หุ้นร้อน

บมจ.ปตท. :PTT

ซื้อ: ราคาพื้นฐาน 310 บ.

จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมาของ PTT ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์บล.บัวหลวงฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจก๊าซในไตรมาส 3/52 ผู้บริหารยืนยันว่าการควบรวมกิจการจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 4/52 ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ โดยคาดว่าการควบรวมจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าที่จะเป็นการควบรวมหลายๆบริษัทในคราวเดียว

ผู้บริหาร PTT กล่าวว่ารัฐบาลได้ตกลงจะให้เงินชดเชย 300 ล้านบาทต่อเดือน (คิดเป็น 2 บาทต่อกก.) สำหรับการขาย NGV แต่ยังไม่ทราบเวลาที่จะเริ่มดำเนินการแน่นอน โดยอาจจะเป็นในสิ้นปีนี้ มุมมองของฝ่ายวิเคราะห์บล.กิมเอ็งฯ มองว่า การจ่ายเงินชดเชยในส่วนที่ขาดทุน (ในกรณีที่ผ่านอนุมัติ) จะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มกำไรของ PTT มากนัก เนื่องจากอาจถูกหักกลบกับยอดขาย NGV ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลสนับสนุนการใช้ NGV

ผู้บริหารกล่าวว่าธุรกิจก๊าซยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งในไตรมาส 3/52 ปริมาณขายก๊าซคาดว่าจะปรับตัวขึ้น จากเศรษฐกิจฟื้นตัวขณะที่ผลการดำเนินงานของโรงแยกก๊าซ คาดว่าจะแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากราคาวัตถุดิบที่ถูกลง (ก๊าซเป็นวัตถุดิบพื้นฐาน) และจากอัตราการใช้กำลังการผลิตระดับสูง เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังของโรงงานปิโตรเคมี

แนะนำ ซื้อ หุ้นPTT

ที่มา บล.บัวหลวงฯ

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ :BIGC

ถือ:ราคาพื้นฐาน 47 บ.

เชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนการคาดการณ์กำไรที่ฟื้นตัวในไตรมาส 4/52 ไว้แล้ว ปัจจุบันหุ้น BIGC ซื้อขายอยู่ที่อัตราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี เรโช)ช่วงกลางวัฏจักรที่ 12.5 เท่าสำหรับปี 2553 โดยมองว่าหุ้นไม่ควรซื้อขายในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตไม่น่าดึงดูดนัก จึงเลื่อนมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2553 และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 47 บาท โดยคำนวณจากพี/อี ช่วงกลางวัฏจักร พร้อมให้คำแนะนำซื้อหุ้น BIGC

ผู้บริหารฺ BIGC ให้ความเห็นในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า การขยายตัวของยอดขายต่อสาขาเดิมในไตรมาส 3/52 จะยังคงติดลบ (หลังติดลบ 3% ในไตรมาส 1/52 และติดลบ 2.5% ในไตรมาส 2/52) เนื่องจากยอดขายสินค้าอุปโภค ซึ่งให้อัตรากำไรสูงยังคงอ่อนตัว มีเพียงสินค้าประเภทอาหารที่ให้อัตรากำไรต่ำ ดังนั้นเพื่อรับมือกับยอดขายที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่รุนแรงด้านราคา BIGC อาจต้องให้โปรโมชันมากขึ้น ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรในที่สุด และมองว่ารายได้ที่มาจากส่วนลดของซัพพลายเออร์ จะสามารถชดเชยกับอัตรากำไรจากยอดขายที่ปรับลดลงได้ในไตรมาส 3/52

อย่างไรก็ตามคาดว่ายอดขายต่อสาขาเดิมจะกลับมาขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/52 จากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ส่วนอัตรากำไรก็น่าจะปรับตัวดีขึ้นจากยอดขายสินค้าอุปโภคที่ฟื้นตัว ซึ่งแสดงนัยว่ากำไรจะทำระดับต่ำสุดในไตรมาส 3/52

ที่มา บล.บัวหลวงฯ

บมจ. น้ำตาลขอนแก่น :KSL

หุ้นราคาแพงแล้ว

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2552/53 (พ.ย. 52 - ต.ค. 53) เพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,406 ล้านบาท (0.91 บาท/หุ้น) โดยคาดว่า KSL จะได้ประโยชน์จากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการนำเข้าน้ำตาลจากอินเดีย ปัจจุบัน KSL ได้ทำสัญญาขายล่วงหน้าไปแล้วกว่า 80% ในส่วนของน้ำตาลโควตา ข. และ โควตา ค. ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 19 เซ็นต์/ปอนด์ โดยสัดส่วนในการล็อกสัญญาอิงตามที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สนอ.) ได้ทำไว้ ยังคงเหลือสัดส่วนอีก 30% ที่ยังไม่ได้ล็อกราคาขาย ดังนั้นจึงคาดการณ์ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยในปี 2552/53 ที่ 16.2 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ดีด้วยระบบน้ำตาลในประเทศเป็นแบบ 70:30 คือ ชาวไร่ได้ 70% และโรงงานได้ 30% ดังนั้นคาดว่าต้นทุนค่าอ้อยปีหน้าก็จะเพิ่มขึ้น 7% เป็น 1,168 บาท/ตันอ้อย

ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีบัญชี 2552/53 - 2556/57 ใช้อัตราคิดลดที่ 11% จะได้มูลค่าเหมาะสมที่ 12.50 บาท ราคาหุ้น KSL ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 38% ในรอบ 1 เดือน ซึ่งปัจจุบันซื้อขายสูงกว่าราคาเหมาะสมที่ปรับใหม่ของฝ่ายวิเคราะห์บล.กิมเอ็งฯแล้ว ดังนั้นจึงปรับลดคำแนะนำเป็น เต็มมูลค่า สำหรับหุ้น KSL

ที่มา บล.กิมเอ็งฯ

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด