“ทักษิณ ชินวัตร” พักโทษ ออกจากเรือนจำ ติดกำไล EM กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เปิดภาพวินาที “ทักษิณ ชินวัตร” พ้นเรือนจำ ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ติดกำไล EM กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
11 พ.ค. 2569 "ทักษิณ ชินวัตร" ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ หลังรับโทษมาแล้ว 243 วัน เดินทางรายงานตัวติดกำไล EM ก่อนมุ่งหน้ากลับบ้านจันทร์ส่องหล้าเพื่อร่วมโต๊ะอาหารมื้อแรกกับครอบครัว
บรรยากาศวินาทีปล่อยตัว
เมื่อเวลา 07.40 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำภายใต้มาตรการพักการลงโทษตามกฎหมาย โดยนายทักษิณปรากฏตัวในชุดเสื้อสีขาว กางเกงสีดำ ท่ามกลางการรอรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัว นำโดยลูกๆ พร้อมด้วยแกนนำและ สส. จากพรรคเพื่อไทย รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารวมตัวให้กำลังใจ
ต่อมาในเวลา 08.15 น. นายทักษิณ พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม มุ่งหน้าไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรายงานตัวและติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (กำไล EM) ก่อนจะเดินทางกลับเข้าพักโทษที่ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ซึ่งเป็นสถานที่พักโทษตามที่ระบุไว้ และร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อแรกกับครอบครัวชินวัตรอย่างพร้อมหน้า

กรมคุมประพฤติเปิดเงื่อนไข "พักโทษ"
กรมคุมประพฤติดำเนินการ กรณีกรมราชทัณฑ์แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ให้ปล่อยตัวพักการลงโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อ พนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน
ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ ดังนี้
1. พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน
2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน
ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
3. ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงาน
คุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป
4. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรม
เพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัว
ต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง
5. ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ
6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย
7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ
ทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
8. ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด
9. ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก
10. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)- ไม่มี
11. ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญ
พักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้
อนึ่ง หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษ ต่อไป ผู้ได้รับการพักการลงโทษ ได้เข้ารายงานตัว และรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว
กรณีเป็นที่สนใจของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง กรมคุมประพฤติ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อโปรดทราบ

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



