เช็กข่าวชัวร์ : "ถั่วลายเสือ" ช่วยบำรุงสมอง-สายตา ลดความดัน และไขมันในเส้นเลือด?

เช็กข่าวชัวร์ : "ถั่วลายเสือ" ช่วยบำรุงสมอง-สายตา ลดความดัน และไขมันในเส้นเลือด?

เช็กข่าวชัวร์ : "ถั่วลายเสือ" ช่วยบำรุงสมอง-สายตา ลดความดัน และไขมันในเส้นเลือด?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ข่าวจริงหรือมั่ว? ถั่วลายเสือ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ลดความดันโลหิต และไขมันในเส้นเลือดได้

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับสรรพคุณของ "ถั่วลายเสือ" หรือถั่วลิสงพันธุ์กาฬสินธุ์ 2 ว่าเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์สูง สามารถช่วยบำรุงสมอง สายตา รวมถึงช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเส้นเลือดได้ จนทำให้ผู้บริโภคหลายท่านเกิดความสงสัยว่าเป็นข้อมูลทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้หรือไม่ กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว

คำถาม

มีการแชร์ข้อมูลว่า การรับประทานถั่วลายเสือ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ลดความดันโลหิต และไขมันในเส้นเลือดได้ จริงหรือไม่?

การตรวจสอบ

จากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็น ข้อมูลจริง โดยถั่วลายเสืออุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด

ในด้านการบำรุงสมองและระบบประสาท ถั่วลายเสือมีแมกนีเซียมและโฟเลตสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและความจำ ส่วนในด้านสายตา พบว่ามีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งและช่วยบำรุงสายตาได้

สำหรับประเด็นเรื่องความดันและไขมัน ถั่วลายเสือประกอบด้วยไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัว) และมีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ลดระดับไขมันร้าย (LDL) ป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด จึงส่งผลดีต่อการลดความดันโลหิต นอกจากนี้ ใยอาหารยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และป้องกันอาการท้องผูก

อย่างไรก็ตาม ทางกรมอนามัยได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมว่า แม้ถั่วลายเสือจะมีประโยชน์มาก แต่เนื่องจากเป็นพืชที่มีกากใยสูง หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ดังนั้นควรเริ่มรับประทานทีละน้อย และดื่มน้ำตามในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวได้ดีขึ้น

ข้อเท็จจริง

ข่าวจริง ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่าถั่วลายเสือมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้าง สามารถรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพได้โดยยึดหลักความพอดีและถูกสุขลักษณะ

อ้างอิง

  1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล