อย.สหรัฐฯ รับรอง ถั่วที่ช่วย "กำจัด" ไขมันเลวจากเลือด คนไทยยิ้มเลย มีกินราคาถูก!!!

อย.สหรัฐฯ รับรอง ถั่วที่ช่วย "กำจัด" ไขมันเลวจากเลือด คนไทยยิ้มเลย มีกินราคาถูก!!!

อย.สหรัฐฯ รับรอง ถั่วที่ช่วย "กำจัด" ไขมันเลวจากเลือด คนไทยยิ้มเลย มีกินราคาถูก!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

FDA สหรัฐฯ ยืนยัน “ถั่วเหลือง” ช่วยลดไขมันเลวในเลือดได้จริง คนไทยกินได้ง่าย ราคาประหยัด

ในยุคที่โรคไขมันในเลือดสูงและปัญหาหัวใจเป็นภัยสุขภาพอันดับต้นๆ ของคนไทย นักโภชนาการแนะนำให้เริ่มจากการปรับอาหารใกล้ตัว ล่าสุดองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ออกมายืนยันว่า “ถั่วเหลือง” ที่คนไทยรู้จักและรับประทานเป็นประจำ มีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยลดไขมันเลวในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังดีต่อระบบหัวใจอีกด้วย

ถั่วเหลือง ซูเปอร์ฟู้ดที่ทั้งลดไขมันในเลือดและบำรุงเลือด เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วไปในครัวไทย ทั้งในรูปแบบเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือถั่วเหลืองต้มสุก ซึ่งไม่เพียงแต่ราคาย่อมเยาเท่านั้น แต่ยังถูกยกย่องว่าเป็น "ซูเปอร์ฟู้ดสองคุณค่า" เพราะมีทั้งโปรตีนสูง และมีแร่ธาตุสำคัญอย่าง ธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงโลหิต

ผลการวิเคราะห์จาก 35 งานวิจัยระดับนานาชาติ ยืนยันว่า การรับประทานถั่วเหลืองเป็นประจำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ในร่างกายเล็กน้อย ส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

โปรตีนจากถั่วเหลือง เทียบเท่ายาลดไขมันบางชนิด โดยหนึ่งในสารอาหารสำคัญในถั่วเหลือง คือ B-conglycinin ซึ่งเป็นโปรตีนพิเศษที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ตับใช้ในการผลิตคอเลสเตอรอล ทำให้ลดการสะสมไขมันที่ตับได้มากถึง 50–70% ซึ่งมีผลใกล้เคียงกับยาลดไขมันบางชนิดในท้องตลาด

นอกจากนี้ FDA สหรัฐฯ ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1999 ว่า การบริโภคโปรตีนจากถั่วเหลือง 25 กรัมต่อวัน เมื่ออยู่ในแผนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้

อีกหนึ่งประโยชน์ที่น่าสนใจของถั่วเหลืองคือ เป็นแหล่งธาตุเหล็กจากพืชที่ดูดซึมได้ดี โดยธาตุเหล็กในถั่วเหลืองส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเฟอริติน (ferritin) ซึ่งดูดซึมง่ายกว่าสารประกอบเหล็กทั่วไปในพืช

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่า ผู้หญิงที่มีภาวะโลหิตจางเล็กน้อยที่รับประทานซุปถั่วเหลือง มีอัตราการดูดซึมธาตุเหล็กสูงถึง 27% ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับการรับประทานธาตุเหล็กสังเคราะห์

 นักโภชนาการแนะนำวิธีรับประทานถั่วเหลืองให้ได้ผลดีที่สุด ดังนี้

  • ควรบริโภคโปรตีนจากถั่วเหลือง วันละ 25–50 กรัม (เช่น เต้าหู้ 100 กรัม หรือน้ำเต้าหู้ 1–2 แก้ว)

  • ควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น พริกหวาน ส้ม หรือมะนาว เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

  • หลีกเลี่ยงถั่วเหลืองแปรรูป เช่น แบบทอดหรือผัดน้ำมันมากเกินไป เพราะอาจลดคุณค่าทางโภชนาการ

ถั่วเหลือง จึงเป็นอาหารประจำบ้าน ที่เปรียบเสมือนเป็นยารักษาโรคทางอ้อม ในขณะที่โรคหัวใจและไขมันในเลือดสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย ถั่วเหลืองจึงกลายเป็นทางเลือกที่ทั้งดีต่อสุขภาพและเข้าถึงง่าย โดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ราคาแพง แม้ว่าจะไม่สามารถใช้แทนยาได้โดยสมบูรณ์ แต่การรับประทานถั่วเหลืองอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในแนวทางโภชนาการเชิงป้องกัน ที่ช่วยดูแลหัวใจ ตับ และระบบเลือดได้ในระยะยาว

เพราะสุขภาพดี เริ่มต้นได้ที่จานอาหาร และ "ถั่วเหลือง" คือทางเลือกที่ทั้งปลอดภัย ประหยัด และได้ผลจริง!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล