สู้โรคด้วย 2 เครื่องดื่ม "ล้างไขมันพอกตับ" ให้สะอาดแบบไม่พึ่งยา อร่อย-หาง่าย-ราคาถูก!!!

สู้โรคด้วย 2 เครื่องดื่ม "ล้างไขมันพอกตับ" ให้สะอาดแบบไม่พึ่งยา อร่อย-หาง่าย-ราคาถูก!!!

สู้โรคด้วย 2 เครื่องดื่ม "ล้างไขมันพอกตับ" ให้สะอาดแบบไม่พึ่งยา อร่อย-หาง่าย-ราคาถูก!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัยชี้ชัด! กาแฟ-นมถั่วเหลือง ฮีโร่กู้ตับพัง ลดเสี่ยง 'ตับแข็ง' ได้จริง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินคือหัวใจสำคัญของการรักษา "โรคไขมันพอกตับ" นอกจากควรงดของหวาน มัน เค็ม และแอลกอฮอล์แล้ว ข้อมูลจากเว็บไซต์ Healthline ยังระบุว่ามีเครื่องดื่ม 2 ชนิดที่หาดื่มง่ายในชีวิตประจำวัน และมีส่วนช่วยต้านโรคร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ "กาแฟ" และ "นมถั่วเหลือง"

กาแฟดำ: เกราะป้องกันตับจากพังผืด

คอกาแฟต้องยิ้มแก้มปริ เมื่อมีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า การดื่มกาแฟทุกวันช่วยปกป้องตับจากโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ได้ ทีมวิจัยจากโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยแคนซัส (University of Kansas School of Medicine) สหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 11 ชิ้นที่เกี่ยวข้อง

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 23% และในผู้ที่ป่วยอยู่แล้ว การดื่มกาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามไปเป็นตับแข็งได้ถึง 32% นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่ากาแฟช่วยลดค่าเอนไซม์ตับที่สูงผิดปกติได้อีกด้วย

นมถั่วเหลือง: โปรตีนพืชช่วยลดไขมันในเลือด

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ คือ "นมถั่วเหลือง" วารสารทางการแพทย์ Indian Journal of Gastroenterology เผยแพร่งานวิจัยที่ระบุว่า นมถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างดี

กลไกสำคัญคือ การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเร่งให้ตับสังเคราะห์ไขมันมากขึ้น ส่วนไตรกลีเซอไรด์ก็คือไขมันหลักที่มักพบสะสมในตับของผู้ป่วย ดังนั้นการดื่มนมถั่วเหลืองจึงช่วยตัดวงจรการสะสมไขมันเหล่านี้ได้

ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพตับ ควรเลือกดื่ม "กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล" และ "นมถั่วเหลืองหวานน้อยหรือจืด" ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เครื่องดื่มแก้วโปรดในตอนเช้า ก็จะกลายเป็นยาดีที่ช่วยดูแลตับของคุณได้ทุกวัน

 

อ่านต่อ

  1. Healthline
  2. Indian Journal of Gastroenterology
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล