ครม.ยกเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ เหตุล้าสมัย-งานซ้ำซ้อน เปิดชัดๆ มีอะไรบ้าง?!

ครม. ยกเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ เหตุล้าสมัย-งานซ้ำซ้อน หวังเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนงานและขั้นตอนต่าง ๆ
โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ถูก “ยกเลิก” จำนวน 8 ฉบับ มีดังนี้
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2521
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ (ครป.) มีอำนาจหน้าที่เร่งรัดการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับประชาชน ส่วนราชการอื่นหรือรัฐวิสาหกิจ และภายในส่วนราชการ
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ ไม่มีความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ และมาตรฐานในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ครอบคลุมแล้ว เช่น การอนุญาตการรับจดทะเบียน การวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นต้น
2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ” (กศร.) และ “สำนักงานคณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ” (สศร.) ภายใต้สังกัด สศช. เพื่อทำหน้าที่พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ราชการทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัด และโครงการเฉพาะ
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ การจัดระบบศูนย์ราชการบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว ประกอบกับ มติ ครม. (25 ต.ค.64) เห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบนี้ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย รับช่วงต่อในการดูแล โดยปรับรูปแบบเป็นคำสั่งหรือประกาศในระดับกระทรวงแทน
3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (กอช.) และสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ในการเสนอแนะนโยบาย วางแนวทางประสานงาน และผลักดันแผนแม่บทวัฒนธรรมของชาติอยู่แล้ว
4. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน” (ปจช.) และสำนักงานโฉนดชุมชน ภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เจ้าของที่ดิน และชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นชุมชนมีสิทธิ์ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจนกว่า คือ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดมาตรการและแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินไว้อย่างเป็นธรรมอยู่แล้ว
5. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.)” ทำหน้ากำหนดนโยบายและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่
– พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วยแล้ว
6. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ. 2564
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหาย และการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม” (ค.พ.ศ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ ค.พ.ศ. มีหน้าจัดทำนโยบาย แผนแม่บท และแผนปฏิบัติการระดับชาติเกี่ยวกับการติดตามคนหาย และพิสูจน์ศพนิรนาม เพื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งกลไกที่มีอยู่ครอบคลุมอยู่แล้ว
7. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน พ.ศ. 2547
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน” (กบพร.) และ “สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน” (สพธ.) ใน สศช.
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว
8. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พ.ศ. 2545
เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” (กพข.) และ “สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” (สพข.) ใน สศช. ทำหน้าที่ในการกำหนดกรอบ ทิศทาง และยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยเหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ มีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตาม พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560
“การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี 8 ฉบับ เพื่อปฏิรูปกฎหมายให้มีความทันสมัย และลดความซ้ำซ้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและลดภาระงบประมาณแผ่นดิน โดยเน้นการคงไว้ซึ่งระบบคณะกรรมการเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฯ” น.ส.รัชดา กล่าว
- คิดให้แล้ว! พรรคส้มเปิดแผน "สู้วิกฤตน้ำมัน" ติงนายกฯ มีแค่คำขอโทษ แต่ไร้แผนรับมือ
- ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล แต่ไม่สั่ง 10 สส.ประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


