งานวิจัยสรุปชัด การทำ IF เป็น "ทางลัด" ลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกันรึเปล่า?

งานวิจัยสรุปชัด การทำ IF เป็น "ทางลัด" ลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกันรึเปล่า?

งานวิจัยสรุปชัด การทำ IF เป็น "ทางลัด" ลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกันรึเปล่า?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สรุปชัด! ทำ IF แล้วน้ำหนักไม่ลด? อาจเพราะมันอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

ใครที่กำลังทำ IF เพราะหวังว่ามันคือ "สูตรมหัศจรรย์" ที่จะช่วยเบิร์นไขมันได้เร็วกว่าคนอื่น อาจต้องหยุดฟังทางนี้! เพราะงานวิจัยล่าสุดออกมาเฉลยแล้วว่าจริงๆ แล้ว IF ไม่ได้มีพลังวิเศษไปกว่าการคุมอาหารแบบปกติเลย วันนี้ผมสรุปเนื้อหาสำคัญจากรีวิวงานวิจัยระดับโลกมาให้ฟังว่า ทำไมเราถึงไม่ควรยึดติดกับตัวเลขบนตาชั่งจากการทำ IF เพียงอย่างเดียว และทำไมการปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองถึงสำคัญที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญชี้ การทำ IF อาจไม่ใช่ "ทางลัด" ในการลดน้ำหนักอย่างที่หลายคนเข้าใจ

รายงานฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Cochrane Database of Systematic Reviews ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจาก 22 งานวิจัย (ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 2,000 คน) พบว่า การทำ IF ไม่ว่าจะเป็นสูตร 5:2 หรือการจำกัดช่วงเวลาการกิน (Time-Restricted Eating) แทบไม่มีความแตกต่าง กับการลดน้ำหนักด้วยวิธีจำกัดแคลอรีแบบดั้งเดิม

Luis Garegnani หัวหน้าทีมวิจัยจาก Universidad Hospital Italiano de Buenos Aires แสดงความกังวลต่อกระแสในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า "แม้ IF จะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับบางคน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนความตื่นตัว (Enthusiasm) ที่เราเห็นกันในโซเชียลมีเดีย"

ความเข้าใจผิดเรื่อง "ระบบเผาผลาญพิเศษ"

หนึ่งในเหตุผลที่คนหันมาทำ IF คือความเชื่อที่ว่าการอดอาหารจะส่งผลพิเศษต่อระบบเมแทบอลิซึม (Metabolism) แต่ ศาสตราจารย์ Keith Frayn ผู้เชี่ยวชาญด้านเมแทบอลิซึมจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่า งานวิจัยนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อเหล่านั้นอาจไม่เป็นความจริง

เขาย้ำว่า "ไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบรวดเร็ว (Quick Fix)" สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน นอกเหนือไปจากการลดปริมาณแคลอรีที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน

IF ยังมีประโยชน์อยู่บ้างไหม?

แม้ในแง่ของ "ตัวเลขบนเครื่องชั่ง" IF อาจไม่ได้ชนะขาดลอย แต่นักวิจัยก็ยอมรับว่ามันอาจส่งผลดีในมิติอื่นๆ เช่น:

  • ช่วยควบคุมพฤติกรรม: สำหรับบางคน การกำหนดเวลาที่ชัดเจนช่วยให้พวกเขา "กินน้อยลง" โดยอัตโนมัติ
  • ตัวชี้วัดสุขภาพ: มีข้อบ่งชี้ว่าอาจช่วยเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล และสุขภาพลำไส้ แต่ยังต้องการการวิจัยที่เจาะจงมากกว่านี้

ข้อควรระวัง: บทวิจัยยืนยันชัดเจนว่าเมื่อหยุดทำน้ำหนักอาจดีดกลับ

บทสรุป: ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "ความเฉพาะตัว"

ดร. Eva Madrid หนึ่งในทีมวิจัยอาวุโส ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "ร่างกายของทุกคนไม่เหมือนกัน" แพทย์จึงควรให้คำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล (Case-by-case) มากกว่าการใช้สูตรสำเร็จรูป

ดังนั้น หากคุณกำลังทำ IF และรู้สึกว่ามันเข้ากับไลฟ์สไตล์และช่วยให้คุณคุมอาหารได้ดีขึ้น ก็สามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้าคุณหวังว่ามันจะเป็น "ปาฏิหาริย์" ที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่าการคุมอาหารปกติ ผลวิจัยนี้บอกชัดเจนแล้วว่า "มันแทบไม่ต่างกัน" แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่ามีความตั้งใจมากแค่ไหน

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. Healthline
  2. Intermittent fasting for adults with overweight or obesity
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล