แพทย์เตือนแรง 5 สิ่งนี้ หิวแค่ไหนก็ "ห้ามกินเป็นมื้อเช้า" มะเร็งกระเพาะตายเพิ่มเรื่อยๆ

แพทย์เตือนแรง 5 สิ่งนี้ หิวแค่ไหนก็ "ห้ามกินเป็นมื้อเช้า" มะเร็งกระเพาะตายเพิ่มเรื่อยๆ

แพทย์เตือนแรง 5 สิ่งนี้ หิวแค่ไหนก็ "ห้ามกินเป็นมื้อเช้า" มะเร็งกระเพาะตายเพิ่มเรื่อยๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอเตือน! อาหารเช้า 5 อย่างที่ควรหลีกเลี่ยง ถ้าไม่อยาก "เชื้อเชิญ" โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแพทย์เตือนว่า แม้จะหิวจน "มองไม่เห็นอะไร" ก็ไม่ควรรับประทานอาหาร 5 อย่างนี้ในมื้อเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อแรกของวันเมื่อกระเพาะอาหารยังว่างเปล่า อาหารที่คุณเลือกทานในมื้อเช้าจะส่งผลต่อสุขภาพของกระเพาะอาหารอย่างมาก

มะเร็งกระเพาะอาหารกับสถานการณ์ปัจจุบัน

มะเร็งกระเพาะอาหารถือเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย ตามรายงาน GLOBOCAN 2022 พบผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1.12 ล้านคน และผู้เสียชีวิตประมาณ 768,000 คนต่อปี โรคนี้ยังติดอันดับ 4 ของมะเร็งที่พบบ่อยในไทย ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพเตือนถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นและการเกิดโรคในกลุ่มคนอายุน้อยขึ้น

สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมและไม่สุขภาพดี

เลือกอาหารเช้าอย่างไรให้กระเพาะอาหารแข็งแรง

นอกจากจะทานอาหารครบ 3 มื้ออย่างสม่ำเสมอและมีสารอาหารครบถ้วนแล้ว การเลือกอาหารตอนท้องว่างโดยเฉพาะในมื้อเช้าซึ่งเป็นช่วงที่กระเพาะอาหารบอบบางหลังตื่นนอน ถือว่าสำคัญมาก แม้ว่าจะหิวจนตาลาย แต่ต้องหลีกเลี่ยงอาหาร 5 อย่างดังต่อไปนี้ เพื่อป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร

1. อาหารเหลือค้างคืนในตู้เย็น

อาหารที่เหลือโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก หรือข้าว หากเก็บไม่ถูกวิธีและอุ่นซ้ำไม่ทั่วถึง อาจก่อให้เกิดสารไนโตรซามีนจากไนไตรท์และอะมินในอาหาร สารนี้เป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรง

เมื่อทานตอนท้องว่าง ร่างกายจะดูดซึมสารนี้มากขึ้น ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบและทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งระยะยาว นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงอาหารเป็นพิษเฉียบพลันและรบกวนระบบจุลชีพในลำไส้

2. อาหารเค็มและดอง

เช่น ผักดอง แตงกวาดอง หรือเนื้อเค็ม อาหารเหล่านี้มีปริมาณเกลือและไนไตรท์สูงมาก ทำให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารโดยตรงเมื่อท้องว่าง

เกลือที่มีความเข้มข้นสูงจะทำลายชั้นป้องกันของกระเพาะอาหารอย่างต่อเนื่อง สารไนไตรท์ในผักดองเมื่อรวมกับกรดในกระเพาะอาหารจะกลายเป็นไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอันดับต้นๆ ของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

นอกจากนี้การบริโภคเกลือมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ

3. กาแฟดำหรือกาแฟเข้มข้น

การดื่มกาแฟตอนท้องว่างจะกระตุ้นตับอ่อนและกระเพาะอาหารให้หลั่งกรดมากเกินไป โดยไม่มีอาหารช่วยลดกรดนี้ กรดจะกัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการจุกเสียด แสบร้อน และอาจนำไปสู่การอักเสบหรือติ่งในกระเพาะอาหารได้

นอกจากนี้ กาแฟยังทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคก่อนมะเร็งหลอดอาหารได้

กาแฟตอนท้องว่างยังทำให้หัวใจเต้นเร็ว กระวนกระวาย และลดการดูดซึมสารอาหาร

4. อาหารรสเผ็ดจัด

สารแคปไซซินในพริกสดหรือซอสเผ็ดจะกระตุ้นและกัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะอาหารที่บอบบางในช่วงท้องว่าง ส่งผลให้เกิดแผลอักเสบชั่วคราว

ความเสียหายนี้ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดแผลและเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร นอกจากนี้อาหารเผ็ดยังทำให้หลอดอาหารแสบร้อนและเสี่ยงท้องเสียเฉียบพลัน

5. ขนมปังขาวและขนมหวานที่มีน้ำตาลสูง

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตผ่านการขัดสีสูงและน้ำตาลมาก ทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมากเกินไป เกิดอาการท้องอืดและแสบร้อนกลางอก ขาดไฟเบอร์ที่ช่วยปกป้องกระเพาะอาหาร

การหลั่งกรดมากและระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติจะก่อให้เกิดสภาพการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เป็นมะเร็ง นอกจากนี้ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว หิวบ่อย และเสี่ยงสะสมไขมันส่วนเกิน

ดังนั้น เพื่อสุขภาพกระเพาะอาหารที่ดี ควรเลือกอาหารเช้าอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 5 ประเภทนี้อย่างเคร่งครัด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล