กรรชัยควงเจ้าของIcemonsterแถลงโดนโกง

กรรชัยควงเจ้าของIcemonsterแถลงโดนโกง

กรรชัยควงเจ้าของIcemonsterแถลงโดนโกง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อุตส่าห์นำเข้าร้าน "ไอซ์มอนสเตอร์" จากต่างประเทศเข้ามาเมืองไทย สำหรับพิธีกรชื่อดัง "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" แต่หนุ่มกรรชัย กลับถูกวงศาคณาญาติที่เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน ถอนชื่อออกจากการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว แถมยังต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อฟ้องร้องความเป็นธรรม ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย พร้อมด้วย "Mr.Gerad U Tan" เจ้าของลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ไอซ์มอนสเตอร์ ที่บินตรงมาจากฟิลิปปินส์ ก็ชี้แจงเรื่องทั้งหมดว่า "เรื่องคดีที่ได้ฟ้องร้องไป ก็มีอยู่ 2 คดีด้วยกัน คือ คดีแพ่ง และคดีอาญา ซึ่งเมื่อวานนี้ (5 ก.ค.) ทางศาลอาญาก็ได้ประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกรรมการของบริษัท ไอดู ไอซ์ ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ไอซ์มอนสเตอร์ ในประเทศไทย ก็ตกเป็นจำเลยเรียบร้อย ซึ่งวันนี้ก็อยากจะบอกให้ลูกค้าและแฟรนไชส์ของไอซ์มอนสเตอร์ ได้ทราบเกี่ยวกับคดีอาญา ซึ่งจะมี 3 หัวข้อ ที่ได้ฟ้องไป คือเรื่องของการถอดถอนชื่อผู้ถือหุ้นออกโดยไม่ได้ยินยอม และนำเอาเอกสารผู้ถือหุ้นนำไปแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานที่กระทรวงพาณิชย์ ในส่วนที่ 2 ก็เป็นเรื่องที่กรรมการ หรือจำเลยทั้ง 2 คน นำเอาเงินของบริษัทออกไปใช้จ่ายส่วนตัว ในมุมกลับกัน ผมกลับไม่เคยได้รับเงินปันผลเลยแม้แต่สลึงเดียว ก็ถือเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยในการลงทุน และส่วนที่ 3 ที่ได้ฟ้องร้องไป ก็เป็นเรื่องที่สาขาบางสาขาของไอดูไอซ์ ซึ่ง ไอดูไอซ์ ก็เป็นต้นสังกัดของไอซ์มอนสเตอร์ ที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ผมเคยมีหุ้นส่วนอยู่ด้วย ปรากฏว่า เงินที่ขายได้ของบางสาขาไม่เข้าบริษัท กลับไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ 2 และในส่วนของการเรียกค่าเสียหายก็เรียกในส่วนที่ควรจะได้ คือ เงินปันผลรายปี ค่าแบรนด์ของตัวเอง และค่าลงทุนต่างๆ ก็ประมาณ 10 กว่าล้าน" ด้าน "Mr. Gerad U Tan" ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ไอซ์มอนสเตอร์ ก็เปิดเผยว่า ในปี 2549 บริษัทของผมได้มอบสิทธิ์เครื่องหมายการค้าไอซ์มอนสเตอร์ ให้กับ นายอธิป ซึ่งต่อมาได้เปิดบริษัท ไอดูไอซ์ เพื่อประกอบธุรกิจการขายน้ำแข็งใสในไทย โดยสัญญาดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน มี.ค. 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า หลังเดือน มี.ค. 2554 จนถึงปัจจุบัน นายอธิป และบริษัท ไอดูไอซ์ ไม่มีสิทธิ์ใช้เครื่องหมายไอซ์มอนสเตอร์ ในประเทศไทยอีกต่อไป อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน นายอธิป และบริษัทยังคงใช้เครื่องหมายไอซ์มอนสเตอร์เรื่อยมา โดยไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าภายใต้กฎหมายไทย และกฎหมายฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2552 นายอธิป ไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในอัตรา 5% เนื่องจากได้อธิบายว่า กิจการขาดทุน นายอธิป และบริษัท ไอดูไอซ์ ได้เก็บค่าลิขสิทธิ์จากร้าน 7% จากแฟรนไชส์ต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่ได้ส่งเงินดังกล่าวให้กับต้นบริษัท และ นายอธิปยังได้เปลี่ยนแปลงฟรอนซ์ และโลโก้ต้นแบบ ซึ่งเป็นการผิดสัญญา และได้รายงานว่า ได้เปิดไอส์มอนเตอร์ 11 สาขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทได้เปิดมากกว่า 40 สาขา ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่า บริษัทไม่ได้ขาดทุน และตามที่กล่าวไปขั้นต้นก็อยากประกาศให้รับทราบว่า ตอนนี้ผู้ที่ใช้แฟรนไชส์ และบริษัทที่อยู่ในความดูแล และยังคงใช้เครื่องหมายไอซ์มอนสเตอร์ในประเทศไทย ต้องยุติและเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว มิฉะนั้นจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งแพ่งและอาญา ในส่วนของ นายอธิป ก็จะมีการปรึกษากับทนาย เพื่อดำเนินการฟ้องร้องกับ นายอธิป และบริษัทไอดูไอซ์ โดยเร็วที่สุด"

ด้าน หนุ่มกรรชัย ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "ในส่วนของร้านที่หมดสัญญาไปแล้ว หากจะมีการทำต่อ ก็คงต้องมีการพูดคุย ต้องรอดูต่อไปว่าจะเอายังไง ถามว่าแนวโน้มจะเป็นยังไง ก็จริงๆ แล้ว ก็ยังรักไอซ์มอนสเตอร์อยู่ แต่ ณ วันนี้มันเกิดเหตุการณ์เยอะแยะมากมาย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ก็ลดน้อยลง ยังไงก็คงต้องไปปรึกษากับทางพี่น้องที่เหลืออยู่ก่อน ในส่วนของเรื่องคดี ตอนนี้ก็รอการติดต่อจากทางเค้าอยู่ หากเค้ายังไม่ติดต่อมาก็คงต้องดำเนินคดีต่อไป เพราะจะมีการฟ้องร้องขึ้นมาอีก 2-3 คดี เกี่ยวกับเรื่องของไอซ์มอนสเตอร์ เพราะมันมีเรื่องของเอกสารที่ไม่ชัดเจน อันนี้ก็ต้องไปพูดกันในชั้นศาลต่อไป ในส่วนของคดีแพ่ง ตอนนี้ทางศาลคดีเต็มก็คงต้องรอประมาณสินปี ส่วนคดีอาญา ก็วันที่ 1 ก.ย. ทางจำเลยทั้ง 2 คนต้องไปสืบพยาน และต้องมีการประกันตัวเกิดขึ้น ถามว่า มั่นใจแค่ไหนเรื่องคดี ก็ขอบอกเลยว่า มั่นใจ 100% ก็หากไม่มาคุยกัน ก็คงดำเนินการให้ถึงที่สุด ยังไงก็ยังเปิดโอกาสให้อยู่ เพราะยังเป็นน้อง แต่หากเค้าคิดว่า สิ่งที่เค้าทำถูกต้อง ก็ไม่เป็นไรก็เจอกันในชั้นศาล ในส่วนกรณีของ "เมย์-เฟื่องอารมย์" ที่ได้เดินทางไปขึ้นศาลด้วย เพราะโดนพาดพิง คือ เมย์จะไปเปิดสาขาที่ห้างแถวลาดพร้าว แล้วเมย์ไม่จ่ายค่าแฟรนไชส์ ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่องก็คือ เมย์ได้ไปจองพื้นที่จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว 8 แสนบาท แต่อยู่ดีๆ มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น เมย์เค้าก็เลยไม่ทำ พอเมย์ไม่ทำ ก็ไม่ได้จ่ายค่าแฟรนไชส์ เค้าก็ไปขอเงินคืนจากห้าง แต่ทางนู้น เค้าเอามาเป็นข้ออ้าง มันเลยพาดพิงมาถึงเมย์ด้วย"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล