รันวงการไปด้วยกัน! 14 ศิลปินยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการเพลงไทยในตอนนี้

รันวงการไปด้วยกัน! 14 ศิลปินยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการเพลงไทยในตอนนี้
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

เพลงฮิตกับยุคสมัยเป็นของที่แยกจากกันไม่ได้ ลองหลับตาแล้วนึกย้อนไปในแต่ละช่วงแต่ละยุค เราจะนึกถึงเพลงสุดฮิตจากศิลปินหลายๆ คนที่ทำให้วงการเพลงในตอนนั้นๆ มีสีสัน วันนี้ JOOX พาคุณมาทำความรู้จักกับ 14 ศิลปินที่ได้ฝากผลงานเพลงฮิตไว้ให้กับคนยุคนี้ เรียกว่าพวกเขากำลังรันวงการเพลงไทยตอนนี้ก็ไม่ผิดเลย!

1. Three Man Down

วันนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของ Three Man Down วงดนตรีจากค่ายเพลง Gene Lab ภายใต้การดูแลของ โอม Cocktail (ปัณฑพล ประสารราชกิจ) โดย Three Man Down กลายเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั้งประเทศจากเพลง "ฝนตกไหม" ที่ฮิตแบบสุดๆ จนครองอันดับ 1 บนชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX นานถึง 2 สัปดาห์ โดยล่าสุดพวกเขาได้หยิบเพลงดังในอดีต "นอนไม่หลับ" จากวงดัง Zaza มาทำใหม่ในสไตล์ของตัวเอง ภายใต้โปรเจกต์ JOOX The Remake ทำให้เพลงนี้กลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ฟังรุ่นใหม่อีกครั้ง ด้วยการไต่สูงสุดถึงอันดับ 2 บนชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX ทำให้วันนี้ชื่อของ Three Man Down คือวงดนตรีน้องใหม่ที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่ของการสร้างสรรค์ชิ้นงานเพลง และการนำแฟชั่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้งานดนตรีของพวกเขามีความจัดจ้าน น่าติดตามมากยิ่งขึ้น 

 

2. Tilly Birds

Tilly Birds อีกหนึ่งวงดนตรีจากค่าย Gene Lab ได้มาพร้อมเพลงฮิตติดปากคนไทยทั้งประเทศ "คิด(แต่ไม่)ถึง" ซึ่งสามารถคว้าอันดับ 1 ในชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX ได้ โดยสมาชิกทั้ง 3 คนของ Tilly Birds ประกอบไปด้วย เติร์ด อนุโรจน์ เกตุเลขา  (ร้องนำ), บิลลี่ ณัฐดนัย ชูชาติ (กีตาร์) และ ไมโล-ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล (กลอง) ซึ่งก่อนจะแจ้งเกิดเต็มตัวเป็นวงวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อคที่มีซาวด์ดนตรีสดใหม่ สมาชิก Tilly Birds ทุกคนมีผลงานทางด้านดนตรีการันตีฝีมือมาอยู่แล้ว โดยบิลลี่มีช่อง YouTube ที่มีคนติดตามมากกว่าล้านคน เติร์ดเคยปรากฏตัวในรายการ I Can See Your Voice Thailand และสร้างความตื่นตะลึงกับแฟนๆ รายการมาแล้ว

3. BOWKYLION

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ BOWKYLION (พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ) ศิลปินหญิงเจ้าของเพลงฮิต "ลงใจ", "คิดถึงแต่" และ "ยิ้มมา" ที่สลับกันขึ้นไปติดอยู่ในชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX ตลอดทั้งปี โดยก่อนที่ BOWKYLION จะโด่งดังอย่างในวันนี้ เธอมีชาแนลคัฟเวอร์เพลงใน YouTube ที่มีแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่น และเริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น หลังจากเข้าประกวดรายการ The Voice Thailand ซีซั่น 4 หลังจากนั้นเธอก็กลายมาเป็นศิลปินหญิงของ ค่าย What The duck ในเวลาต่อมา ซึ่ง ณ เวลานี้จุดเด่นของ BOWKYLION คือเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ และผลงานเพลงรักเนื้อหาตรงใจวัยรุ่น บวกกับลุคโดดเด่นมีสไตล์ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอยังเป็นเหมือนไอดอลที่สร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาความฝันให้เด็กวัยรุ่นหลายๆ คน

4. WANYAI

เรียกว่าเป็นปีแห่งความสำเร็จของ WANYAI (โอฬาร ชูใจ) นักร้อง, นักดนตรี และ นักแต่งเพลง อดีตสมาชิกวง Room39 เลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากประกาศแยกวง เขาก็เปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวกับซิงเกิลแรก "เจ็บจนพอ" ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจนทำให้ WANYAI คว้ารางวัลศิลปินยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที JOOX Thailand Music Awards ไปในปีนี้ โดยผลงานของเขามากับเนื้อหาเพลงที่เข้าถึงง่าย จังหวะดนตรีไม่ซับซ้อน บวกเสียงร้องฟังสบาย นั่นจึงทำให้หลายเพลงของ WANYAI ไม่ว่าจะเป็นเพลง "เจ็บจนพอ" และ "ลืมไป" อยู่บนชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX  หลายสัปดาห์ และล่าสุดเขาได้เป็นผู้บริหารค่ายเพลง Holyfox ในเครือ LOVEiS ร่วมกับ มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฎี อดีตสมาชิกวง Room39 อีกด้วย

 

5. Mirrr

เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่มาแรงและน่าจับตามองสำหรับ Mirrr วงซินธ์ป็อปจากค่าย Macrowave เจ้าของเพลง "นิโคติน" ที่สามารถนำเพลงนี้ขึ้นสู่อันดับ 4 บนชาร์ต Thailand Top 100 by JOOX ได้แบบสบายๆ และเพลง "มาโซคิสม์" ก็ออกมาตอกย้ำความแรง โดยได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มแฟนเพลงอย่างดีเช่นเคย โดยจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายดนตรีของ วง Mirrr เกิดจากความหลงไหลในการเล่นดนตรีของทั้งสองสมาชิก และพวกเขาได้เริ่มแต่งเพลงในห้องนอน เขียนเพลงที่เนื้อหาเต็มไปด้วยความลุ่มลึก พร้อมซาวด์เสียงสังเคราะห์บวกไลน์กีตาร์โซโล่ที่มีเอกลักษณ์ นั่นจึงทำให้หลายเพลงของ Mirrr สร้างความตื่นเต้นให้แฟนเพลงเสมอ

6. Indigo 

ท่ามกลางกระแสเพลงฮิปฮอปที่มาแรงสุดๆ ในปีที่ผ่านมา ชื่อของ Indigo วงอิเล็กทรอนิกส์ป็อปร็อคจากค่าย Muzik Move Records ก็สร้างปรากฏการณ์ความแรงสวนกระแสด้วยการพาเพลง "ถ้าฉันเป็นเขา" ขึ้นสู่ชาร์ต อันดับ 1 Thailand Top 100 by JOOX พร้อมยอดวิวทะลุหลักร้อยล้าน และพวกเขายังได้พิสูจน์ฝีมือในวงการดนตรี ด้วยการคว้า รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี จากเวที JOOX Thailand Music Awards 2020 อีกด้วย โดยความโดดเด่นของวงนี้อยู่ที่ซาวด์ อิเล็กทรอนิกส์เท่ๆ ที่นำมาผสมผสานกับความร็อกได้อย่างลงตัว และเมื่อได้เสียงร้องอันทรงพลังของ บลู-บัญชา คำลือชา ที่การันตีคุณภาพจากเวที The Voice Thailand ซีซั่น 5 มาด้วยแล้ว นั่นจึงทำให้ Indigo สามารถสร้างความแตกต่างทำให้พวกเขากลายเป็นศิลปินคุณภาพอันดับต้นๆ ในบ้านเราในวันนี้

7. อิ้งค์ วรันธร

ถ้าพูดถึงนักร้องหญิงในยุคนี้ เชื่อว่าหลายๆคนต้องคิดถึง อิ้งค์-วรันธร เปานิล เป็นคนแรกอย่างแน่นอน เพราะนักร้องสาวเสียงดีคนนี้ เต็มไปด้วยความความสามารถทางดนตรี บวกกับความน่ารักในแบบที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทำให้ทุกซิงเกิลที่เธอปล่อย โด่งดังติดทุกชาร์ต เป็นหนึ่งในศิลปินหญิงไทยไม่กี่คน ที่มีฐานแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่น โดยอิ้งค์ วรันธร เข้าสู่วงการเพลงครั้งแรกในฐานะสมาชิกวง Chilli White Choc ของค่าย Kamikaze เมื่ออายุ 13 ปี และเคยรับบทนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่…ได้คิดถึง จากผลงานการกำกับฯ ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี และได้กลายมาเป็นศิลปินจากค่าย Boxx Music กับสไตล์เพลงซินธ์ป็อปซาวด์ 80 ที่เธอหลงรักและถนัด โดยล่าสุด อิ้งค์ วรันธร คว้าเอารางวัลเพลงอินดี้แห่งปี จากเวที JOOX Thailand Music Awards ไปครองจากเพลง "ดีใจด้วยนะ" แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านดนตรี ที่ก้าวกระโดดของเธออย่างชัดเจน

8. Whal & Dolph

หากพูดถึงศิลปินอินดี้ ที่มาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Whal & Dolph คือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน โดยเพลง "ไม่รู้ทำไม", "ฉันยังเก็บไว้", "รอให้เธอบอก" และอีกหลายๆ เพลงของพวกเขาต่างถูกเปิดวนซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงการแสดงคอนเสิร์ตที่มีคนตามไปดูอย่างล้นหลามทุกๆ ครั้ง การันตีเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดย Whal & Dolph คือศิลปินจากค่าย What The Duck ประกอบด้วย ปอ-กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ และ น้ำวน-วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ ซึ่งทั้งคู่ได้รู้จักกันผ่านการแนะนำของเพื่อน และกลายมาเป็นคู่หูทางดนตรี กับสไตล์เพลงฟังสบายๆ ที่มีกลิ่นอายของโฟล์กและอะคูสติกเน้นกีตาร์เป็นเครื่องดนตรีหลัก ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ 2 หนุ่มจากท้องทะเลกลุ่มนี้ กลายมาเป็นวงอินดี้ขวัญใจคนรุ่นใหม่ น่าจะมาจากเพลงเนื้อหาจี๊ดๆ ที่มาพร้อมซาวด์แปลกใหม่มากมาย รวมถึงคาแร็คเตอร์ที่สบายๆ ที่เข้าถึงง่ายนั่นเอง

9. GUNGUN 

ถ้าพูดถึงเพลงที่ฮิตที่สุดในเวลานี้ คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าเพลง "วาฬเกยตื้น" จาก GUNGUN (เพนกวิ้น-กัญจน์กันต์ ปรีชาวุฒิคุณ) คือเพลงที่มาแรงสุดๆ ในปีนี้ เพราะนอกจากจะครองชาร์ตอันดับ 1 บน Thailand Top 100 by JOOX กว่า 7 สัปดาห์ ยาวนานกว่าเพลงไหนๆ แล้ว เพลงนี้ยังมียอดชมสูงถึงหลักร้อยล้านวิว โดยความดังของเพลง "วาฬเกยตื้น" วัดได้จาการที่หลายๆคนเอาเพลงนี้ไปร้องใหม่ทั้ง ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวง Bodyslam รวมไปถึงนักแสดงดังอย่าง เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร ซึ่งก่อนที่จะกลายมาเป็นนักร้องที่หลายคนรู้จัก หลายคนหนุ่มนักร้องนักแต่งเพลงคนนี้ เคยเป็นนักกีฬาเยาวชนตัวแทนจากประเทศไทย ที่เคยคว้ารางวัลอันดับ 1 เหรียญทอง จากประเทศเวียดนาม ในปี พ.ศ. 2556 และหลังจากนั้นเขาเริ่มแต่งเพลง "วาฬเกยตื้น" ในระหว่างที่เขาศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2  และแม้จะเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินได้ไม่นาน แต่ GUNGUN ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าเขาคืออีกหนึ่งศิลปินน่าจับตามองที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ

 

10. TaitosmitH

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับเนื้อร้องสุดกินใจ "ฮัลโหล ฮัลโหล เฮ็ดอีหยังอยู่น้ออิแม่…" จากเพลง "Hello Mama" ผลงานชิ้นสร้างชื่อของ TaitosmitH วงโมเดิร์นเพื่อชีวิต จากค่าย Gene Lab ที่เกิดจากรรวมตัวของชายหนุ่ม 6 คน ที่หลงไหลในแนวเพลงเพื่อชีวิต และตั้งใจอยากทำเพลงที่สะท้อนเรื่องราว สังคม ชีวิต ความรัก ครอบครัว การเมือง โดยหวังว่าผลงานของพวกเขา จะสามารถสื่อสารให้คนในสังคมเข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งความน่าสนใจของ TaitosmitH  คือตัวตนอันชัดเจน ที่มาพร้อมเนื้อหาของบทเพลงที่แตกต่างจากแนวเพลงทั่วไปในตลาด นั่นจึงทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจของกลุ่มคนฟังเพลงที่โหยหาความแปลกใหม่ และด้วยลีลาการเล่นสดที่มันส์ถึงพริกขิง นั่นจึงทำให้ชื่อของ TaitosmitH กลายมาเป็นวงดนตรีคุณภาพอันดับต้นของไทยที่น่าจับตามองสุดๆ

11.MILLI

"พักก่อน" คือซิงเกิลแรกที่สร้างชื่อให้ MILLI (มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล) จากสถิติยอด 1 ล้านวิวในชั่วข้ามคืน และขึ้นสู่อันดับ 1 บน Thailand Top 100 by JOOX  ในเวลาอันรวดเร็ว ความสำเร็จดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเด็กสาววัย 17 เลย โดย MILLI เองได้โด่งดังจากการประกวดในรายการ The Rapper ซีซั่น 2 ซึ่งเธอเป็นแร็ปเปอร์หญิงเพียงไม่กี่คน ที่มีลักษณะการร้อง แร็ป และไรห์มที่มันสะใจ พร้อมความสามารถทางการเต้นที่ไม่เป็นรองใคร นั่นจึงทำให้ MILLI มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของเด็กรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และกล้าแสดงมุมมองในการมองสังคมอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกลายมาเป็นศิลปินดาวรุ่งจากค่าย YUPP! และล่าสุดเธอกลับมาพร้อมซิงเกิลลำดับที่ 2 ในเพลง "สุดปัง" เธอทำได้ปังสุดสุด กับเพลงฮิปฮอปสุดจี๊ดจ๊าด ที่เธอได้โชว์สกิลร้องและการเต้นแบบปังๆ อีกด้วย

 

12. YOUNGOHM

2 ปีที่ผ่านมา คือยุคเฟื่องฟูของดนตรีแนวฮิปฮอป มีแร็ปเปอร์โด่งดังเกิดขึ้นมากมายในวงการ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง น่าจะเป็นชื่อของ YOUNGOHM (รัธพงศ์ ภูรีสิทธิ์) หนึ่งในแร็ปเปอร์ไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวัย 20 ปี เจ้าของเพลงฮิตทะลุ 100 ล้านวิว อย่าง "เฉยเมย", "ธารารัตน์" และ "ดูไว้" ที่มาพร้อมท่อนจำไวรัล ที่คนทั้งประเทศคุ้นหูเป็นอย่างดี โดยเส้นทางของ YOUNGOHM นั้นเริ่มต้นตอนที่เขาแต่งเพลงลง YouTube ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในระดับมัธยมต้น และหลังจากนั้นเข้าร่วมการแข่งขัน Rap is Now รายการที่นำเหล่าแร็ปเปอร์ใต้ดินมาแข่งขันกันแบบตัวต่อตัวเพื่อหาแชมป์ประจำซีซั่น โดยล่าสุดผลงานเพลง "ธารารัตน์" คว้ารางวัล Song of the Year จากเวที JTMA 2020 และเป็นเพลงที่มีผู้ฟังมากสุดของ JOOX ในปีที่ผ่านมาด้วย 

 

13. Safeplanet

ถ้าพูดถึงวงดนตรีอินดี้ที่มีแนวทางและกลิ่นอายที่โดดเด่น จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแถวหน้าคอเพลงนอกกระแส ชื่อของ Safeplanet คงจะอยู่ในลำดับต้นในนั้นอย่างแน่นอน โดย Safeplanet ประกอบด้วย เอ หรือ เอเลี่ยน-ฐิติภัทร อรรถจินดา (ร้องนำ กีตาร์), ดอย-อภิวิชญ์ คำฟู (กลอง) และ ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ (เบส) ก่อนหน้านี้ เอ และดอย คืออดีตสมาชิกจากวง Shadow Flare  ซึ่งหลังจากยุบวง ทั้งคู่ได้รวมตัวกันอีกครั้งในชื่อวง Safeplanet พร้อมชักชวน ยี่ มาช่วยเติมเต็มวงให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ความโดดเด่นที่น่าสนใจของ Safeplanet คือแนวเพลงสไตล์อินดี้ป็อปที่มีกลิ่นอายของดรีมป็อปเข้ามาทำให้แนวเพลงมีความแตกต่าง และพวกเขากลายมาเป็นวงดนตรียอดนิยมในกลุ่มคนอินดี้ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์รวมตัวของกลุ่มแฟนเพลง Safeboy & Girl ตามงานคอนเสิร์ตที่พวกเขาอยู่เสมอๆ

14. Moving and Cut

เศร้า เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา เมโลดี้เพราะ นี่คือคำนิยามเพลงของวง Moving and Cut  วงอินดี้ป็อปที่หลายๆ คนเทใจให้และรอคอยเพลงใหม่จากพวกเขาเสมอ เพลงของ Moving and Cut ติด Top 50 Indie บนชาร์ต JOOX อยู่หลายเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลง "Escape", "จะมีอะไร" และ "บ่า" โดยวง Moving and Cut เกิดจากการรวมตัวของ มีน-ปารินทร์ โฆรวิส (ร้องนำ, กีตาร์), บุ๊ค-ศุภกร บุญจิมาวัฒน์ (กีตาร์), การ์ตูน-จิตรลดา นวลเนตร์ (ซินธิไซเซอร์), ต้น - ฆฤนษาพัฒน์ ภมมินทร์ (กลอง) และ ต้นหยาง-ธีรัตม์ นิลวดี (เบส) โดยจุดเริ่มต้นของพวกเขาเกิดจากการทำเพลงกันเอง และอัปโหลดเพลงขึ้น YouTube เริ่มเป็นที่รู้จักและมีแฟนเพลงติดตามอย่างเหนียวแน่นในเวลาต่อมา ในฐานะศิลปินที่มาพร้อมเพลงแนวเรียบง่าย แต่ลงตัวในด้านเนื้อหา และแม้ทุกวันนี้ Moving and Cut จะยังไม่ใช่วงดนตรีที่เป็นรู้จักในวงกว้าง แต่เชื่อได้ว่า เส้นทางในวงการดนตรีของพวกเขา ยังอีกยาวไกลอย่างแน่นอน