“COVID-19” โรคที่คนรวยตรวจได้ทันที แต่คนจนต้องรอก่อน

“COVID-19” โรคที่คนรวยตรวจได้ทันที แต่คนจนต้องรอก่อน

การระบาดของไวรัสโคโรนาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อร่างกายคนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาความไม่เท่าเทียมในระบบการรักษาพยาบาลของหลาย ๆ ประเทศได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา ที่คนมีฐานะ เช่น นักแสดงไปจนถึงผู้มีอิทธิพลในโลกอินสตาแกรมทั้งหลาย ต่างก็เข้าถึงการตรวจหาเชื้อโรค COVID-19 ได้ก่อนประชาชนคนอื่น ๆ ที่มีอาการป่วยแบบเดียวกัน เนลสัน ชวาร์ตซ์ ชี้ว่า ในขณะที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กำลังยื้อแย่งกันซื้อกระดาษทิชชู่ คนรวยในประเทศก็กำลังสร้างพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง

ในหนังสือเรื่อง “The Velvet Rope Economy: How Inequality Became Big Business” ชวาร์ตซ์อธิบายเอาไว้ว่า บริการส่วนบุคคลอย่าง “คุณหมออำนวยความสะดวก” (Concierge doctor) ทำให้ไม่ก่อให้เกิดการลงทุนในระบบบริการสุขภาพหรือบริการสาธารณะอื่น ๆ คนรวยสามารถจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการบริการจากแพทย์ได้ตลอดเวลา และในสถานการณ์ไวรัสโคโรนา แพมย์ก็สามารถเก็บน้ำยาตรวจหาเชื้อเพื่อใช้ในการตรวจคนไข้ของตัวเองในซิลิคอนแวลลีย์เท่านั้น

อีกหนึ่งบริการการอำนวยความสะดวกทางการแพทย์คือการช่วยเหลือผู้คนที่มีโรคประจำตัว เช่น มีอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน ให้ได้รับเครื่องผลิตออกซิเจน ซึ่งการบริการนี้ยังออกใบสั่งยาเป็นเวลา 90 วันและจัดหาเครื่องพ่นละอองยาไฟฟ้าสำหรับใช้กับตัวยาในกรณีที่ห่วงโซ่อุปทานขาดตอน

“คุณหมออำนวยความสะดวกกำลังทำทุกอย่างที่พวกเขาทำได้เพื่อช่วยเหลือคนไข้ของเขา แม้ว่าจะต้องแซงคิวให้ก็ตาม ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา ไม่มีความเท่าเทียมสำหรับคนไข้ทุกคน” เขากล่าว

นี่เป็นสิ่งที่การสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งชวาร์ตซ์ชี้ว่ามันน่ากลัวมาก เพราะทุกคนต้องเจอปัญหานี้ด้วยกัน กระบวนการตรวจหาโรคที่ไม่มากพอจะทำให้ทุกคนมีความเสี่ยง และคนที่แสดงอาการของโรค COVID-19 ย่อมมีภาวะวิตกกังวลต่อการติดโรค ดังนั้น พวกเขาต้องได้รับการตรวจ

“พวกเราต้องจัดให้มีการตรวจหาเชื้อให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่วิธีการทำงานของระบบสุขภาพของสหรัฐฯ อภิสิทธิ์หรือสิทธิพิเศษถูกมอบให้กับคนที่ร่ำรวยผ่านระบบสุขภาพ แต่โครงการช่วยเหลือด้านสุขภาพอย่าง เมดิแคร์ (Medicare) และเมดิเคด (Mediciad) ถูกตัดออกไป ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลท้องถิ่นในพื้นที่ยากจนถูกปิด นอกจากนี้ ชวาร์ตซ์ยังเขียนในหนังสือของเขาเรื่องโรงพยาบาลในพื้นที่ยากจนของซานฟรานซิสโกกำลังประสบปัญหา ขณะที่ในเมืองยังคงก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกราคาหลายล้านดอลลาร์ต่อไป

กลุ่มคนที่แซงคิวจะไม่รับรู้ถึงประสบการณ์ที่แตกต่างของคนอื่น ๆ เหมือนกับกรณีในสนามบิน ที่คนรวยสามารถนั่งเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท BLADE เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร ในสนามบินจอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือที่สนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส ผู้โดยสารที่มีกำลังจ่ายสามารถใช้ห้องสวีทส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงแถวยาวที่แออัด

“ผมคิดว่ามันนำไปสู่การสูญเสียความรู้สึกถึงความเร่งด่วน คุณจะไม่สนใจเรื่องการระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน ถนน หรือการซ่อมแซมตึกรามต่าง ๆ คือคุณก็แค่เดินไปที่ช่องทางด่วนแล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น”

ชวาร์ตซ์มองว่าการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เปรียบเสมือนบททดสอบของสังคม

“ผมหวังว่าทุกคนจะร่วมมือกันและมีจิตวิญญาณของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเงินจะเป็นตัวที่ทำให้ช่องว่างทางชนชั้นมันเพิ่มมากขึ้น ๆ กว่าเดิม” เขากล่าวปิดท้าย