จิรากร 2019! “เอ๊ะ” กับการออกเดินทางครั้งใหม่ที่ใช้การโยนหินถามทางนำทิศ

จิรากร 2019! “เอ๊ะ” กับการออกเดินทางครั้งใหม่ที่ใช้การโยนหินถามทางนำทิศ
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ข่าวคราวการปล่อยซิงเกิลใหม่ของ เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ อย่าง “ที่ที่เป็นของเรา” ภายใต้ต้นสังกัดใหม่อย่าง Me Records ได้สร้างความฮือฮาให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศ

ครั้นเมื่อ Sanook! Music มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเขา เราจึงไต่ถามถึงที่มาที่ไปของการย้ายค่ายในครั้งนี้ ที่ถือเป็นการออกเดินทางบนถนนสายดนตรีครั้งใหม่ ที่หนุ่มเอ๊ะใช้วิธี “โยนหินถามทาง” เป็นจุดเริ่มต้น ความเปลี่ยนแปลงของ “หน้ากากอีกาดำ” แห่ง The Mask Singer จะเป็นเช่นไร ลองอ่านกันดู

 

การกลับมาร่วมงานกับคนคุ้นเคย

เอ๊ะ จิรากร เปิดเผยกับทีมงาน Sanook! Music อย่างตรงไปตรงมาว่า การเปลี่ยนแปลงต้นสังกัดในหนนี้เกิดจากการหมดสัญญากับค่ายเก่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันแต่อย่างใด และแม้ว่าจะมาอยู่ภายใต้บ้านหลังใหม่ แต่ทีมงานกลับเป็นคนคุ้นเคยทั้งสิ้น

เอ๊ะ จิรากร

เอ๊ะ จิรากร

 

“จริงๆ แล้วผมร่วมงานกับทีมๆ นี้ รวมถึงคุณฟองเบียร์ (ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม-หัวเรือใหญ่แห่งค่าย Me Records) มาตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว สมัยที่อยู่ค่าย We Records การเดินทางของผมผ่านอะไรมามากมาย รวมถึงการไปออกรายการ The Mask Singer ซีซั่นแรก ก็ยังทำให้มีกระแส รวมถึงคอมเมนต์ต่างๆ ในโซเชียลยังคงคิดถึงความเป็น เอ๊ะ จิรากร อยู่” เขากล่าว

แน่นอนว่าหลายคนอาจติดภาพเพลงสไตล์หวานๆ เช่น “ใจกลางความรู้สึกดีดี”, “จากนี้ไปจนนิรันดร์”, “ไม่มีตรงกลาง” ของหนุ่มเอ๊ะ ทว่าแท้ที่จริงแล้วในช่วงหลังๆ เขาก็ได้หลายบุคลากรในสายร็อคมาช่วยทำเพลง อาทิ วง Big Ass, ปิ๊ด Bodyslam (ธนดล ช้างเสวก) หรือแม้แต่ โป โปษยะนุกูล แต่ผลลัพธ์กลับออกมาไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร ซึ่งเขาก็ตั้งข้อสงสัยว่า “การบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตผ่านเพลง มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำนะ แต่มันก็มีคำถามกลับมาหาตัวเองว่า เนื้อหามันเครียดไปหรืเปล่า เราทำอะไรผิดพลาดไปไหม เพราะเราก็พยายามบอกในสิ่งที่วัยวุฒิหรือประสบการณ์ของเราน่าจะเล่าได้แล้ว แต่คนอาจคิดว่า เราพูดเรื่องที่ใหญ่เกินไป”

นั่นจึงเป็นที่มา ที่ทำให้ เอ๊ะ จิรากร ย้อนกลับไปสู่พื้นฐานตั้งต้นในการเป็นศิลปิน ... เป็นในสิ่งที่เขาเป็น

 

นับหนึ่งอีกครั้ง ลองโยนหินถามทางอีกครา

เมื่อเส้นทางไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง เอ๊ะ จิรากร จึงขอกลับไปเป็นตัวเอง ในสิ่งที่เขาเป็นมาตลอด และเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง “เหมือนเวลาเราเล่นดนตรีนั่นแหละครับ เราเริ่มหัดจากพื้นฐาน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ ซึ่งอาจารย์ทุกคนก็จะบอกว่า สิ่งที่คุณควรซ้อมทุกวันคือพื้นฐาน แต่การกลับมานับหนึ่งใหม่ในครั้งนี้ เรามีประสบการณ์มากกว่าเดิม เราเริ่มรู้ว่าเรามีทรัพยากรอะไร มีทีมงานที่ดึงเอาความสามารถของเราออกมาได้มากที่สุด จึงเกิดเป็นการโยนหินถามทางในซิงเกิล “ที่ที่เป็นของเรา” ว่า ถ้า เอ๊ะ จิรากร จะมีเพลงที่มีกลิ่นอายป็อปร็อคสักหน่อย มันจะเป็นอย่างไร”

ใครที่ได้ฟังเพลง “ที่ที่เป็นของเรา” เรียบร้อยแล้ว คงจะสัมผัสได้ถึงวิธีการร้องในแบบ เอ๊ะ จิรากร ที่ทุกคนคิดถึง แต่ในพาร์ตดนตรีก็เพิ่มเติมความเข้มข้นลงไปเล็กน้อย ซึ่งในปี 2019 เขาก็เผยกับเราว่า น่าจะมีอะไรสนุกๆ มาให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางดนตรี รวมถึงเนื้อหาที่ไม่เหมือนเดิม “หากเป็นเพลงอกหัก ก็จะอกหักแบบคิดได้ จะไม่ฟูมฟายมาก มองโลกแบบกลางๆ ไม่ได้ให้กำลังใจจ๋าๆ หรือเป็นเพลงหวานจ๋าๆ แบบเดิมๆ แล้ว” เอ๊ะเผยถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นซึ่งน่าสนใจไม่น้อย

เอ๊ะ จิรากร

 

The Mask Singer ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของชีวิต เอ๊ะ จิรากร

หากจะบอกว่า รายการ The Mask Singer เปลี่ยนแปลงชีวิตศิลปินไทยหลายคนก็คงไม่ผิดนัก เช่นเดียวกับ “หน้ากากอีกาดำ” ที่แม้จะเป็นเพียง “รองแชมป์” แต่แฟนเพลงกลับชื่นชอบ เอ๊ะ จิรากร ในเวอร์ชั่นร็อคดังที่ได้เห็นในรายการเป็นอย่างมาก

“The Mask Singer มอบตัวตนที่คนอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวผม แทบไม่มีใครเคยรู้ว่าแต่ก่อนผมเล่นดนตรีในผับกับ ปิ๊ด Bodyslam กับพวกพี่ชัช (สุชัฒติ จั่นอี๊ด) พี่ยอด (ธนชัย ตันตระกูล) วง Bodyslam หรือแม้แต่ พี่หั่ง Potato (ทีฆทัศน์ ทวิอารยกุล) รายการนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เรามีโอกาสได้เปิดตัวเองให้ทุกคนได้รู้ว่าจริงๆ เราเป็นแบบนี้นะ” และเมื่อบวกกับการที่เขาเป็นนักร้องที่ฟังเพลงทุกแนวอยู่แล้ว การนำทุกๆ แนวดนตรีมาผสมผสานและใช้กับผลงานเพลงของตนเองจึงกลายเป็นสิ่งใหม่ที่เขาพยายามจะสร้างขึ้น

เอ๊ะ จิรากร ภายใต้ หน้ากากอีกาดำ

 

อยากให้เปิดใจ อยากให้ติดตาม

“ลองคิดดูว่า ผมร้องเพลง “จากนี้ไปจนนิรันดร์” มาเป็น 10 ปี มันจะรู้สึกน่าเบื่อไปหรือเปล่า” เอ๊ะเกริ่นนำก่อนกล่าวต่อว่า “จริงๆ มันอาจจะเป็นดาบสองคมก็ได้นะ เราหลุดจากตัวเองหรือเปล่า การกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ถามตัวเองว่า เราหลงลืมอะไรไปในระหว่างทางบ้างไหม”

เอ๊ะ จิรากร ทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาเขาพยายามทำงานที่มีคุณภาพออกมาโดยตลอด พยายามทำให้ผลงานของเขาตอบโจทย์ทั้งกับตนเองและทุกคนให้ได้ สิ่งที่เขาทำอยู่คือการพยายามผสมผสานและหาจุดลงตัวสำหรับ เอ๊ะ จิรากร ในปี 2019 ให้ได้นั่นเอง

“รอให้ผมชงให้มันเข้าที่เข้าทางก่อนนะครับ เพราะสิ่งที่ผมมีความสุขที่สุดก็คือการร้องเพลง อยากให้ทุกคนเปิดใจรับกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ครับ” เอ๊ะ ทิ้งท้าย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Me Records / Workpoint