หมอจีนเตือน 4 มื้อเช้า "พังตับ" ไวกว่าดื่มเหล้า ไม่ใช่แค่ชานม-ปาท่องโก๋ คนไทยกินประจำ!!

หมอจีนเตือน 4 มื้อเช้า "พังตับ" ไวกว่าดื่มเหล้า ไม่ใช่แค่ชานม-ปาท่องโก๋ คนไทยกินประจำ!!

หมอจีนเตือน 4 มื้อเช้า "พังตับ" ไวกว่าดื่มเหล้า ไม่ใช่แค่ชานม-ปาท่องโก๋ คนไทยกินประจำ!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอกาแฟ-สายปาท่องโก๋สะดุ้ง! หมอเตือน "มื้อเช้าแบบนี้" เสี่ยงไขมันพอกตับ โดยไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าศัตรูอันดับหนึ่งของ "ตับ" คือ "แอลกอฮอล์" แต่ความจริงแล้ว นายแพทย์หวัง จินหลาน (Wang Jinlan) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากจีนออกมาเตือนว่า พฤติกรรมการกินมื้อเช้าผิดๆ บางอย่าง อาจทำลายตับได้รุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าการดื่มเหล้าเสียอีก!

อุทาหรณ์: ไม่ดื่มเหล้า-ออกกำลังกาย แต่ตับพังเพราะ "มื้อเช้า"

คุณหมอยกเคสผู้ป่วยชายวัย 40 ปี ที่แทบไม่แตะแอลกอฮอล์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่กลับตรวจพบภาวะ "ไขมันพอกตับรุนแรง" หลังจากมีอาการปวดท้อง สาเหตุสืบเนื่องมาจากเขามีพฤติกรรมชอบทานมื้อเช้าด้วย "ของทอด" (เช่น ปาท่องโก๋) คู่กับ "กาแฟใส่น้ำตาลเยอะๆ" เพื่อให้ตื่นตัวทุกเช้า

คุณหมอเตือนว่า ช่วงเช้าหลังตื่นนอนคือช่วงที่ตับเปราะบางที่สุด หากเรารับสิ่งเหล่านี้เข้าไป จะเป็นการซ้ำเติมตับให้ทำงานหนักจนทรุดโทรม และนี่คือ 4 พฤติกรรมมื้อเช้าที่ "ทำลายตับ" โดยไม่รู้ตัว:

1. ดื่มกาแฟแทนข้าว หรือ ดื่มตอนท้องว่าง

หลายคนใช้วิธีดื่มกาแฟแก้วเดียวจบเพื่อปลุกร่างกาย แต่การรับคาเฟอีนตอนท้องว่างจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารกระตุ้นเร็วเกินไป ส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญของตับโดยตรง และยังกระตุ้นกรดในกระเพาะ นานวันเข้าจะทำให้ประสิทธิภาพการขับสารพิษของตับลดลง และเสี่ยงต่อไขมันพอกตับจากการเผาผลาญที่ผิดเพี้ยน

2. มื้อเช้าที่ "หวานเจี๊ยบ" (น้ำตาลสูง)

ขนมปังหวานๆ, ชานม หรือน้ำผลไม้กล่อง การทานของหวานๆ ตอนเช้าที่ขาดกากใย จะทำให้ตับเจอภาวะ "Fructose Shock" น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ตับต้องรีบเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไขมันสะสม สะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรังได้เลย

3. ของทอด-ของมัน (ปาท่องโก๋, ผัดซีอิ๊ว, บะหมี่ผัด)

เมนูยอดฮิตอย่าง ปาท่องโก๋ หรืออาหารจานด่วนที่น้ำมันเยิ้มๆ อัดแน่นไปด้วยไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลเลว การกินของมันๆ ตั้งแต่เช้าทำให้ตับต้องทำงานหนักเกินกำลัง (Overload) เพื่อย่อยไขมัน และกำจัดสารพิษจากน้ำมันที่ทอดซ้ำ เสี่ยงต่อโรคตับแข็งไวที่สุด

4. ไม่กินมื้อเช้าเลย (อันตรายที่สุด!)

การอดอาหารเช้า บีบให้ตับต้องรีดเค้นพลังงานสำรอง (Glycogen) และสลายไขมันออกมาใช้เพื่อพยุงร่างกาย ก่อให้เกิดความเครียดในระดับเซลล์ตับ ทำให้ตับอักเสบและเสื่อมสภาพเร็วกว่าคนที่ทานอาหารเช้าปกติ

ทางออก: กู้ชีพตับด้วย "กฎ 9 โมงเช้า"

คุณหมอแนะนำว่า เพื่อรักษาตับให้แข็งแรง ควรทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย "ก่อน 9 โมงเช้า" เน้นโปรตีนดี ผัก และธัญพืช กินแค่พออิ่ม (80-90%) ดื่มน้ำให้เพียงพอ เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุตับได้ยาวนาน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล