
ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน โดยระบุว่า "น้ำผึ้ง" เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวในโลกที่ไม่มีวันหมดอายุ หรือไม่มีวันเน่าเสีย แม้จะผ่านกาลเวลาไปนานนับพันปีก็ยังสามารถรับประทานได้ จนเกิดความสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเป็นเพียงตำนานที่เล่าต่อกันมา กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว
ตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569
จริงหรือไม่ที่ "น้ำผึ้ง" เป็นอาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ และสามารถเก็บไว้ได้นานนับพันปีโดยไม่เน่าเสีย?
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง พบข้อมูลที่ยืนยันได้ดังนี้:
1. หลักฐานจากอดีต: เรื่องนี้มีมูลความจริงที่พิสูจน์ได้ นักโบราณคดีเคยค้นพบไหบรรจุน้ำผึ้งในสุสานอียิปต์โบราณที่มีอายุกว่าพันปี และพบว่าน้ำผึ้งเหล่านั้นยังคงสภาพดี ไม่เน่าเสีย และยังคงความเป็นอาหารที่บริโภคได้ ซึ่งเป็นข้อยืนยันที่ดีที่สุดถึงความคงทนของน้ำผึ้ง
2. วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความอมตะ: สาเหตุที่น้ำผึ้งไม่เสีย เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ
3. ความเข้าใจผิดเรื่องการตกผลึก: ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเมื่อน้ำผึ้ง "ตกผลึก" หรือเปลี่ยนสีเข้มขึ้น แปลว่าน้ำผึ้งเสีย ความจริงแล้วนั่นเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพตามธรรมชาติ รสชาติและคุณภาพยังคงเดิม สามารถแก้ไขได้โดยนำภาชนะไปแช่ในน้ำอุ่น (ไม่ควรใช้ความร้อนสูงโดยตรง)
4. เงื่อนไขสำคัญคือ "การเก็บรักษา": แม้ทางทฤษฎีน้ำผึ้งจะไม่มีวันหมดอายุ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า "ต้องเก็บในภาชนะปิดสนิท" หากมีความชื้นจากอากาศเข้าไป หรือใช้ช้อนเปียกตัก จะทำให้ยีสต์ในอากาศทำปฏิกิริยาจนเกิดการหมักบูดและเสียได้
เป็นความจริง
น้ำผึ้งแท้ถือเป็นอาหารที่ไม่มีวันหมดอายุตามธรรมชาติ เนื่องจากสภาพทางเคมีที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย อย่างไรก็ตาม วันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ที่ขายทั่วไป เป็นการระบุเพื่อมาตรฐานการผลิตทางกฎหมายและการรับประกันคุณภาพสีและกลิ่นในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่หากเก็บรักษาอย่างถูกวิธีในภาชนะปิดสนิท น้ำผึ้งแท้จะไม่เน่าเสีย
