"แทมมี่ ดักเวิร์ธ" ส.ว.สหรัฐเชื้อสายไทย แสดงจุดยืนหนุนราษฎร

"แทมมี่ ดักเวิร์ธ" ส.ว.สหรัฐเชื้อสายไทย แสดงจุดยืนหนุนราษฎร
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ รวมถึง ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ อภิปรายสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

เมื่อ 4 ธ.ค. เว็บไซต์คณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ซึ่งมีมติเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. อภิปรายแสดงจุดยืนในประเด็นขบวนประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยคณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของคองเกรส ให้รัฐบาลสหรัฐฯ เน้นย้ำพันธกรณีของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมในประเทศไทย

วุฒิสมาชิกสหรัฐรฯ ที่ร่วมการอภิปรายครั้งนี้ ล้วนเป็น ส.ว.สังกัดพรรคแดโมแครต ได้แก่ บ๊อบ เมเนนเดซ, ดิก เดอร์บิน, เบน คาร์ดิน, ดิแอน เฟนชไตน์, เอ็ด มาร์กี้, เจน ชาฮีน, คริส คูนส์, คริส เมอร์ฟี่ และ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เชื้อสายไทย

เมเนนเดซ ส.ว. รัฐนิวเจอร์ซีย์ กล่าวในการอภิปรายว่า เป็นเรื่องสำคัญที่วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาจะยืนหยัดร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยในไทย พวกเขาไม่ได้ต้องการปฏิวัติ พวกเขา (ผู้ชุมนุม) เพียงแค่ต้องการความเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตยในระบบการเมืองของประเทศ รวมถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกที่เป็นประชาธิปไตย

"สหรัฐฯ จำเป็นต้องสร้างความชัดเจนในจุดยืนในการเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนระยะยาวกับไทย และจะยังคงยึดมั่นในผลประโยชน์ของทั้งสองชาติ ให้เคารพซึ่งกันในระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และหลักนิติธรรม" ส.ว. เมเนนเดซ กล่าว

ขณะที่ ส.ว.เดอร์บิน จากรัฐแมรีแลนด์ ระบุว่า "ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ มาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือการที่ไทยช่วยเหลือพม่าในช่วงที่ยังดิ้นรนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ในวันนี้ โลกกำลังจับตามองในช่วงเวลาที่คนไทยลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องความปรารถนาต่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันยึดถือและยึดมั่นในคุณค่า"

เดอร์บินยังระบุอีกว่า "ในขณะที่การถกเถียงของประชาชนชาวไทยถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อนาคตทางการเมืองของพวกเขา (กลุ่มผู้เรียกร้อง) ควรถูกกำหนดขึ้นภายใต้การเจรจาอย่างสันติไม่ใช้ความรุนแรง การคุกคาม หรือดำเนินคดี โดยเฉพาะเสียงของนักศึกษา และเยาวชนไทยที่กล้าหาญนั้นสมควรต้องถูกรับฟังอย่างเคารพ

ด้าน แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.จากรัฐอิลลินอยส์เชื้อสายไทย กล่าวว่า "ในฐานะชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ ดิฉันทราบดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ยืนยาวและแน่นแฟ้น ตลอดจนสิทธิในระบอบประชาธิปไตยของปัจเจกชนที่แบ่งแยกไม่ได้ และเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือและปกป้องรักษาไว้"

"ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ทั้งด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ ชาวไทยภูมิใจในประวัติศาสตร์ และการปฏิรูปประชาธิปไตยของประเทศ ดิฉันขอเรียกร้องให้ผู้นำไทยฟังเสียงของประชาชน เคารพหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาลที่ประชาชนต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ได้มา"

มติของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีขึ้นหลังเกิดการประท้วงของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย ซึ่งต้องเผชิญกับความรุนแรง และการปราบปรามจากฝ่ายรัฐบาลในหลายครั้งก่อนหน้านี้