กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันยื่นพน.ทบทวนตรึงLPG

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มโรงกลั่นได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน ให้ทบทวนมาตรการแอลพีจี เนื่องจาก ขณะนี้พบว่า ปริมาณการใช้น้ำมันในเดือนม.ค.ลดลง 10% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำมันการใช้น้ำมันในประเทศ มีส่วนเกินจนสามารถส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้สูงถึง 20-25% จากกำลังกลั่น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าว เป็นสิ่งไม่ดีต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่น เพราะต้องเสียค่าขนส่ง 2 ต่อ จากการนำเข้าน้ำมันดิบ และส่งออกในน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ ยังมีภาระอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม ที่ภาครัฐประกาศตรึงราคา โดยกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ไม่ให้สูงกว่าราคาประมาณ 330 ดอลลาร์/ตัน หรือเทียบเท่า ราคาน้ำมันดิบ 32 ดอลลาร์/บาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบที่นำเข้าอยู่ที่ประมาณ 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล จึงเท่ากับโรงกลั่นขาดทุน ส่วนราคาก๊าซตลาดโลก อยู่ที่ประมาณ 750 ดอลลาร์/ตัน

นายชายน้อย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กลุ่มโรงกลั่นฯ และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ จำหน่ายราคาแอลพีจี ในราคาประกาศของภาครัฐ 330 ดอลลาร์ ต่ำกว่าตลาดโลกครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็นจำนวนอุดหนุนร่วมประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท/ปี เป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะ ปีที่มีค่าการกลั่นตกต่ำทำให้ธุรกิจต้องแบกรับภาระมากขึ้น

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด