เวลาทองของ "มื้อเช้า" ของคนไขมันในเลือดสูง กินกี่โมงดีต่อสุขภาพที่สุด?

เวลาทองของ "มื้อเช้า" ของคนไขมันในเลือดสูง กินกี่โมงดีต่อสุขภาพที่สุด?

เวลาทองของ "มื้อเช้า" ของคนไขมันในเลือดสูง กินกี่โมงดีต่อสุขภาพที่สุด?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เวลาที่เหมาะสมสำหรับ "อาหารเช้า" ของผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง พร้อมเคล็ดลับดูแลหัวใจ

เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน และสำหรับผู้ที่ต้องการลดระดับคอเลสเตอรอลเพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ การให้ความสำคัญกับอาหารมื้อแรกถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม ข้อมูลระบุว่าผู้ที่รับประทานอาหารเช้าอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ควรทานอาหารเช้าตอนกี่โมงดีที่สุด?

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหัวใจระบุว่า หากต้องการจัดการระดับคอเลสเตอรอลให้ได้ผลดี "ยิ่งเร็วยิ่งดี" โดยแนะนำให้รับประทานอาหารเช้าภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน เพื่อช่วยคุมระดับไขมันในเลือดและป้องกันการข้ามมื้ออาหารที่จะส่งผลเสียต่อร่างกาย

การปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไปจนข้ามมื้อเช้า มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และมักจะทำให้เราหิวจัดจนเผลอรับประทานอาหารมื้อถัดไปมากเกินความจำเป็น หรือเลือกทานขนมขบเคี้ยวที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพื่อประทังความหิวระหว่างวัน

ประโยชน์ของอาหารเช้าต่อสุขภาพหัวใจ

อาหารเช้าที่มีประโยชน์ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคหลอดเลือดสมอง สารอาหารสำคัญที่มักพบในมื้อเช้าอย่างผลไม้ ให้ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และกากใยสูง ขณะที่ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole Grains) หรือขนมปังโฮลวีตจะให้วิตามินบีที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

โดยเฉพาะ "ข้าวโอ๊ต" ที่ขึ้นชื่อเรื่องการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด หากต้องการเพิ่มพลังในการลดไขมัน ควรเน้นอาหารจากพืช เช่น ถั่ว เมล็ดพืช และผักต่างๆ ซึ่งมีใยอาหารชนิดละลายน้ำและโปรตีนจากพืชสูง แต่ควรหลีกเลี่ยงเมนูน้ำตาลสูงอย่างโดนัทหรือเบเกอรี่ เพราะมักจะมีไขมันอิ่มตัวแฝงอยู่มาก

เคล็ดลับอื่นๆ ในการจัดการคอเลสเตอรอลสูง

นอกจากการเลือกทานอาหารเช้าที่สมดุลและมีกากใยสูงแล้ว กลยุทธ์เหล่านี้ยังช่วยรักษาต้นทุนสุขภาพหัวใจของคุณให้แข็งแรงอยู่เสมอ:

  • เน้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ: ใยอาหารประเภทนี้จะช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในลำไส้และป้องกันการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด พบมากใน ข้าวโอ๊ต ถั่วต่างๆ อะโวคาโด แอปเปิล และเมล็ดแฟลกซ์
  • จำกัดปริมาณน้ำตาล: การบริโภคน้ำตาลที่เติมในเครื่องดื่มหรือขนมมากเกินไป จะทำให้ LDL พุ่งสูงและลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลง
  • เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ: พยายามออกกำลังกายในระดับปานกลางให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันเลว

การใส่ใจในเรื่องของเวลาและคุณภาพของอาหารมื้อเช้า ไม่เพียงแต่ช่วยลดตัวเลขคอเลสเตอรอลในใบตรวจเลือด แต่ยังเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่ดีเพื่อให้หัวใจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล