เจาะลึก "ปากกาลดน้ำหนัก" ตัวช่วย "คนอยากผอม" ดีจริงไหม? ใครควรใช้ ใครควรเลี่ยง

เจาะลึก "ปากกาลดน้ำหนัก" ตัวช่วย "คนอยากผอม" ดีจริงไหม? ใครควรใช้ ใครควรเลี่ยง

เจาะลึก "ปากกาลดน้ำหนัก" ตัวช่วย "คนอยากผอม" ดีจริงไหม? ใครควรใช้ ใครควรเลี่ยง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจาะลึก "ปากกาลดน้ำหนัก" ได้ผลจริงไหม? ดีจริงหรือแค่กระแส แพทย์เตือนต้องรู้ก่อนใช้ ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ปากกาลดน้ำหนัก” กลายเป็นตัวช่วยยอดนิยมของคนอยากผอม ทั้งในโซเชียลมีเดียและคลินิกสุขภาพ หลายคนยืนยันว่าทำให้กินน้อยลง อิ่มง่าย และน้ำหนักลดได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็มีคำถามตามมาว่า ปลอดภัยแค่ไหน ใครควรใช้ และมีผลข้างเคียงอะไรที่ต้องระวังบ้าง

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก คือยาฉีดใต้ผิวหนังในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist ซึ่งเดิมพัฒนามาเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนจะพบว่ามีผลช่วยลดน้ำหนักได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันจึงถูกนำมาใช้ควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์

ตัวยาที่พบได้บ่อย ได้แก่ Semaglutide (เช่น Ozempic, Wegovy) และ Liraglutide (เช่น Saxenda) ลักษณะเป็นปากกาฉีด ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือบางสูตรฉีดวันละครั้ง ทั้งนี้ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

กลไกการทำงาน ทำไมถึงช่วยให้ผอม

ยากลุ่ม GLP-1 ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ มีหน้าที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม ส่งผลให้สมองรับรู้ว่าอิ่มเร็วขึ้น ลดความอยากอาหาร และทำให้อาหารออกจากกระเพาะช้าลง จึงอิ่มนานขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ให้พุ่งสูงง่าย สรุปคือช่วยให้กินน้อยลงโดยไม่รู้สึกทรมานเหมือนการอดอาหารแบบหักดิบ

ใช้ได้ผลจริงหรือไม่

งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากยืนยันว่า ปากกาลดน้ำหนัก ได้ผลจริงในหลายคน โดยสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 10–15% ของน้ำหนักตัวภายใน 1 ปี หากใช้ต่อเนื่องร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละคน และหากหยุดยาโดยไม่ปรับพฤติกรรมการกิน น้ำหนักมีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้

ดีจริงไหม และเหมาะกับใคร

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน มีค่า BMI สูง ลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่สำเร็จ หรือมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง

ในทางกลับกัน ไม่เหมาะกับคนที่ผอมอยู่แล้วแต่ต้องการผอมเพิ่ม หรือผู้ที่หวังผลลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนโดยไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูกหรือท้องเสีย และเบื่ออาหาร ซึ่งมักเกิดในช่วงเริ่มต้นและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว

อาการที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาจเกี่ยวข้องกับตับอ่อนอักเสบ หน้ามืด อ่อนแรงจากการกินน้อยเกินไป หรือการลดน้ำหนักเร็วเกินจนสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

ใครไม่ควรใช้เด็ดขาด

ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด ผู้ที่เคยเป็นตับอ่อนอักเสบ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่ซื้อยามาฉีดเองโดยไม่ผ่านแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด

เตือนภัยปากกาลดน้ำหนักปลอม

แพทย์ยังเตือนให้ระวัง “ปากกาลดน้ำหนักปลอม” ที่ลักลอบขายทางออนไลน์ ซึ่งอาจไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อน หรือไม่ทราบปริมาณยาที่แท้จริง เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แพ้ยา และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ควรซื้อจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้เท่านั้น

สรุปก่อนตัดสินใจใช้

ปากกาลดน้ำหนักช่วยผอมได้จริง แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ ต้องใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม ที่สำคัญควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว

    1. U.S. Food and Drug Administration (FDA)
    2. The New England Journal of Medicine

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล