นายกฯ มาเลย์ยุบสภา-มหาเธร์เตรียมนำฝ่ายค้านสู้ศึกเลือกตั้งใหม่

นายกฯ มาเลย์ยุบสภา-มหาเธร์เตรียมนำฝ่ายค้านสู้ศึกเลือกตั้งใหม่
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศยุบสภาและเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ขณะที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด รัฐบุรุษของประเทศ ประกาศนำกลุ่มแนวร่วมฝ่ายค้านสู้ศึกเลือกตั้ง ทั้งที่เคยเป็นเสาหลักของพรรครัฐบาลมาก่อน

นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศว่า รัฐบาลตัดสินใจยุบสภาและเดินหน้าสู่การเลือกตั้งภายใน 60 วัน โดยการยุบสภาจะมีผลทันทีในวันที่ 7 เมษายนนี้ ซึ่งสำนักข่าวบลูมเบิร์กมองว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าพรรครัฐบาล บาริซาน นาซิอองนาล หรือ BN ซึ่งครองอำนาจมากว่า 60 ปี จะสามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้หรือไม่

นายนาจิบยืนยันในการออกแถลงการณ์ยุบสภาว่า หากประชาชนเลือกพรรค BN เป็นรัฐบาลต่อไป พรรคจะนำประเทศไปสู่การหลอมรวมประชาชนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่า ที่ผ่านมา พรรคได้ทำงานเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนมาตลอด และจะสามารถสร้างนโนบายให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ต่อไป

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 2 สำหรับนายนาจิบ ตั้งแต่เขาขึ้นเป็นนายกฯ ในปี 2552 โดยพรรคฝ่ายค้านหลักที่จะเป็นคู่แข่งของ BN คือ ปากาตาน ฮาราปาน หรือ PH ซึ่งเป็นแนวร่วมฝ่ายค้าน 4 พรรครวมกัน มีนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย 92 ปี เป็นแกนนำชั่วคราว นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านตัวจริง อยู่ระหว่างถูกจำคุกเนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

โดยนายมหาเธร์เคยเป็นปูชนียบุคคลของพรรค BN และเคยสนับสนุนนายนาจิบอย่างเต็มที่ แต่กลับประกาศลาออกจากพรรคเมื่อปี 2559 หลังจากนายนาจิบเจอข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน

นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด

การเลือกนายมหาเธร์เป็นผู้นำชั่วคราวของแนวร่วมฝ่ายค้าน ถือเป็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านที่จะเอาชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งกว่าร้อยละ 60 เป็นชาวมาเลย์มุสลิม และส่วนใหญ่มีแนวคิดอนุรักษนิยม เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายค้านถูกมองว่าเป็นตัวแทนของคนส่วนน้อยทางเชื้อชาติและศาสนาในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความหวังว่าคะแนนนิยมที่ประชาชนมีต่อรัฐบุรุษของประเทศอย่างนายมหาเธร์ จะเพิ่มคะแนนให้ฝ่ายค้านได้มาก 

อย่างไรก็ตาม พรรค PPBM ของนายมหาเธร์ก็ถูกสกัดดาวรุ่ง เนื่องจากโดนแบนชั่วคราวเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา และแบนยาว 30 วัน ทำให้พรรคเสียเปรียบอย่างมากในการหาเสียง นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เลือกพรรค BN มากกว่าฝ่ายค้าน เมื่อบวกกับกฎหมายเลือกตั้งและระบบแบ่งเขตที่เข้าข้าง BN และการกุมอำนาจในฐานะรัฐบาล รวมถึงกฎหมายต่อต้านข่าวปลอมที่เพิ่งออกมา และถูกมองว่ามีไว้เพื่อปิดปากฝ่ายค้านในช่วงเลือกตั้ง ก็ยิ่งทำให้ค่อนข้างแน่นอนว่าพรรค BN จะสามารถกลับมาได้รับชัยชนะ ครองเสียงได้ถึง 2 ใน 3 ของสภา