“นภ พรชำนิ” ดลบันดาลคำขอแฟนๆ เป็นจริง ด้วยมนต์เสน่ห์ป็อปแจ๊สในเวที “By Request” | Sanook Music

“นภ พรชำนิ” ดลบันดาลคำขอแฟนๆ เป็นจริง ด้วยมนต์เสน่ห์ป็อปแจ๊สในเวที “By Request”

“นภ พรชำนิ” ดลบันดาลคำขอแฟนๆ เป็นจริง ด้วยมนต์เสน่ห์ป็อปแจ๊สในเวที “By Request”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แม้จะเป็นศิลปินที่ไม่ได้ปล่อยเพลงบ่อย และมีบางช่วงที่ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน แต่ นภ พรชำนิ ศิลปินที่แจ้งเกิดจากค่าย Bakery Music และขับกล่อมวงการเพลงไทยด้วยเสียงที่นุ่มและการร้องที่เต็มไปด้วยการอิมโพรไวซ์มาตลอด 2 ทศวรรษ ถือได้ว่าเป็นศิลปินที่มีผู้ติดตามและชื่นชอบจำนวนมาก จนทำให้เขาได้รับการตอบรับท่วมท้นทุกครั้งที่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นงานของเขาเอง หรือแม้แต่การเป็นแขกรับเชิญให้กับศิลปินคนอื่นที่รักเขา รวมถึงในฐานะสมาชิกวง P.O.P 

และในปี 2564 เขาก็ได้กลับมาขึ้นเวทีคอนเสิร์ตออนไลน์อย่างงาน The Nightclub Concert Ep.2 นภ พรชำนิ By Request โดย World Artists Thailand ซึ่งเป็นภาคต่อของงาน The Palace พาแดนซ์ ในสัปดาห์นี้ และนี่เป็นอีกคอนเสิร์ตสำคัญของนภ ที่จัดในเดือนพฤศจิกายนต่อจากงาน The Story of Nop Ponchamni (2017), P.O.P 20 (2018), Pass the Love (2019), Circle of Friends Beach Weekend (2020) ซึ่งถือเป็นเรื่องบังเอิญสุดๆ ของเขา

การแสดงของนภ พรชำนิ และวง The Groovetomatix-11 ของเขาได้ขึ้นชื่อเรื่องการนำเสนอเพลงป็อปแจ๊สที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และอิมโพรไวซ์ โดยเราที่เคยได้ชมการแสดงของนภก็ทราบว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างบนเวที แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเขาจับคู่กับวง The Groovetomatix-11 ซึ่งยิ่งทำให้เราอยากเห็นว่าในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมกัน นภ และ The Groovetomatix-11 จะทำโชว์ออกมาอย่างไรในขณะที่ต้องตีโจทย์ “By Request” ที่เป็นการของงานไปพร้อมกัน 

โดยการแสดงได้เริ่มจากการโหมโรงของวง The Groovetomatix-11 ด้วยเพลง Homeของ ธีร์ ไชยเดช ที่มาพร้อมโทนที่เต็มไปด้วยมิติทั้งความอบอุ่นและครึกครื้นจากวงเครื่องเป่า ก่อนจะต้อนรับทุกคน และเอ่ยเหตุผลที่เลือกเพลงนี้มาร้องเพราะอยากจะมอบความอบอุ่นให้กับแฟนเพลงที่อยู่ ก่อนตามด้วยการแสดงช่วง Pre-Bakery เพลง “ที่แล้วก็แล้วไป” ของ เต๋อ-เรวัติ พุทธินันท์ ก่อนตามด้วยเพลง “ขอมือเธอหน่อย” ของ ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย ที่มีการผสานดนตรีแจ๊สแบบละมุน และมาพร้อมกรูฟที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ซึ่งนภเองได้อิมโพรไวซ์การร้อง ก่อนตามด้วยเพลง “ทนได้ทนไป” ของ Autobahn ที่นภเอ่ยว่าเป็นเพลงที่เศร้าสุดของงาน ก่อนตา่มด้วยเพลง “ทำดีได้ดี” ของ อัสนี-วสันต์ โชติกุล เพื่อเป็นการให้เกียรติ เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ นักแต่งเพลงดังกล่าวที่นภเคารพ 

และหลังจากที่ชวนแฟนๆ ชนแก้วแล้ว ก็ถึงพาร์ทที่หลายคนรอคอย เพราะมันคือพาร์ทเพลง Bakery ซึ่งที่ผ่านมานภถือเป็นศิลปินอีกคนที่เป็นเสมือนโลโก้ค่ายดังกล่าว โดยนภเริ่มจากเพลง “ขอหอม” ของ Yokee Playboy และตามด้วยเพลง “อยากจะขอ” ของเขาเองซึ่งมีการสอดแทรกวลี “รักเธอประเทศไทย” ด้วย และเขาก็เซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการร้องเพลง “รัก” ของ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ที่นภและบอย โกสิยพงษ์ ได้ทำเพื่อขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สนับสนุนคนยุคนี้ ก่อนตามด้วยเมดเล่ย์ผลงาน บอย โกสิยพงษ์ อย่างเพลง “ดอกไม้”, “ผมแอบชอบคุณ”, “ใคร” ซึ่งเป็นการเมดเล่ย์ที่ไม่ได้มีการซ้อมแบบต่อเพลงมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้นภและทีมจะซ้อมแบบเพลงเดี่ยวๆ แยกกัน และเน้นซ้อมเพลงที่หลากหลายที่สุดเท่าที่ได้ตามโจทย์ของงานที่เน้นตามใจแฟนๆ ก่อนที่นภจะหยิบเพลง “ความลับ” ของวง H มาร้องปิดท้ายช่วงดังกล่าว 

พอถึงช่วงที่ 3 ของงานก็เป็นคิวของ ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน กุญชร) ที่สลัดภาพสาวลูกทุ่งเซ็กซี่ มาโชว์เสียงร้องที่มีเสน่ห์ในเพลง “ดาว” ของคริสติน ซึ่งคราวที่เธอมากับช่องเสียงกลางและอิมโพรไวซ์อันหลากหลายต่างจากตอนร้องเพลง Shallow ในร้องข้ามกำแพง ที่เป็นโทนเสียงทุ้ม และการร้องเสียงสูงในเพลงลูกทุ่ง จนเราว้าวกับความสามารถของเธอ เช่นเดียวกับผู้ชมคนอื่นที่พิมพ์เล่าความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นการแสดงแบบนี้ของใบเตย ก่อนที่เธอจะตามด้วยเพลง “ยอม” ที่มีนภมาร่วมพูดคุย โดยหลังจากที่พูดคุยเรื่องความประทับใจกันละกันแล้ว นภก็มอบพลังบวกให้ใบเตยด้วยการร้องเพลง “รางวัลแด่คนช่างฝัน” ของ จรัล มโนเพ็ชร ซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ และโชว์นี้สมาชิก The Groovetomatix-11 ก็ได้มาพร้อมดนตรีอะคูสติกที่ฉีกจากดนตรีป็อปแจ๊สที่เราได้ฟังมาก่อนหน้านี้ 

พอใบเตยอำลาเวทีพร้อมทิ้งท้ายขอเพลง “เพื่อเธอ” ก็ถึงเวลาเปิดตัวแขกรับเชิญคนที่ 2 ที่มาในรูปแบบการโฟนอินอย่าง บอย โกสิยพงษ์ เพื่อเป็นการขอบคุณก่อนที่นภจะเซอร์ไพรส์บอยว่าเขาเองกำลังจะเป็นคุณพ่อแล้ว ต่อหน้าต่อตาผู้ชมทางบ้านที่ตื่นเต้นกับข่าวดีนี้เช่นกันจนข้อความล้นหลามแชท ก่อนที่นภจะร้องเพลง “เพื่อเธอ” เพื่อเริ่มช่วงสุดท้ายในธีม Celebration

 

ช่วงท้ายของงานนภและ The Groovetomatix-11 ได้นำเพลงสนุกสนานมาเล่นทั้ง “แค่ได้พบเธอ” ของ P.O.P ก่อนตามด้วยเพลง “เผลอ” ที่เขาได้เผยมุมความเป็นเพลย์บอยตัวเอง ก่อนเขาจะแนะนำทีม The Groovetomatix-11 แบบรายคนและปิดท้ายโชว์ด้วยเพลงระดับตำนานของ Bakery อย่าง “ลมหายใจ” ที่สร้างสรรค์โดย สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ หรือ Z-MYX โดยนอกจากลูกเล่นของของนภเรายังได้เห็นในช่วงท้ายว่า The Groovetomatix-11 ก็สามารถเล่นดนตรีที่มีกลิ่นอายร็อค ดิสโก้ และหลายเฉดสีดนตรีได้โดดเด่นเช่นกัน ก่อนที่นภจะขอบคุณและอำลาทุกคนพร้อมคำขอบคุณทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุน และคว้าเพลงสุดท้ายอย่าง “ฤดูที่แตกต่าง” มาเซอร์ไพรส์ และการเซอร์ไพรส์อีกรอบด้วยเพลงปิดท้ายจริงๆ อย่าง “เหมือนเคย” ที่เป็นเหมือนการขอบคุณและบอกรักแฟนๆ ก่อนลาเวที

ในโชว์ครั้งนี้ นภ พรชำนิ ได้ทำโชว์ออกมาได้คุณภาพแน่น ทั้งการร้องที่ใช้ช่องเสียงและอิมโพรไวซ์ลูกเล่นต่างๆ พร้อมเปลี่ยนมาดไปมาแบบสนุกสนานทั้งโหมดอบอุ่นและโหมดหนุ่มเจ้าเสน่ห์แพรวพราว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ยากจะลอกเลียนแบบของเขา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังคงรักษาธีมงานให้เข้ากับตัวตนความเป็นสุภาพบุรุษที่เต็มไปด้วยพลังบวก ด้วยการเลือกร้องเพลงฟีลกู้ดแทบทั้งหมด และได้ตอบโจทย์การเป็น “By Request” ของงานพร้อมกัน โดยตลอดงานนั้นทุกเพลงได้มาพร้อมการร้องที่ต่างจากต้นฉบับและการอัดเสียงในสตูดิโอไปมาก จนเรามองว่าเป็นการคืนกำไรให้ผู้ชมทั้งในแง่ความสุนทรีและการได้ฟังบทเพลงคุณภาพจากนภแบบที่ฟังที่อื่นไม่ได้ 

 

ทางด้านอีกหนึ่งพระเอกของงานอย่าง The Groovetomatix-11 ก็สมชื่อการเป็นยอดฝีมือทางดนตรีจริงๆ เพราะพวกเขาได้มาพร้อมดนตรีหลากหลายเฉดสีนอกจากพื้นฐานความเป็นป็อปแจ๊สที่พวกเขาถนัด และระหว่างงานสมาชิกแต่ละคนก็มีโซโล่และพาร์ทเด่น ซึ่งนภเองก็ให้สปอตไลท์เมมเบอร์วงตลอดงานผ่านการพูดถึงเรื่อยๆ และการให้ “มด” หนึ่งในสมาชิกมาร่วมพูดคุยในฐานะพิธีกรเสริมของงาน และทางผู้จัดเองก็มอบสปอตไลท์ให้พวกเขาแบบเต็มที่ด้วยการแพนกล้องไปจับที่สมาชิกแต่ละคนขณะโซโล่ พร้อมทำให้งานครั้งนี้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการโชว์จนซาวด์ภาพรวมออกมาดี ไม่มีปัญหาเสียงรบกวนหรือไมค์หอน ลำโพงหอนออกมา 

สำหรับด้านโปรดักชั่นนั้น ถึงแม้งานนี้ก็มาพร้อมสเตจที่เรียบง่าย โดยเน้นสีสันไปที่จอที่อยู่ล้อมเวทีไปจนถึงแพลตฟอร์มที่ห้อยจากเพดานซึ่งมีการเปลี่ยนภาพไปมาทั้งภายถ่ายนภ ภาพท้องฟ้า และอีกหลายภาพที่มากับแสงที่เข้ากับแต่ละอารมณ์เพลง แต่บอกเลยว่าการแสดงของนภและวง The Groovetomatix-11 ทำให้การใช้สเตจหวือหวาแทบไม่จำเป็นเลย เพราะแค่เสียงและซาวด์ก็ทำให้เราโยกและเคลิ้มกับเพลงแบบลืมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปเลย 

การชมคอนเสิร์ต The Palace นั้นได้ดูผ่านเว็บของ Thai Ticket Major โดยครั้งนี้โชว์มาพร้อมความลื่นไหลมากขึ้น จนไม่มีใครพูดถึงเรื่องการโหลดช้าหรือค้างอีกอีกต่อไป โดยหน้าเว็บได้มีช่องแชทให้แฟนๆ ได้คุยและแชทกันราวกับว่าอยู่ด้วยกัน และลิงค์สำรองเผื่อความผิดพลาดทางเทคนิค เรียกได้ว่างานครั้งนี้มีพัฒนาการจากงานรอบแรก และยังคงมาตรฐานความดีแบบเดิมๆ 

 

นอกจากการร้องเพลงที่เต็มไปด้วยสีสันและซาวด์ที่เป็นไปด้วยสีสันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบเกี่ยวกับงานครั้งนี้ก็คือ การที่นภให้เกียรติทุกศิลปินที่เขานำเพลงมาร้อง รวมถึงค่ายเพลงอย่าง GMM Grammy และ คีตา เรคคอร์ดส ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานดังกล่าว พร้อมขอเสียงปรบมือให้พวกเขา และกล่าวชื่นชมพวกเขาก่อนร้องเพลง ไปจนถึงชื่นชมทีมนักดนตรีและขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดงาน ซึ่งทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ก็รักนภ เพราะเขาให้เกียรติทุกคนและถ่อมตัวมาก

ถ้าจะมีอะไรที่เราอยากให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ปรับ ก็คือการวางแพทเทิร์นงาน เพราะถ้าไม่นับการแอบเซอร์ไพรส์ของนภที่เขาใส่มาเอง เรามองว่าโครงสร้างงานครั้งนี้แอบคล้ายงาน The Palace พาแดนซ์ ที่เริ่มด้วยช่วงอินโทร ก่อนตามด้วย 2 พาร์ทการแสดง ก่อนเข้าสู่โชว์ของศิลปินหลักกับแขกรับเชิญ ซึ่งเราแอบคิดว่าถ้ามีการสลับ Sequence บ้าง มันน่าจะมีสีสันใหม่ๆ สำหรับผู้ชม เพราะหลายๆ คนที่ติดตามคอนเสิร์ต The Nightclub Concert น่าจะดูรอบอื่นๆ ได้ ซึ่งถ้ามีการเรียงซีเควนซ์ใหม่อาจทำให้หลายคนรู้สึกตื่นเต้นและเดาทางไม่ถูกมากขึ้น

และอีกสิ่งที่ทำให้เราเสียดายสุดๆ ของงานครั้งนี้ก็คือ การที่งานครั้งนี้มีเวลาแค่ 2 ชั่วโมง เพราะถ้าพูดตามตรง มันเป็นคอนเสิร์ตออนไลน์ที่ซาวด์ แสง สี เสียง รวมถึงมากับการแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ พลังบวก และความอิ่มใจ จนทำให้เราลืมเวลาและอยากฟังอีกหลายเพลง พร้อมทั้งอยากบอกทุกคนว่า นภ พรชำนิ และวง The Groovetomatix-11 เป็นอีกศิลปินคุณภาพที่ควรจะดูการแสดงสดของพวกเขาสักครั้งจริงๆ 

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ ของ “นภ พรชำนิ” ดลบันดาลคำขอแฟนๆ เป็นจริง ด้วยมนต์เสน่ห์ป็อปแจ๊สในเวที “By Request”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook