บาทยังคงแข็ง หลังความเห็นประธานเฟด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประจำวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 34.00/03 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดวานนี้ (21/7) ที่ 33.99/34.01 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่นายเบน เบอร์นาเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้กล่าวแสดงทรรศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรว่า เศรษฐกิจของสหรัฐมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปและจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำต่อไปอีกนาน อีกทั้งอัตราการว่างงานอาจจะยังคงอยู่ที่ระดับสูงไปจนถึงปี 2011 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังแสดงความวิตกกังวลต่อการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐด้วย จากการแสดงทรรศนะดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่จะถูกเปิดเผยในช่วงสัปดาห์นี้ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขยอดขายบ้านมือสองเดือนมิถุนายน ตัวเลขสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.005-34.03 บาท/ดอลลาร์ และปิดตลาดที่ 34.00/02 บาทต่อดอลลาร์

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในช่วงปีหน้าจะเริ่มเป็นบวก ซึ่งจะมีการเปิดเผยถึงการทบทวนตัวเลข GDP ปี 2552 และ 2553 ในวันศุกร์นี้ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดการคาดการณ์ GDP ปี 2552 เป็นติดลบ 1.5-3.5% และจะกลับมาขยายตัวได้ประมาณ 1.5-3.5% ในปี 2553

ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยวันนี้ค่าเงินเยนเปิดตลาดมาที่ระดับ 93.46/48 เยน/ดอลลาร์ เทียบกับระดับราคาปิดตลาดวานนี้ (21/7) ที่ 94.20/30 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสุกลเงินหลักหลังจากการแสดงทรรศนะเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐของประธานธนาคารกลางสหรัฐเมื่อคืนวานนี้ ซึ่งค่อนข้างสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทำให้มีการชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงบ้าง นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยชาวญี่ปุ่นต่อหุ้นในประเทศร่วงลงสู่จดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนกรกฎาคมสู่ระดับ -34 ค่าเงินเยนวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 93.24-93.75 เยน/ดอลลาร์และปิดตลาดที่ 93.58/57 เยน/ดอลลาร์

ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินดอลลาร์โดยเปิดตลาดที่ 1.4190/95 ดอลลาร์/ยูโร เทียบกับระดับราคาปิดตลาดวานนี้ (21/7) ที่ 1.4219/20 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ รวมทั้งสถาบันวิจัยของประเทศอิตาลีได้เปิดเผยว่าเศรษฐกิจของอิตาลีมีโอกาสหดตัวประมาณ 5.3% ในปี 2009 ซึ่งเป็นสองเท่าจากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า นอกจากนี้ในช่วงบ่ายมีการประกาศตัวเลขกำลังซื้อภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มประเทศในโซนยุโรปออกมาอยู่ที่ระดับ -30.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นการลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ -28.0% โดยวันนี้ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1.4170-1.4221 ดอลลาร์/ยูโร และปิดตลาดที่ 1.4190/96 ดอลลาร์/ยูโร ส่วนค่าเงินปอนด์นั้นอ่อนค่าลงเล้กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์เช่นกัน ซึ่งวันนี้ค่าเงินปอนด์เปิดตลาดที่ 1.6408/10 ดอลลาร์/ปอนด์ เทียบกับระดับราคาปิดตลาดวานนี้ (21/7) ที่ 1.6419/23 ดอลลาร์/ปอนด์ และค่าเงินปอนด์วันนี้มีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.6312-1.6456 ดอลลาร์/ปอนด์และปิดตลาดที่ 1.6368/72 ดอลลาร์/ปอนด์

จากการประชุมธนาคารกลางประเทศแคนาดาวานนี้มีมติประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +1.9/2.1 สตางค์/ดอลลาร์ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.5/1.5 สตางค์/ดอลลาร์

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด