กล้า ฮา มัน! ความสนุกไร้กฎเกณฑ์สไตล์คอนเสิร์ต “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1”

กล้า ฮา มัน! ความสนุกไร้กฎเกณฑ์สไตล์คอนเสิร์ต “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1”
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าคอนเสิร์ต “สามแยกปากหวาน” จะสร้างความสนุกให้มวลมหาประชาชนชาวไทยมาแล้วถึง 4 หน แต่ขอยอมรับว่าโดยส่วนตัวตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตคราวนี้ที่จัดขึ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอยู่ไม่น้อย หนึ่งคือถือเป็นครั้งแรกที่ได้ชมคอนเสิร์ตกึ่งทอล์กโชว์ในนาม สามแยกปากหวาน สองคือทั้ง 4 จตุรเทพเจ้าของโชว์อย่าง ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง, อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์, ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ และบวกมาอีก 1 กับ โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน คือแก๊งที่จัดหนักความฮาแบบไม่บันยะบันยังมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งในรายการโทรทัศน์ชื่อเดียวกัน หรือแม้แต่ทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่แทบไม่มีข้อจำกัดใดๆ เราจึงอยากรู้ว่า เมื่อทุกคนมารวมตัวกันบนเวทีคอนเสิร์ต “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1” ความไร้กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะหนักข้อเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน และอย่างไร

Sanook Music เดินทางไปรับชม “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1” ซึ่งจัดขึ้นที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ในรอบสุดท้าย (25 มีนาคม 2561 เวลา 17.00 น.) จากทั้งหมด 3 รอบการแสดงที่บัตรขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บรรยากาศก็คึกคักตามความคาดหมาย เลยกำหนดการมาเล็กน้อย อ๊อฟ-ป๊อบ-ว่าน-โอ๊ต ก็เปิดตัวแบบสุดอลังการ โดยเฉพาะ ป๊อบ กับ โอ๊ต ที่ห้อยสลิงลงมาจากยานอวกาศที่แลนดิ้งสู่ดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกแบบไม่หวั่นน้ำหนักของตนเอง พาผู้ชมในฮอลล์สู่การเตรียมตัวรับมือกับความสนุกเต็มขั้น

ใครที่เคยชมคอนเสิร์ตสามแยกปากหวานมาแล้วคงทราบดีกว่า อัตราส่วนระหว่างการพูดคุย หยอกล้อ แซวกันเอง แซวคนอื่น แซวสังคม นั้นจะมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าการร้องเพลงอยู่แล้ว ดังนั้นหากจะบอกว่า “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1” เป็นทอล์กโชว์ที่มีเพลงมาคั่นในบางช่วงบางตอนก็คงไม่ผิดนัก 4 จตุรเทพขยันปล่อยมุขกันอย่างถี่ยิบโดยแทบจะไม่สนใจสคริปต์เลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่ป่าวประกาศบนเวทีว่า รอบสุดท้ายแล้ว ขอปล่อยของแบบไม่มีกั๊กกันสักหน่อย ตอนนั้นคิดแทบไม่ออกว่าคอนเสิร์ตจะจบลงที่ตรงไหน และจะเลยเถิดไปถึงกี่โมงกันแน่

หลังจากอัปเดตชีวิตในช่วงนี้ท่ามกลางเสียงฮาแทบจะทุก 10 วินาที พวกเขาทั้ง 4 คนก็ขอจัดเมดเลย์ผลงานซิงเกิลล่าสุดของแต่ละคนให้แฟนๆ ได้ฟังกันสักหน่อยทั้ง “แก” จาก ว่าน, “ภาพจำ” จาก ป๊อบ, “ปลายทางที่ว่างเปล่า” จาก อ๊อฟ และ “คิดถึงจัง (มาหาหน่อย)” จาก โอ๊ต สลับกับการเปลี่ยนคอสตูมออกมาในสไตล์ฮิปฮอปผสมคาวบอยที่หลายคนแอบงงในความมิกซ์แอนด์แมตช์ที่ล้ำไปไกลกับเพลงอย่าง “มีแฟนแล้ว” ก่อนที่พวกเขาจะยิงยาวเรื่องราวการจิกกัดสังคมอันเป็นซิกเนเจอร์ของสามแยกปากหวาน สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมทั้งฮอลล์แบบไม่มีพัก

นอกจากเรื่องหวย, รถไฟฟ้า, ป้าทุบรถ, นาฬิกา แล้ว โมเม้นต์ที่เราชื่นชอบและขอชื่นชมในความกล้าหาญของแก๊งนี้ก็คือ การพาผู้ชมทุกคนเดินทางเข้าสู่ป่าในเพลง “วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า” ที่ทำการแปลงเนื้อเพลงแบบถึงพริกถึงขิง ถึงขนาดที่ อ๊อฟ ต้องแอบกระซิบคนดูว่า “อย่าถ่ายคลิปได้ไหม?” ไปจนถึงประเด็นเสือดำที่เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง โดยเฉพาะท่านั่งบนเก้าอี้สนามของ ป๊อบ ปองกูล ที่ช่างละม้ายคล้ายคนใหญ่คนโตในสังคมเสียเหลือเกิน ยอมรับว่าขอยกนิ้วให้กับความกล้าและบ้าบินของแก๊งสามแยกฯ จริงๆ ให้ตายเถอะ!

แต่พาร์ตที่เราหลงรักมากที่สุดขอยกให้การปรากฏตัวของ อ๊อฟ-ป๊อบ-ว่าน-โอ๊ต ในคราบ “บอยแบนด์” กับคอสตูมสีขาวเปล่งประกายออร่ากันสุดๆ และนี่อาจเป็นช่วงที่พวกเขามาในมู้ดจริงจังที่สุดของคอนเสิร์ตหนนี้แล้ว พร้อมทั้งหยิบเพลงสุดไพเราะในช่วงยุค 2000s มาขับกล่อมแฟนเพลงแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง “ตัดใจ” จากวง Venus ที่ โอ๊ต ปราโมทย์ เลือกมาร้อง, ป๊อบ ปองกูล กับเพลงเจ็บๆ อย่าง “ปวดใจ” ของวง I-Zax, หนุ่มว่านเลือกเพลง “ไม่ตลก” ของ อ่ำ อัมรินทร์ หนึ่งในเพลงโปรดตลอดกาลของเราที่ไม่ได้ยินมานาน ปิดท้ายด้วย อ๊อฟ ที่หยิบเพลง “วอน” ของ The Peach Band มาร้อง พาร์ตนี้บอกตามตรงเลยว่า นี่คือบทพิสูจน์ชั้นเยี่ยมว่า พวกเขาทั้ง 4 คนคือนักร้องที่มีศักยภาพและเอกลักษณ์ในน้ำเสียงสูงมากๆ ของบ้านเรา

ในขณะที่แขกรับเชิญของรอบที่เราเดินทางไปชมก็สร้างความตื่นตาและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ทั้ง เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ ที่มาในคราบ “เบนหล้า” การแต่งกายชุดไทยเยี่ยง “แม่การะเกด” ในละครบุพเพสันนิวาส ซึ่งเพลง “บุพเพสันนิวาส” เวอร์ชั่นเบนหล้าบอกได้คำเดียวว่า ขนลุก! ทั้งเพราะทั้งทรงพลัง ส่วนอีกคนก็ทำให้สาวๆ ในฮอลล์กรี๊ดคอแทบแตก เพราะเขาคือ ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ ที่มาพร้อมเพลง “พูดทำไม” ที่แก๊งสามแยกฯ มาร่วมแจมความสนุก รวมถึงซิงเกิลล่าสุดของเขาอย่าง “แต่ยังคิดถึง” อีกทั้ง ตู่ ภพธร ยังมีไดอะล็อกมันๆ บนเวทีที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกมาจากปากของหนุ่มคนนี้อีกต่างหาก

เดินทางมาถึงช่วงก็อปปี้โชว์ซึ่งเรารอคอยว่าปีนี้พวกเขาจะทำอะไรกัน และก็ไม่ผิดจากที่เราคาดการณ์ไปมากนัก เพราะทั้ง 4 หนุ่มขอแปลงโฉมเป็นสาวๆ BNK48 ที่ทั้งสวมวิกใส่กระโปรง ที่พีคมากๆ คงหนีไม่พ้น ป๊อบ ปองกูล และ ว่าน ธนกฤต ที่ทำเอาเราขำไม่หยุด แถมในช่วงท้ายเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย Koisuru Fortune Cookie” ก็เปลี่ยนซาวด์เป็นเพลงเมทัลสุดระห่ำ แอบปลาบปลื้มหนุ่มป๊อบที่ขอว้ากแบบจัดเต็ม (ใครยังจำการประกวดร้องเพลงรายการ First Stage Show เมื่อราวๆ 15 ปีที่แล้วได้บ้าง ป๊อบ ปองกูล เลือกเพลงของวง Silly Fools มาแข่งขันนะจ๊ะ) ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปเปลี่ยนคอสตูมออกมาเป็นร็อคเกอร์อีกครั้ง แค่อินโทรเพลง “แสงสุดท้าย” ขึ้นก็รู้แล้วว่าพวกเขาขอก็อปปี้โชว์วง Bodyslam เสียหน่อย แต่ที่ฮือฮาและต้องปรบมือให้คือการเล่นดนตรีสดของป๊อบในฐานะมือเบส และโอ๊ตกับการเป็นมือกลอง ในขณะที่ว่านก็ลีดกีตาร์ตามความถนัด และอ๊อฟก็มาพร้อมบทบาท “ตูน Bodyslam” ที่ร้องไปวิ่งบนลู่วิ่งออกกำลังกายไป ไอ้เราก็ขำไปสงสารไป เพราะดูแล้วน่าจะหอบไม่น้อยเลยล่ะ และท้ายที่สุด แก๊งสามแยกปากหวานก็ขอลงมาใกล้ชิดกับแฟนๆ ด้วยเพลง “บอลลูน” ของวง Paradox ส่งมอบความสุขสุดแสนประทับใจและส่งผู้ชมกลับบ้านนั่นเอง

ในช่วงการประชาสัมพันธ์ก่อนวันแสดงเรามักจะได้ยิน อ๊อฟ-ป๊อบ-ว่าน-โอ๊ต เกริ่นๆ ให้ฟังอยู่แล้วว่า คอนเสิร์ตสามแยกปากหวานเป็นคอนเสิร์ตที่ไม่มีความสมบูรณ์แบบเลยแม้แต่น้อย แต่การฉีกกรอบแพตเทิร์นเดิมๆ ของคอนเสิร์ตกลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แก๊งนี้มีแฟนคลับที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งการที่ได้ตัวละครอย่าง โอ๊ต ปราโมทย์ เข้ามาเสริมใน “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1” ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้โชว์ครั้งนี้มีความฮาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งเรามองว่า ความสนิทสนมและเคมีที่เข้ากันของทั้ง 4 คนทำให้ความสนุกมันเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย แม้ว่าจะมีมุขตลกที่หลายคนเคยดูแล้ว และอาจจะไม่ขำเท่าครั้งแรกที่ได้เห็น เช่น การล้อเลียนสำเนียงการร้องเพลงของศิลปินในเมืองไทยของ โอ๊ต ที่เราเคยได้ยินตอนเขาจัดรายการวิทยุ ทำให้ในพาร์ตนั้นเราค่อนข้างเฉยๆ อยู่พอสมควร หรือแม้แต่บางคำพูด บางไดอะล็อกที่เราเห็นพวกเขาทั้ง 4 คนชอบหยอกล้อกันอยู่เป็นประจำตามสื่อต่างๆ อยู่แล้ว ก็ทำให้ในบางช่วงบางตอนไม่ได้มีความแปลกใหม่แต่อย่างใด

เรื่องซาวด์ในช่วงการร้องเพลงก็เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่เช่นกัน อาจจะเป็นเรื่องของมิติทางด้านซาวด์ที่น้อยไปสักหน่อย ซึ่งเรามองว่าหากมีความเข้มข้นในเรื่องระบบเสียงมากกว่านี้ พาร์ตที่เป็นการร้องเพลงจะเพิ่มบรรยากาศและความรู้สึกของตัวเพลงให้คนฟังได้อินมากขึ้นเช่นกัน ทว่าสิ่งที่เข้ามาทดแทนก็คือเรื่องของโปรดักชั่น วิชวลต่างๆ วงกลมที่แปะอยู่ทั่วบริเวณเวทีซึ่งหลายคนคิดลึกว่าบ่งบอกถึงวัตถุบางอย่างที่ค่อนข้างมีความ 18+ มีการใส่จอลงไปในนั้น ปรากฏเป็นภาพต่างๆ ซึ่งมีมิติทางด้านการมองเห็นที่น่าสนใจทีเดียว

แต่สิ่งที่เราขอชื่นชมที่สุดคงต้องยกให้ “ความกล้า” ในฐานะ “ศิลปิน” ซึ่งไม่กลัวในการหยิบประเด็นหนักๆ ทางสังคมมาพูดถึงในเชิงเสียดสี หยิกแกมหยอก พร้อมบอกกลายๆ ว่า คนดูทุกคนควรจะตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่หรือ? ซึ่งการนำสิ่งเหล่านี้มาบอกเล่าผ่านเสียงหัวเราะและบทเพลงก็สามารถย่อยเรื่องราวหนักๆ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังทำให้คนที่ได้รับชม “ไม่ลืม” เรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกด้วย

ไม่รู้ว่าคอนเสิร์ตสามแยกปากหวานจะมีอีกไหม หรือมีเมื่อไหร่ ทว่าความสุขที่ทั้ง อ๊อฟ-ป๊อบ-ว่าน-โอ๊ต มอบให้คนดูทุกคนใน “สามแยกปากหวาน 3 บวก 1” ก็สามารถทำให้ลืมเรื่องราวความวุ่นวายในโลกแห่งความเป็นจริงไปได้ชั่วขณะหนึ่งอย่างแท้จริง แถมยังได้ทำบุญเพราะมีการมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับ มูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ อีกด้วย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Atime Showbiz

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/