ครูท้าโจทย์ "โยนไข่จากชั้น 10 ยังไงไม่ให้แตก?" นศ.คิดจนหัวหมุน รปภ.เฉลยคำเดียวจบ!

โจทย์วิทย์หรือกวน? "โยนไข่จากชั้น 10 ยังไงไม่ให้แตก" นศ. คิดจนหัวหมุนครึ่งชั่วโมง ลุงยามเฉลยคำเดียวจบใน 5 วิ!
ในโลกมหาวิทยาลัย คำถามปลายเปิดที่ไม่มีคำตอบตายตัวมักถูกอาจารย์นำมาใช้เพื่อฝึกทักษะกระบวนการคิดของนักศึกษา แต่บางครั้ง คนที่มีความรู้แน่นปึ้กกลับกลายเป็นคนที่ทำให้เรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยากโดยไม่รู้ตัว
ล่าสุด บนเว็บบอร์ดนักศึกษาของประเทศจีนได้มีการแชร์เรื่องราวสุดฮาชวนอมยิ้มที่เกิดขึ้นในวิชาเรียน "ทักษะกระบวนการคิด" เมื่ออาจารย์ทิ้งทายโจทย์สั้นๆ ไว้บนกระดานก่อนเดินออกจากห้องช่วงพักเบรกว่า “ทำอย่างไรจึงจะปล่อยไข่ไก่จากตึกชั้น 10 ลงมาที่พื้นได้ โดยที่ไข่ไม่แตก?” พร้อมท้าทายให้นักศึกษาช่วยกันระดมสมองหาแนวทางให้ได้มากที่สุด
เมื่อ "มนุษย์สายวิทย์" ปะทะ "โจทย์ปัญหาลวงตา"
ทันทีที่อาจารย์เดินพ้นประตู ห้องเรียนก็เปลี่ยนสภาพเป็นห้องวิจัยในพริบตา! นักศึกษาต่างพากันแบ่งกลุ่มและงัดเอาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด
-
กลุ่มฟิสิกส์สายคำนวณ: เริ่มขีดเขียนสูตรคำนวณความเร็วในการตกอิสระ (Free Fall) แรงต้านอากาศ และเสนอให้สร้าง "ร่มชูชีพขนาดจิ๋ว" ผูกติดกับลูกไข่
-
กลุ่มวิศวกรรมการออกแบบ: เสนอให้สร้างระบบตัวดูดซับแรงกระแทก (Shock Absorber) เพื่อรองรับแรงปะทะตอนตกถึงพื้น
-
กลุ่มวัสดุศาสตร์: ถกเถียงกันเรื่องการใช้โฟมกันกระแทกชนิดพิเศษแบบเดียวกับที่ใช้แพ็กการขนส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
สูตรฟิสิกส์ ศัพท์เทคนิคขั้นสูง และภาพร่างโครงสร้างต่างๆ ถูกระเลงจนเต็มกระดานดำ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ห้องเรียนก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ทั้งง่ายและทำได้จริงในชีวิตประจำวันได้เลย
คำตอบใน 5 วินาทีของ "ลุงยาม" ที่ทำเอาเงิบทั้งห้อง
ประจวบเหมาะกับที่ "ลุงยาม" ประจำตึกเดินตรวจความเรียบร้อยผ่านมาเห็นนักศึกษายืนมุงกันแน่นห้องด้วยความเคร่งเครียด จึงเอ่ยปากถามด้วยความทักทาย เมื่อเหล่านักศึกษาเล่าโจทย์ข้อนี้ให้ฟัง ลุงยามก็หัวเราะร่าแล้วตอบกลับมาอย่างเนิบๆ ว่า...
"อ้าว ก็แค่เอาหมอนใบนุ่มๆ มารองไว้ที่พื้นสิหลาน แล้วค่อยหย่อนไข่ลงมา"
ห้องเรียนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันไป 3 วินาที... ก่อนที่เสียงระเบิดหัวเราะจะดังสนั่นไปทั่วทั้งชั้น!
กลายเป็นว่าตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา นักศึกษาทุกคนต่างติดลูปความคิดที่ว่าต้องหาเทคโนโลยี "ชั้นสูง" มาเซฟลูกไข่ เพราะคิดไปเองว่าโจทย์ระดับมหาวิทยาลัยต้องซับซ้อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โจทย์ไม่ได้มีข้อห้ามหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ เลยว่าห้ามใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือทั่วไป
บทเรียนจิตวิทยา: ดักดานใน "ข้อตกลงที่คิดไปเอง"
หลังจากเรื่องนี้ถูกโพสต์ลงโซเชียล ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แซวกันอย่างสนุกสนาน:
-
“นี่มันโรคประจำตัวของพวกสายเทคนิคชัดๆ เจอโจทย์ปุ๊บนึกถึงสูตรก่อนนึกถึงความเป็นจริง”
-
“ลุงยามไม่ได้เก่งฟิสิกส์มากกว่านักศึกษาหรอก แต่ลุงแค่ไม่ได้สร้างกรอบขังความคิดตัวเองไว้ต่างหาก”
-
“บางทีผู้ใหญ่เตือนว่าอย่าคิดให้มันซับซ้อน มันคือเรื่องจริงเลยนะ”
ในทางจิตวิทยาพฤติกรรม (Cognitive Psychology) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "ข้อสมมติฐานที่สร้างขึ้นเอง" (Implicit Assumption) หมายถึงภาวะที่มนุษย์เรามักจะเติมเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่จริงเข้าไปในปัญหา เพราะกรอบประสบการณ์เดิมบอกว่า "มันควรจะเป็นแบบนั้น" ซึ่งสิ่งนี้แหละที่มักจะบดบังหนทางแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดไป
แน่นอนว่าหากมองในมุมโครงงานวิทยาศาสตร์ การออกแบบร่มชูชีพหรือกล่องซับแรงกระแทกยังคงเป็นแนวทางที่ถูกต้องและใช้งานได้จริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของโจทย์ข้อนี้อาจไม่ได้ต้องการทดสอบความจำเรื่องสูตรฟิสิกส์ หากแต่เป็นการเตือนสติให้เราหยุดคิด ทบทวนเงื่อนไข และอย่าเพิ่งด่วนสร้างกรอบข้อจำกัดให้ตัวเอง ความรู้ทางวิชาการช่วยให้เราแก้ปัญหาระดับมหภาคได้ แต่ประสบการณ์ชีวิตก็ช่วยให้เรามองเห็นทางออกที่เรียบง่ายและตรงจุดที่สุดได้เช่นกัน เมื่อนำทักษะทั้งสองด้านมาผสมผสานกัน ทางออกของปัญหาในชีวิตอาจจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยไม่ต้องเสียเวลาคำนวณให้ปวดหัวเลย!
- โจทย์เลขประถมสุดท้าทาย! เด็กตอบ 1+5+5=11 แต่ครูให้ผิด เฉลยจริงทำพ่อยังอึ้ง
- พ่อไปไม่เป็น! เลขประถมสั่ง "ตัดเต้าหู้ 2 ที ให้ได้ 8 ชิ้น" มั่นใจโจทย์ผิด แต่ครูเฉลยหน้าชา

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี