ผักที่ดูเหนียวๆ เคี้ยวยาก แต่คนญี่ปุ่นหลงรัก เพราะกินแล้ว "เด็กนาน" แถมต้านโรคมะเร็ง!

ผักที่ดูเหนียวๆ เคี้ยวยาก แต่คนญี่ปุ่นหลงรัก เพราะกินแล้ว "เด็กนาน" แถมต้านโรคมะเร็ง!

ผักที่ดูเหนียวๆ เคี้ยวยาก แต่คนญี่ปุ่นหลงรัก เพราะกินแล้ว "เด็กนาน" แถมต้านโรคมะเร็ง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผักเหนียวดูไม่น่ากิน แต่คนญี่ปุ่นกลับหลงรัก! เพราะช่วยให้เด็กนาน ผิวดี และลดความเสี่ยงมะเร็ง

แม้ผักชนิดนี้จะมีลักษณะเหนียวและมันจนหลายคนไม่ชอบ แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นกลับนิยมบริโภคเป็นประจำ เพราะเชื่อว่าช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผักชนิดนี้คือโขมมาลาบาร์ (Malabar spinach) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย ในชื่อพื้นเมืองอื่น เช่น ตำลึงน้ำ, ผักปลัง, ผักปั๋ง, ผักปลังแดง, ผักปลังขาว

ทำไมคนญี่ปุ่นถึงนิยมกินผักปลัง

ผักปลังไม่เพียงเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ยังถูกใช้ในแพทย์แผนตะวันออกมาช้านาน ด้วยคุณสมบัติช่วยขับสารพิษ บำรุงร่างกาย และลดความร้อนภายใน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก

สรรพคุณเด่นของผักปลัง

ช่วยลดไขมันและควบคุมคอเลสเตอรอล

สารเหนียวในผักปลังคือ Pectin ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลส่วนเกินและขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดและส่งเสริมการขับถ่ายให้เป็นปกติ

บำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์

ผักปลังอุดมไปด้วยวิตามิน A และ C รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับการไหลเวียนเลือดใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย คนญี่ปุ่นหลายคนจึงนิยมรับประทานผักชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมนูสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

งานวิจัยจาก Harvard University ระบุว่า ผักปลังมีสาร Carotenoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญ ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง

เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และเด็กเล็ก

ผักปลังเป็นแหล่งของโฟเลตและธาตุเหล็กที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในเด็กเล็ก วิตามิน A สูงช่วยบำรุงสายตาและป้องกันภาวะตาแห้งได้ดี

เคล็ดลับการรับประทานให้ได้ประโยชน์

ปริมาณที่เหมาะสมคือประมาณ 300–400 กรัมต่อวัน สามารถนำผักปลังไปลวก ผัดกับกระเทียม หรือใส่ในซุปได้ โดยควรล้างให้สะอาดและแช่น้ำเกลือก่อนนำไปปรุงอาหาร เพื่อขจัดสิ่งตกค้างและสารเคมีที่อาจปนเปื้อน

การรับประทานร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน เช่น เต้าหู้ เห็ด หรือปลาขนาดเล็ก จะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น

ข้อควรระวังในการบริโภคตำลึงน้ำ

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่บางกลุ่มควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ ได้แก่

  1. ผู้ที่มีนิ่วในไต เพราะตำลึงน้ำมีพิวรีนสูง อาจทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริก
  2. ผู้ที่มีโรคกระเพาะหรือลำไส้อ่อน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ท้องอืดหรือระคายเคืองได้

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตำลึงน้ำดิบหรือค้างคืน เพราะอาจเกิดสารไนไทรต์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และไม่ควรทานคู่กับเนื้อวัว ซึ่งอาจลดคุณสมบัติในการขับสารพิษของผักชนิดนี้

ตำลึงน้ำเป็นผักพื้นบ้านที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่ช่วยชะลอวัย เสริมความงามจากภายใน และลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ การรับประทานตำลึงน้ำอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและคงความอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล