
ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก กรณีที่มีการเผยแพร่คำแนะนำจากแพทย์ต่างประเทศระบุว่า การนอนเอาหูแนบหมอนแล้ว "ได้ยินเสียงหัวใจเต้น" อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง ไปจนถึงเนื้องอก กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจกลไกของร่างกายและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป
จริงหรือไม่ที่ "การได้ยินเสียงหัวใจเต้น" เมื่อเอาหูแนบหมอน เป็นสัญญาณอันตรายของโรคความดันโลหิตสูง หรือเนื้องอกในศีรษะ ตามที่มีการแชร์ข้อมูลกัน?
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พบว่าเป็นคำแนะนำจาก นายแพทย์แอนโธนี ยุน (Dr. Anthony Youn) ศัลยแพทย์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้ความรู้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจริง โดยข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าอาการดังกล่าวเรียกว่า "เสียงฟู่ในหูตามจังหวะชีพจร" หรือ Pulsatile Tinnitus ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ป่วยได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจในหูของตนเอง
จากการตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติม พบว่าสาเหตุที่ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเมื่อนอนตะแคงแนบหมอน ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยทางกายภาพปกติ เนื่องจากหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid arteries) อยู่ใกล้กับหู เมื่อนอนทับหรือแนบหมอน แรงกดและการนำเสียงผ่านหมอนอาจทำให้ได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดได้ชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ระบุว่าอาการนี้ "อาจ" เป็นสัญญาณเตือนของโรคเป็น "ความจริง" ในกรณีที่ได้ยินเสียงดังกล่าวตลอดเวลา หรือได้ยินแม้กระทั่งตอนยืนขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาวะความดันโลหิตสูง, ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ที่ทำให้การไหลเวียนเลือดปั่นป่วน, ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือในกรณีที่พบได้น้อยแต่อันตรายคือ เนื้องอกในช่องหูหรือคอ (Glomus tumor) ที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากผิดปกติ
ดังนั้น คำแนะนำของแพทย์ที่ให้สังเกตอาการตนเองจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หากเป็นเพียงครั้งคราวตอนนอนทับหมอนอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากได้ยินต่อเนื่องหรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
เป็นข้อมูลจริง ข้อมูลดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากหลักการทางการแพทย์ที่ถูกต้อง อาการได้ยินเสียงหัวใจเต้นในหู (Pulsatile Tinnitus) อาจเกิดจากท่าทางการนอนปกติ หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของหลอดเลือด หรือเนื้องอกได้จริงตามที่แพทย์ระบุ ทั้งนี้ควรสังเกตความถี่และความรุนแรงของอาการเพื่อปรึกษาแพทย์ต่อไป
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ