โซเชียลจวก #เราไม่ทิ้งกัน แฉคนปลอมข้อมูลเพียบ! แต่ได้เงิน 5,000 เฉย ทั้งที่ไม่เดือดร้อน

โซเชียลจวก #เราไม่ทิ้งกัน แฉคนปลอมข้อมูลเพียบ! แต่ได้เงิน 5,000 เฉย ทั้งที่ไม่เดือดร้อน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจต่อโครงการแจกเงินเยียวยา 5,000 บาท ของรัฐบาลให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) หลังจากมีการเปิดเผยว่า ผู้ลงทะเบียนบางคนไม่ได้เดือดร้อนจริงๆ แต่กลับใส่ข้อมูลปลอมเพื่อรับเงินจำนวนดังกล่าว

ชาวโลกออนไลน์กำลังแชร์ภาพโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่อ้างว่าตนได้รับเงินช่วยเหลือโควิด-19 จากรัฐบาล จากนั้นก็มีเพื่อนมาคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า ใส่อาชีพอะไร เหตุใดจึงได้เงิน แต่ผู้โพสต์ตอบว่า ตนโกหกว่าทำอาชีพที่ได้รับผลกระทบ และก็ได้เงินมาจริงๆ

ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีเพื่อนในเฟซบุ๊กอีกคนมาถามผู้โพสต์ว่า ได้เงินจริงหรือไม่ ผู้โพสต์รายนี้ตอบไปว่า ได้เงินมาจริงๆ ทั้งๆ ที่กดยกเลิกรับสิทธิ์ไปแล้ว แต่เงินก็ยังเข้ามาในบัญชีของตัวเอง

อีกเคสเตรียมเก็บเงินอัปจมูก-หน้าอก

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกคนโพสต์ในลักษณะเดียวกันว่า ได้รับสิทธิ์รับเงิน 5,000 บาทแล้วด้วยความง่ายดาย และจะนำเงินก้อนนี้ไปทำศัลยกรรมเสริมจมูกและเสริมหน้าอก ทั้งยังกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วย

"บทจะง่ายก็ง่ายเนาะ เก็บไว้เป็นค่าเสริมดั้ง ทำนม 55555 #ขอบคุณลุงตู่ที่มอบเงินภาษีของประชาชนคืนให้" ผู้โพสต์ระบุ

ชาวเน็ตฉุนสาวโพสต์ 5,000 แค่เศษเงิน

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 เม.ย.) คนในโลกออนไลน์จำนวนมากวิจารณ์ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งที่ได้รับเงินเยียวยาดังกล่าวจากรัฐบาล ทั้งที่เมื่อพิจารณาจากรูปถ่ายแล้ว พบว่ามีฐานะดี และโพสต์ดูถูกเงินจำนวน 5,000 บาทดังกล่าวว่าเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็น

หลังจากนั้นไม่นานผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าว ก็แย้งว่า ตนไม่ได้ดูถูกเงินก้อนนั้น แต่ประชดรัฐบาล

วิจารณ์วิธีคัดกรองคน

ความผิดปกติเหล่านี้ สร้างความไม่เคลือบแคลงใจให้กับประชาชนจำนวนไม่น้อย ต่อวิธีการคัดเลือกผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ว่าใช้หลักเกณฑ์ใดกันแน่ ขณะที่หลายคนถึงกับสงสัยว่ารัฐบาล "สุ่ม" แจกหรือไม่ และถ้าหากต้องการแจกเงินให้กับประชาชนจริง ไม่ควรสร้างระบบที่ซับซ้อน แต่ควรแจกเงินให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไปเลยจะดีกว่า

อ่านเรื่องเราไม่ทิ้งกันต่อที่นี่