“Secret Between Us” ความลับผ่านท่วงทำนองซินธ์ป็อปของหญิงสาวที่ชื่อ “วรันธร”

“Secret Between Us” ความลับผ่านท่วงทำนองซินธ์ป็อปของหญิงสาวที่ชื่อ “วรันธร”

คุณมีความลับอะไรในชีวิตบ้าง?

หากขึ้นชื่อว่าเป็น “ความลับ” หลายคนคงอยากจะเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ แต่สำหรับศิลปินสาวที่ชื่อ อิ้งค์-วรันธร เปานิล เธอเลือกที่จะนำความลับมาบอกเล่าผ่านคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตที่ชื่อ “Ink Waruntorn Secret Between Us Concert” ซึ่งเปิดจองบัตรรอบแรกก็หมดเกลี้ยง เปิดเพิ่มรอบสองก็ไม่ต่างกัน

ขอชื่นชมตั้งแต่คอนเซ็ปต์งานที่ใช้ “ความลับ” มาเป็นแกนหลักในการนำเสนอ เชื่อว่าแฟนๆ คงอยากรู้แหละว่าสาวอิ้งค์จะเอาความลับอะไรมาเปิดเผย แถมยังเน้นว่าเป็น secret between us ซึ่งจะกลายเป็นความลับระหว่างอิ้งค์และแฟนเพลงที่มาดูคอนเสิร์ตครั้งนี้เพียงเท่านั้น มันยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเป็นทวีคูณ

รวมพลังก่อนขึ้นคอนเสิร์ต

แต่อย่ากระนั้นเลย Sanook! Music ขออนุญาตเล่าสู่กันฟังความลับต่างๆ ที่เธอนำมาเปิดเผยในโชว์นี้สู่คุณผู้อ่าน เพราะเธอไม่ได้บอกเล่าแบบธรรมดาๆ แต่ยังนำบทเพลงต่างๆ มาร้อยเรียงให้เชื่อมโยงกับความลับนั้นๆ อีกด้วย

แม้ว่าก่อนจะถึงเวลาโชว์ฝนจะเทลงมาอย่างหนัก แต่ต้องบอกว่าบรรยากาศของการแสดงสดรอบแรก ณ Voice Space นั้นคึกคักเอาการ ก็แน่ล่ะ... บัตร sold out รวดเร็วเสียขนาดนั้น ไม่ต้องมีวงเปิดมาคั่นแต่ประการใด อินเทอร์ลูดเพลง “เหงา เหงา” อันคุ้นหูเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า Secret Between Us ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ อิ้งค์ วรันธร ปรากฏตัวด้วยคอสตูมสีขาวที่ออกแนวเท่เสียมากกว่า ด้านหน้าคือ “น้องหมูแดง” ซินธิไซเซอร์คู่กาย บรรจงเปิดตัวด้วย “ความลับมีในโลก” และ “ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน” ให้แฟนๆ ได้ร้องตามกันก่อน

อิ้งค์ วรันธร กับน้องหมูแดง

ด้วยความที่ อิ้งค์ วรันธร ยังมีเพลงค่อนข้างน้อย เพราะเพิ่งจะมีอีพีอัลบั้มที่ชื่อว่า Bliss ปล่อยออกมาแค่ชุดเดียว บวกกับซิงเกิลอีกประปราย ทำให้คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบของเธอสลับสับเปลี่ยนเพลงของตัวเองกับเพลงคัฟเวอร์อยู่เป็นระยะ

ซึ่งในส่วนของเพลงคัฟเวอร์ก็มีการเรียบเรียงใหม่ออกมาในท่วงทำนองซินธ์ป็อปซึ่งเป็นแนวทางเฉพาะของสาวอิ้งค์ ไม่ว่าจะเป็น “Me & You” ของ HONNE หรือจะเป็น “Lover Boy” จาก ภูมิ วิภูริศ ซึ่งเป็น 2 เพลงซึ่งในพักหลังอิ้งค์ฟังบ่อยมากที่อะเรนจ์ได้น่าสนใจทีเดียว เพียงแต่ซาวด์โดยรวมยังดูไม่ดีนัก ยังฟังดูแห้งๆ ไร้มิติอยู่พอควร และ อิ้งค์ ก็ดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

อิ้งค์-วรันธร เปานิล

ถึงคิวแขกรับเชิญวงแรกอย่าง TELEx TELEXs ที่ออกมาแจมในเพลง “รอหรือพอ” และ “ร (W8)” ซึ่งคัฟเวอร์จากต้นฉบับของ จีน-กษิดิศ สำเนียง ซึ่งอิ้งค์ก็บอกความลับต่อมาว่า ในช่วงแรกที่ได้เจอ TELEx TELEXs นั้น เธอกลัว ออม (สรรัตน์ ลิมปะนพรัตน์) นักร้องนำ เพราะหน้าของสาวออมดุ ต่อเนื่องด้วยเพลง “ซ่อน” ที่ TELEx TELEXs ขอยึดเวทีไว้ชั่วคราว ซึ่งต้องยอมรับว่าเอเนอร์จี้ของวงดนตรีวงนี้น่าสนใจเอามากๆ มีเพียงเรื่องไมโครโฟนที่ค่อนข้างเบาเท่านั้นที่ขัดใจอยู่เล็กๆ

แขกรับเชิญแรก วง TELEx TELEXs

สองเพลงต่อมา อิ้งค์ ขอเปลี่ยนโหมดไปสู่เพลงเศร้าๆ บ้างกับ “Good Morning” ที่หยิบเพลงของ Penguin Villa มาร้อง แถมยังได้โชว์พลังเสียงในช่วงท้ายเพลง ต่อด้วย “นอกสายตา” เพลงที่อิ้งค์บอกว่า ด.ญ.วรันธร เปานิล ร้องเป็นเพลงแรก ซึ่งใครเติบโตมาในยุค 2000s น่าจะคุ้นเคยเพลงนี้จาก แคทรียา อิงลิช เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็ถึงคิวเกสต์รายที่สอง ธารณ ลิปตพัลลภ หรือ แทน Lipta ผู้ซึ่งทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับสาวอิ้งค์ กับการมาสวมบทบาทเป็น Meyou ชั่วคราวในเพลง “ไม่อยากเหงาแล้ว”

แทน Lipta และ อิ้งค์ วรันธร

คั่นเวลาด้วยวีทีอาร์น่ารักๆ ที่เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับต้องมียิ้มตาม แถมยังต้องเปิดซ้ำเพราะเจ้าของคอนเสิร์ตยังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จ แต่ก็ถือเป็นกิมมิกที่ดูไม่น่าเบื่อ ก่อนแสงจะสาดลงเวทีอีกครั้งพร้อมด้วยขุนพลเครื่องสายทั้งสาม และอิ้งค์ก็ปรากฏกายด้วยชุดเดรส พร้อมกับการบอกเล่าอีกหนึ่งความลับผ่านเพลง “Lascia ch’io pianga” ที่เธอออกมาโชว์ร้องโอเปร่า ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าเธอเรียนเอกขับร้องคลาสสิค (โอเปร่า) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมานั่นเอง ปรบมือดังๆ ให้กับความลับและความสามารถที่ซ่อนไว้ รออะไรกันอยู่เล่า!

เมื่อ วรันธร โชว์โอเปร่า

กลับมาที่เพลงของตัวเองอีกครั้งกับ “ยังรู้สึก” ก่อนที่จะได้อีกหนึ่งแขกรับเชิญอย่าง ป๊อด-ธนชัย อุชชิน ที่อิ้งค์เปรียบว่าเป็นแรงบันดาลใจและพลังชั้นยอดที่มอบให้กับตัวเธอเสมอมา ซึ่งเพลงที่เลือกมาร้องคู่กับนักร้องนำแห่งคณะ Moderndog ก็เลือกได้ดีเอามากๆ กับ “สิ่งที่ไม่เคยบอก” ... แน่นอนว่าเรื่องราวในบทเพลงก็คือความลับที่อยู่ภายในหัวใจ ก่อนที่ ป๊อด จะขอโซโล่เดี่ยวในเพลง “ติ๋ม” ที่คอเพลงยุคใหม่อาจจะไม่คุ้นหูกับเพลงที่มีอายุกว่า 20 ปีเพลงนี้ ซึ่ง อิ้งค์ ก็ชะแวบไปเปลี่ยนชุดเป็นโทนสดใส ออกมาเต้นท่าประจำเพลง “ติ๋ม” แบบไม่เคอะเขิน

สาวอิ้งค์ กับ ป๊อด Moderndog

ไหนๆ อิ้งค์ จะโชว์สเต็ปเต้นที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นแล้ว ก็ขอจัดไลน์แดนซ์แบบหนักๆ กันไปเลยในเพลง “Snap” ที่อาจจะดูเคอะเขินอยู่บ้าง แต่รู้ทันทีว่าซ้อมมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเมดเลย์เพลงสนุกที่ไล่เรียงจาก “เกี่ยวกันไหม”, “อยากมีแฟนแล้ว” ที่นำเพลงของวง Lipta มาร้อง รวมถึง “ผู้ชายในฝัน” ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่ได้เห็นการโปรยเสน่ห์ของสาวอิ้งค์อีกรูปแบบหนึ่ง

ขอโชว์สเต็ปแดนซ์บ้างนะ

จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวด้านหลังฮอลล์แบบไม่ให้สุ้มให้เสียง อิ้งค์ วรันธร เล่าความลับในเพลง “ดีใจด้วยนะ” ซึ่งเกิดจากเรื่องจริงในชีวิตที่บังเอิญไปเจอแฟนเก่า และทำได้เพียงแสดงความยินดี พร้อมร้องเพลงนี้กับการบรรเลงเปียโน เราขอยกให้เวอร์ชั่นแสดงสดในวันนั้นเป็นเวอร์ชั่นที่ทรงพลังและเรียลที่สุดของแทร็กนี้เลยก็ว่าได้ ก่อนที่เธอจะร่ายยาวขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้อย่างละเอียดลออ พร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มเบาๆ และมุ่งหน้าสู่เวทีพร้อมร้องเพลง “เหงา เหงา” เพลงเปิดตัวในวงการดนตรีที่เปรียบเสมือนเพลงประจำตัวของ วรันธร เปานิล ไปเป็นที่เรียบร้อย รูดม่านปิดฉากการเล่าความลับผ่านท่วงทำนองซินธ์ป็อปอย่างสมบูรณ์แบบ

หลายคนอาจจะจดจำภาพแรกของ อิ้งค์ วรันธร จากการเป็นนักแสดง แต่เรากลับมองว่า บทบาทการเป็น “ศิลปินเพลง” ของเธอในตอนนี้ได้กลบภาพจำแรกของเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว และที่สำคัญ เธอไม่ได้เป็นแค่ “นักร้อง” แต่เธอยังเป็นมือซินธิไซเซอร์ที่ในความรู้สึกของเรานั้นมีเสน่ห์มากกว่ายามที่เธอถือไมโครโฟนเสียอีก รวมถึงยังเริ่มต้นการเป็นนักแต่งเพลงรอคอยการสั่งสมประสบการณ์และเติบโตบนถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่าคอนเสิร์ต Ink Waruntorn Secret Between Us ในรอบการแสดงแรกอาจไม่ได้เป็นโชว์ที่เพอร์เฟกต์ อาจจะเรียกว่า “เครื่องร้อนช้า” ก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ซาวด์ฟังดูแปลกแปร่ง ความประหม่าของอิ้งค์ทำให้บนเวทีกลายเป็นความเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก ดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่พอสมควร

เรายกให้โชว์โอเปร่า และการมาของ ป๊อด Moderndog ในเพลง “สิ่งที่ไม่เคยบอก” เป็นจุดเปลี่ยนของคอนเสิร์ตหนนี้ก็ว่าได้ สาวอิ้งค์ดูจะมีความมั่นใจมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงดังกล่าว ออร่าและเสน่ห์กลับมาเปล่งประกาย ซึ่งเรามองว่าเป็นจุดเด่นของอิ้งค์ที่ไม่มีใครสอนเรื่องอะไรแบบนี้ได้ ส่วนเรื่องเสียงร้องแม้จะไม่ใช่แนวดีว่าจ๋าๆ แต่มันคือเรื่องความลงตัวระหว่างดีไซน์การร้องและตัวเพลงมากกว่า ซึ่งที่เพลงที่ผ่านๆ มารวมถึงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

ถือเป็นก้าวสำคัญในฐานะศิลปินเพลงของ อิ้งค์ วรันธร ในการมีคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบภายในระยะเพียง 3 ปีนับจากซิงเกิลแรก ส่วนนับจากนี้คงเป็นเรื่องของการยืนหยัดอยู่ในวงการในระยะยาว กับการสร้าง “เพลงแบบอิ้งค์ๆ” ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็แอบหวังว่าคอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งหน้า เราจะได้ฟังทุกเพลงที่เป็นของ อิ้งค์ วรันธร แบบเต็มโชว์เสียที

และจากคำถามในบรรทัดแรกว่า คุณมีความลับอะไรในชีวิตบ้าง? มาถึงบรรทัดนี้ เราอยากจะถามใหม่ว่า...

คุณมีความลับอะไรที่อยากจะบอกหญิงสาวที่ชื่อ “วรันธร” บ้างไหม?