ลุ้นงบไทยเข้มแข็งฟื้นเศรษฐกิจ

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า นโยบายการลงทุนของรัฐบาลในโครงการไทยเข้มแข็งปี 53 วงเงิน 5-6 แสนล้านบาท จากทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท จะเป็นความหวังหลักของภาคเอกชนในการสร้างบรรยากาศการลงทุนในประเทศให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการที่ไม่เกี่ยวกับกิจการที่เกิดความร้ายแรงต่อชุมชนตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หลังจากที่ภาคอุตสาหกรรมประสบวิกฤติความเชื่อมั่นจาก 65 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดถูกระงับ

ภาคเอกชนไม่ต้องการให้เม็ดเงินในโครงการไทยเข้มแข็งสะดุด ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไปอีก โดยเป้าเม็ดเงินในโครงการไทยเข้มแข็งปี 53 จะช่วยการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 8.2% ส่งผลให้การบริโภคในประเทศขยายตัวเป็นบวกทันที 4-4.2% ต่างจากปี 52 ที่ขยายตัวติดลบ 1% ส่วนการลงทุนเอกชนปีหน้าเป็นบวกแน่นอนแม้ประสบปัญหามาบตาพุดก็ตาม เพราะปีนี้เศรษฐกิจตกต่ำทำให้การลงทุนติดลบ 13.7%

ทั้งนี้แม้โครงการไทยเข้มแข็งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุนที่สำคัญ แต่ยังกังวลเรื่องเม็ดเงินที่ส่วนใหญ่กระจุกในเมกะโปรเจคท์ ไม่ได้กระจายไปสู่เศรษฐกิจรากหญ้า ส่วนการระดมทุนของรัฐบาลและการออกหุ้นกู้ของบริษัทขนาดใหญ่ จะเป็นตัวดูดซับสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงิน จึงส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของการลงทุนและเศรษฐกิจ

สำหรับเศรษฐกิจภาพรวมในปี 53 จะขยายตัว 3-3.5% แต่ภาคเอกชนยังห่วงครึ่งหลังของปีที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวจากครึ่งแรกของปี เพราะมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงถึง 100-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลสหรัฐ.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด