โบรกเกอร์ชี้ งบกระตุ้นศก.ทำถูกจุด ฟื้นปท.ได้เร็ว

เมื่อวันที่ 14 มกราคม บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ รายงานว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณกลางปี 52 กว่า 1.15 แสนล้านบาท ล้วนแต่เป็นเรื่องประชานิยม ทั้งเรียนฟรี 15 ปี ช่วยค่าครองชีพบุคลากรภาครัฐ เบี้ยยังชีพคนชรา เงินกู้ช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เป็นต้น ซึ่งโครงการต่างๆ จะเน้นไปทีการอัดฉีดเงินโดยตรงเข้ากระเป๋าของประชาชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไปคือการเบิกจ่าย และระยะเวลาในการอัดฉีดเงินว่าจะรวดเร็วเพียงใดเพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งหากสามารถทำได้รวดเร็วและแก้ปัญหาได้ถูกจุด ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย รายงานว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลแถลงวานนี้ กลุ่มผู้บริโภคเป็นผู้ที่รับประโยชน์โดยส่วนใหญ่ (ประมาณ 85% ของวงเงินทั้งหมด) ซึ่งประเมินว่าการช่วยเหลือของรัฐจะส่งผลในระยะสั้นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น ทำให้เชื่อว่าในระดับต่อไปรัฐบาลจะมีเป้าหมายเข้าไปช่วยเหลือภาคธุรกิจ และ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาว โดยงบกลางปี 2552 ที่ออกมา 1.15 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนมากกว่าการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ประสบปัญหา ซึ่งสถาบันคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี หลังเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวแล้ว โดยประเมินในเบื้องต้นว่า กลุ่มค้าปลีก จะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาลมากที่สุด เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนลดลง

ด้านบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ โกลเบล็ก รายงานว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบร 1.15 แสนล้าน (ที่มุ่งเน้นกระตุ้นด้านDemand Side) คาดว่าจะส่งผลได้ภายใน 2-3 เดือน รอเสนอต่อสภาผู้แทนอนุมัติอีกครั้ง 28 มกราคมนี้ การประชุม กนง. วันนี้คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลงอีก ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้นๆ ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการกลับตัวที่แนวรับ

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด