
หากคุณมองข้ามปลาชนิดนี้ไปในมื้ออาหาร ก็เท่ากับว่าคุณกำลังพลาดแหล่งสารอาหารอันทรงคุณค่าไปอย่างน่าเสียดาย ปลาที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือ "ปลาดุก" นั่นเอง
ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่คุ้นเคยกันดีในไทย แต่มักอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำที่มีโคลนตม ทำให้หลายคนติดภาพจำว่ามัน "สกปรก" และไม่กล้ารับประทาน แต่ในความเป็นจริง หากปลาดุกถูกเลี้ยงหรือจับมาจากแหล่งน้ำที่สะอาด ก็ถือเป็นอาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์มหาศาล จนตำราแพทย์แผนจีนเปรียบเปรยว่ามีคุณค่า "เทียบเท่าหูฉลาม" เลยทีเดียว
ข้อมูลจากสถาบันโภชนาการระบุว่า ในเนื้อปลาดุก 100 กรัม อุดมไปด้วยโปรตีนถึง 16.5 กรัม รวมถึงแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของ "ซีลีเนียม" (Selenium) ชั้นดี ซึ่งมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และชะลอความเสื่อมของเซลล์
ที่สำคัญ ปลาดุกยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งดีต่อหัวใจ และมี DHA กับ EPA ที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยเรื่องความจำและการจดจ่อได้เป็นอย่างดี
ด้วยสารอาหารที่อัดแน่น ปลาดุกจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอหรือผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ และในทางสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ ยังเชื่อว่าปลาดุกมีสรรพคุณช่วย บำรุงไต เสริมสร้างพลังงาน และดีต่อสุขภาพทางเพศของคุณผู้ชายอีกด้วย
นอกจากนี้ สรรพคุณทางยาของปลาดุกยังถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ภาวะโลหิตจาง อาการร้อนใน และช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้สวยงาม
เพื่อให้ได้ปลาดุกที่สดและปลอดภัย ให้สังเกตที่ "เมือก" บนตัวปลา ปลาสดเมือกต้องใส ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า หากเมือกขุ่นหรือมีกลิ่นแปลกๆ แสดงว่าปลาเริ่มไม่สดหรืออยู่ในน้ำสกปรก ควรเลือกซื้อตัวที่ว่ายน้ำแข็งแรง ผิวไม่เป็นแผล
วิธีลดกลิ่นคาวและล้างเมือก:
หนึ่งในเมนูที่แนะนำสำหรับบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ต้องการฟื้นฟูกำลัง คือ "ปลาดุกตุ๋นถั่วดำ" ซึ่งเชื่อกันว่าหากรับประทานติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและแข็งแรงขึ้นได้

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :cafef.vn