถึงสำคัญที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญชี้ การทำ IF อาจไม่ใช่ "ทางลัด" ในการลดน้ำหนักอย่างที่หลายคนเข้าใจ
รายงานฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Cochrane Database of Systematic Reviews ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจาก 22 งานวิจัย (ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 2,000 คน) พบว่า การทำ IF ไม่ว่าจะเป็นสูตร 5:2 หรือการจำกัดช่วงเวลาการกิน (Time-Restricted Eating) แทบไม่มีความแตกต่าง กับการลดน้ำหนักด้วยวิธีจำกัดแคลอรีแบบดั้งเดิม
Luis Garegnani หัวหน้าทีมวิจัยจาก Universidad Hospital Italiano de Buenos Aires แสดงความกังวลต่อกระแสในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า "แม้ IF จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับบางคน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความตื่นตัว (Enthusiasm) ที่เราเห็นกันในโซเชียลมีเดีย"
ความเข้าใจผิดเรื่อง "ระบบเผาผลาญพิเศษ"
หนึ่งในเหตุผลที่คนหันมาทำ IF คือความเชื่อที่ว่าการอดอาหารจะส่งผลพิเศษต่อระบบเมแทบอลิซึม (Metabolism) แต่ ศาสตราจารย์ Keith Frayn ผู้เชี่ยวชาญด้านเมแทบอลิซึมจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่า งานวิจัยนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อเหล่านั้นอาจไม่เป็นความจริง
เขาย้ำว่า "ไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบรวดเร็ว (Quick Fix)" สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน นอกเหนือไปจากการลดปริมาณแคลอรีที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
IF ยังมีประโยชน์อยู่บ้างไหม?
แม้ในแง่ของ "ตัวเลขบนเครื่องชั่ง" IF อาจไม่ได้ชนะขาดลอย แต่นักวิจัยก็ยอมรับว่ามันอาจส่งผลดีในมิติอื่นๆ เช่น:
- ช่วยควบคุมพฤติกรรม: สำหรับบางคน การกำหนดเวลาที่ชัดเจนช่วยให้พวกเขา "กินน้อยลง" โดยอัตโนมัติ
- ตัวชี้วัดสุขภาพ: มีข้อบ่งชี้ว่าอาจช่วยเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล และสุขภาพลำไส้ แต่ยังต้องการการวิจัยที่เจาะจงมากกว่านี้
ข้อควรระวัง: บทวิจัยยืนยันชัดเจนว่าเมื่อหยุดทำน้ำหนักอาจดีดกลับ
บทสรุป: ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "ความเฉพาะตัว"
ดร. Eva Madrid หนึ่งในทีมวิจัยอาวุโส ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "ร่างกายของทุกคนไม่เหมือนกัน" แพทย์จึงควรให้คำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล (Case-by-case) มากกว่าการใช้สูตรสำเร็จรูป
ดังนั้น หากคุณกำลังทำ IF และรู้สึกว่ามันเข้ากับไลฟ์สไตล์และช่วยให้คุณคุมอาหารได้ดีขึ้น ก็สามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้าคุณหวังว่ามันจะเป็น "ปาฏิหาริย์" ที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่าการคุมอาหารปกติ ผลวิจัยนี้บอกชัดเจนแล้วว่า "มันแทบไม่ต่างกัน" แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่ามีความตั้งใจมากแค่ไหน
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)