จี้ผู้ประกอบการใช้สิทธิGSPกระตุ้นส่งออก

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 3 ไตรมาสแรก ของปี 2553 ไทยส่งออกภายใต้สิทธิ GSP ทุกระบบมีมูลค่า 9,485.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 23 ปัจจุบันไทย ได้รับสิทธิ GSP จากประเทศต่างๆ รวม 44 ประเทศ
ได้แก่ สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ แคนาดา ตุรกี และกลุ่ม CIS (รัสเซีย และรัฐอิสระ รวม 11 ประเทศ) โดยประเทศที่ใช้สิทธิ GSP สูง ได้แก่ สหภาพยุโรป (5,763.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) สินค้าที่มีมูลค่า การใช้สิทธิ GSP สูง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องประดับทำจากเงิน ยานยนต์สำหรับขนส่ง ยางเรเดียลรถยนต์นั่ง เลนส์แว่นตา ถุงมือยาง ยางเรเดียลรถบรรทุก เครื่องปรับอากาศ กุ้งแช่แข็ง กุ้งปรุงแต่ง เป็นต้น อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้สิทธิ GSP ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2553 ผู้ส่งออก มีมูลค่าใช้สิทธิเพิ่มขึ้นกว่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นกับทุกประเทศที่ให้สิทธิ GSP ส่งผลให้สินค้าจากไทย ที่ส่งออกไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP สามารถลดหย่อนภาษีนำเข้าได้กว่า 380 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ซึ่งโครงการ GSP เป็นการสนับสนุนเพิ่มมูลค่าส่งออก โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศตลาดหลัก อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐฯ และตลาดใหม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกควรเร่งใช้ประโยชน์จากสิทธิ GSP ที่ไทยยังคงได้รับให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออกไปตลาด ที่ให้สิทธิ GSP ให้มากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย