WHO เตือนทุกเพศ "ความรู้สึกนี้" เป็นพิษเท่าสูบบุหรี่ 15 มวน ไม่ใช่ความโกรธหรือเครียด!

"ความเหงา" ฆ่าคนได้จริงหรือ? ผลวิจัยชี้ รุนแรงเท่าสูบบุหรี่จัด 15 มวน/วัน
ผลวิจัยชี้ชัด! มี "อารมณ์" ชนิดหนึ่งที่เป็นภัยเงียบทำลายสุขภาพร้ายแรงยิ่งกว่าความโกรธหรือความเครียด และที่น่ากังวลคือ มันเป็นสิ่งที่คนในสังคมยุคปัจจุบันกำลังเผชิญกันอย่างแพร่หลาย
เราต่างรู้ดีว่าความโกรธ ความวิตกกังวล หรือความเครียดเรื้อรัง คือ "เพชฌฆาตเงียบ" ที่บั่นทอนสุขภาพ แต่คุณเคยคิดไหมว่า ยังมีความรู้สึกอีกชนิดหนึ่งที่กัดกินลึกและพบบ่อยกว่านั้น ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงขั้นจัดอันดับให้มีความเป็นพิษร้ายแรงเทียบเท่ากับการติดบุหรี่
เชื่อหรือไม่ว่า ความรู้สึกนั้นก็คือ: "ความเหงา" (Loneliness)
ความเจ็บปวดที่ไม่มีเสียง ความรู้สึกถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความสนใจ หรือขาดคนคอยซัพพอร์ต สิ่งเหล่านี้มีอานุภาพทำลายล้างสุขภาพกายและใจเทียบเท่ากับการ "สูบบุหรี่วันละ 15 มวน" ฟังดูเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ แต่นี่คือ "วิกฤตสุขภาพเงียบ" ที่กำลังกัดกินคนหนุ่มสาวมากกว่าที่เราคาดคิด
ทำไม "ความเหงา" ถึงอันตรายขนาดนั้น?
ความเหงาไม่ใช่แค่ความรู้สึกเศร้าหรือเบื่อหน่ายชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือสภาวะเชิงลบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ หากปล่อยให้ความเหงาเกาะกินใจเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่ากลัว ดังนี้:
- เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง: ความเครียดทางอารมณ์จากความเหงา จะไปกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดเสียหาย
- เพิ่มความเสี่ยงซึมเศร้าและสมองเสื่อม: ความรู้สึกขาดการเชื่อมต่อกับผู้คน จะบั่นทอนสุขภาพจิต และผลักดันให้เราเข้าสู่วงจรของความวิตกกังวล
- อายุสั้นลง: เมื่อร่างกายต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวทางอารมณ์อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึง Sadhguru (ซัดกุรุ) นักปรัชญาและกูรูทางจิตวิญญาณชื่อดังชาวอินเดีย ผู้ก่อตั้ง Isha Foundation เรียกความรู้สึกนี้ว่า "ส่วนที่ถูกละเลยมากที่สุดของสุขภาพ" ท่านให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า "เพราะไม่มียาขนานไหนรักษาความเหงาได้ เราจึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอของความรู้สึกนี้"
จะเอาชนะ "ความเหงา" ได้อย่างไร?
เพื่อก้าวผ่านความเหงา เราต้องผสมผสานระหว่างการ "สร้างพลังจากภายใน" และ "สร้างการเชื่อมต่อภายนอก" ดังนี้:
1. สร้างพลังภายในด้วย "สมาธิ"
Sadhguru แนะนำให้ใช้การทำสมาธิเพื่อสร้างความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับตัวเอง เมื่อคุณหลับตา หายใจเข้าลึกๆ และเฝ้าดูความคิดของตัวเอง "เสียงรบกวน" ในใจจะค่อยๆ สงบลง ความสงบภายในนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นคงและเติมเต็มทางอารมณ์ เปลี่ยนจาก "ความเหงา" ให้กลายเป็น "ความสุขที่ได้อยู่กับตัวเอง" เมื่อนั้นคุณจะเปล่งพลังงานบวกและดึงดูดความสัมพันธ์ดีๆ เข้ามาได้ง่ายขึ้น
2. ลงมือทำเพื่อเชื่อมต่อกับโลกความเป็นจริง
- หากลุ่มที่มีความสนใจเดียวกัน: เข้าร่วมชมรมต่างๆ เช่น ชมรมอ่านหนังสือ กีฬา หรือกลุ่มจิตอาสา การได้เจอคนที่มีความชอบเหมือนกันจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืนกว่าโลกโซเชียล
- เป็น "ผู้ให้": ลองเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร หรือช่วยเหลือคนรอบข้าง การเป็นผู้ให้จะช่วยให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เพิ่มความนับถือในตนเอง และลดความรู้สึกแปลกแยก
- เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: ลดเวลาในการไถหน้าจอโซเชียลมีเดีย แทนที่จะติดตามชีวิตคนแปลกหน้าเป็นร้อยๆ คน ให้หันมาให้เวลากับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวแบบตัวต่อตัว (1-1) จะดีกว่า
หากคุณกำลังเผชิญกับความเหงา อย่าปล่อยให้มันทำลายสุขภาพของคุณเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ ลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนั่งสมาธิวันละ 10 นาที และพาตัวเองออกไปสร้างความสัมพันธ์จริงๆ บ้าง เพราะบางครั้ง... เพื่อนที่เราต้องการมากที่สุด อาจจะเป็นการได้กลับมาเป็นเพื่อนกับ "ตัวเราเอง"
- โศกนาฏกรรม นักจิตวิทยาทดลอง "เลี้ยงลูกคู่กับลิง" เผยบั้นปลายชีวิต จบไม่สวยทั้งคน-สัตว์
- วิจัยเจาะนิสัย "ใช้มือถือระหว่างขับรถ" สะท้อน 3 พฤติกรรมทางจิต รวมทั้งไซโคพาธ!
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


