"Klear" ครั้งหนึ่งในชีวิต กับผลงานใหม่ที่มาพร้อมสิ่งที่คาดไม่ถึง

"Klear" ครั้งหนึ่งในชีวิต กับผลงานใหม่ที่มาพร้อมสิ่งที่คาดไม่ถึง
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ปี 2017 นั้นถือเป็นปีทองของวงร็อคสีขาวอย่าง Klear จริงๆ เพราะนอกจากผลงานเพลง "ครั้งหนึ่งไม่ถึงตาย", และ "พันหมื่นเหตุผล" จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีแล้ว ทางวงเองก็มีคอนเสิร์ตใหญ่ Klear Concert : The First Space และอัลบั้มชุดที่ 4 Silver Lining ซึ่งเป็นอัลบั้มใหม่ในรอบ 5 ปีของวง 

 

โดยล่าสุดทาง Sanook! Music เองก็มีโอกาสได้พูดคุยสมาชิกทั้ง 4 ของวง Klear อย่าง แพท - รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย (ร้องนำ), ณัฐ - ณัฐวัฒน์ แสงวิจิตร (กีตาร์), คี คียาภัทร โพธิ์วงศ์ไพรเลิศ (เบส) และ นัฐ นิลวิเชียร (กลอง) ซึ่งคราวนี้พวกเขาได้นำเรื่องราวเบื้องหลังอันน่าทึ่งของอัลบั้มใหม่ และการแสดงคอนเสิร์ตที่หลายคนไม่เคยรู้มาเล่าให้ชาว Sanook! ฟังด้วย 

 

 

 “ครั้งหนึ่งไม่ถึงตาย” ผลงานเพลงซีรี่ส์กับเอ็มวีในเเบบฉบับวง Klear

 

แพท : “ทางทีมงานผู้จัดซีรี่ส์ Club Friday ต้องการให้แพทไปร้องเพลงประกอบซีรี่ส์ค่ะ แต่ทางวงเองคิดว่าอยากทำเพลงเองแล้วไปเสนอมากกว่า เลยทำออกมาเป็นซิงเกิลเต็มๆเลย การทำงานเพลงนี้ไม่ยากเพราะทางวงทำเพลงละครบ่อยอยู่แล้ว”

 

ณัฐ : “พี่ฉอดเล่าเรื่องของละครที่ทำไว้ ว่าทั้ง 9 เรื่องเป็นแบบไหนและเล่าถึงสถิติการฆ่าตัวตายเพราะความรัก ทางวงก็ทำการบ้านกัน พวกเราก็คุยกันว่าอยากให้มีเนื้อหาอย่างไร จริงๆเพลงนี้เราไม่ได้เน้นทำเพื่่อผู้หญิงอย่างเดียว ผู้ชายก็สามารถฟังได้เหมือนกัน กระแสเพลงนี้ก็ดีมากเพราะปล่อยมาไม่นานคนก็ร้องตามได้และมีคนขอให้ร้องตั้งแต่ซีรี่ส์เริ่มโปรโมตเลยครับ”

 

คี : “ตอนแรกเพลงนี้มีเอ็มวีในเวอร์ชั่นซีรี่ส์แล้ว แต่พวกเราอยากเอามาทำเอ็มวีในแบบของวง เพราะเอ็มวีเวอร์ชั่น Club Friday มันดราม่าหนักมาก ทีนี้พวกเราเลยอยากทำเอ็มวีที่สะท้อนความเป็นวงพวกเราและมีเรื่องราวแง่บวก เลยทำเอ็มวีที่เล่าเรื่องผู้หญิงที่หย่าร้างกับคนรัก และตอนแรกรู้สึกอยากตายแต่สุดท้ายเขาตัดสินใจอยู่ต่อ และมาเจอพวกเราที่คอนเสิร์ตในร้านอาหาร เพราะพวกเราเองเวลาเล่นคอนเสิร์ตถ้าเห็นแฟนเพลงร้องไห้ก็จะลงไปหาและอยู่ข้างๆ เขา”

 

 

 

ผลงานอัลบั้ม Silver Lining ที่มาจากการมองโลกในแง่ดี

 

แพท : “อัลบั้มนี้พวกเรามาพร้อมความคิดว่าโลกใบนี้ไม่ได้สวยตลอดเวลา แต่เราสามารถมองมันในแง่ดีได้ Silver Lining คือเวลาที่ฟ้าครึ้มแต่มีแสงส่องลงมา ก็เลยเป็นชื่อที่เหมาะกับอัลบั้มนี้ที่ถึงแม้จะมีเรื่องร้ายแต่สามารถมองในแง่ดีได้ การทำงานอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้เน้นแค่เพลง แต่จะมีส่วนร่วมในเรื่องภาพลักษณ์ รวมถึงธีมของเพลงและเอ็มวีให้มันสอดคล้องกับเพลงและตัวตนของพวกเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่เคยทำมาก่อน”

 

ณัฐ : “อัลบั้มนี้ก็จะมีการทำงานที่เร่งรีบครับ (หัวเราะ) อย่างเวลา 1 เดือน ก็ทำไป 5 เพลงเลย แต่จริงๆคือมีเราคิดแพลนและทำเดโม่มาเรื่อยๆ แต่ที่ต้องรีบเพราะอยากให้ทันคอนเสิร์ตใหญ่ครับ”

 

นัฐ : “อัลบั้มนี้พวกเราก็มีส่วนร่วมในการเลือกภาพ เสื้อผ้า, พวกภาพโปรโมทต่างๆให้มีอารมณ์ชัดตามเพลงและโทนของอัลบั้ม คืออัลบั้มก่อนหน้านี้พวกเราทำกันแบบไม่มีทิศทางเลย แต่อัลบั้มนี้เราก็พยายามหาว่าพวกเราเป็นใคร และคนฟังเพลงของเราเป็นใคร และทำผลงานออกมาให้ชัดเจนและแสดงความเป็นตัวตนของพวกเราในขณะนี้ได้ดีที่สุดครับ”

 

 

คอนเสิร์ตใหญ่ Klear Concert : The First Space ที่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

 

แพท : “ตอนแรกคิดว่ามันเป็นเส้นชัยแล้ว แต่จริงๆมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะยังมีอะไรอีกมากที่ต้องทำ เหมือนตอนอัลบั้มแรกแพทเองก็เคยรู้สึกแบบนี้ คอนเสิร์ตนี้เป็นก้าวใหญ่ เพราะตอนแรกเราแพลนเยอะมากว่าต้องทำอะไร แต่ไม่คิดเลยว่าหลังคอนเสิร์ตใหญ่จะต้องทำอะไรค่ะ พวกเราเองก็รู้สึกแบบนี้ แต่การเล่นคอนเสิร์ตนี้ก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น และมีแฟนเพลงใหม่ๆ ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาให้เก่งขึ้นเพื่อพวกเขาค่ะ”

 

แขกรับเชิญคอนเสิร์ต ที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จวง Klear 

 

คี : “ทุกศิลปินในคอนเสิร์ตนี้เกี่ยวข้องกับเราหมด คือมันยากมากที่พวกเขาจะมาร่วมงานกับเรา เพราะทุกคนงานเยอะมาก แต่เขาก็มาร่วมงานกับพวกเราในคอนเสิร์ตนี้ อย่างผมจะประทับใจพี่ๆ Big Ass เพราะพี่ กบ-ขจรเดช พรมรักษา นี่เหมือนเป็นหัวหน้าค่าย เหมือนรุ่นพี่ใหญ่ที่พวกเราจะได้รับข้อคิดดีๆเสมอ และพูดตรง จะไม่มานั่งโอ๋ พี่ๆในวงผมเองก็รู้จักมา 10 ปี ทุกวันนี้พี่เขาก็น่ารักเหมือนเดิม และพวกเราเองก็เป็นที่รู้จักตอนร้องเพลง “เล่นของสูง” ของพี่ๆ เขาในละคร ในคอนเสิร์ตพี่เขาก็แนะนำดีมาก พี่เขาจะบอกเสมอว่านี่คอนเสิร์ตวง Klear ไม่ต้องให้ซีนพวกพี่ๆเขามากครับ แต่พอแสดงพี่เขาก็ทำได้สมบูรณ์แบบเต็มที่จริงๆ ครับ”

 

นัฐ : “คอนเสิร์ตก็จะมี พี่ดาโน่ - ดนัย ธงสินธุศักดิ์ ที่เป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำงานกับเรามานาน การทำงานกับพี่เขาในคอนเสิร์ตก็ง่ายมาก”

 

ณัฐ : “ตอนที่ชวนทุกคนง่ายมาก อย่างพี่ ป๋อมแป๋ม (นิติ ชัยชิตาทร) นี่พวกเราเจอบังเอิญในลิฟท์ ก็ชวนกัน ตอนแรกพี่เขาก็งงๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานพี่เขาก็บอกว่า “พี่รู้แล้วว่าพี่จะไปทำอะไรในคอนเสิร์ต” คือพี่เขาเป็นครีเอทีฟรายการ Five Live ที่เรามักจะไปออก แล้วพี่เขาก็จำพวกเราได้ เขายังเเซวเลยว่าเป็นวงที่นักร้องนำหน้ามันๆ (หัวเราะ) ซึ่งพี่เขาอยากเอากระดาษไปซับให้เวลาเจอหน้า (หัวเราะ)

 

อีกแขกรับเชิญที่ประทับใจคือพี่ ตูน Bodyslam (อาทิวราห์ คงมาลัย) ที่ตอนแรกพวกเราชวนโดยไม่หวังอะไร พี่เขาก็โอเคเลย ตอนแรกวันที่ 1 กรกฎาคม พี่เขามีงานสำรอง แต่พี่เขาก็เลื่อนเพื่อพวกเรา เราเลือกชวนพี่เขาเพราะงานแรกหลังวง Klear เซ็นสัญญากับ genie คือการเล่นคอนเสิร์ต Save My Life ของ Bodyslam ส่วนแขกรับเชิญสุดท้ายคือวง Paradox เพราะพี่ ต้า - อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา และพี่ บิ๊ก - ขจัดภัย กาญจนาภา เป็นเหมือนพ่อผู้ให้กำเนิดวงเราในค่าย genie และเป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มแรก”

 

แพท : “พี่ๆ ทุกคนทำให้งานนี้อบอุ่น เพราะพี่ๆ เขาเป็นคนสำคัญสำหรับวงเรา ทำให้บรรยากาศงานคอนเสิร์ตนี้เหมือนเป็นวันครบรอบวง งานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้ทีมงานและพี่ๆ genie records ทุกคนมาคอยดูแลและให้คำปรึกษาทุกย่างก้าวของวง”

 

เซอร์ไพรส์ตอนซ้อมคอนเสิร์ตจาก เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ 

 

ใครที่ติดตามแฟนเพจวง Klear จะทราบว่าซูเปอร์สตาร์เมืองไทยอย่าง เบิร์ด ธงไชย ได้ให้กำลังใจสมาชิกในขณะที่ซ้อมด้วย โดยวง Klear ก็ได้เผยเบื้องหลังการเซอร์ไพรส์ของพี่เบิร์ดที่หลายคนไม่ทราบให้เราได้ฟังกัน

ณัฐ (กีตาร์):“ตอนแรกเจอพี่เบิร์ดตอนพักก็ได้ถ่ายรูปกัน และพี่เขาให้กำลังใจเราด้วยว่าอย่าตื่นเต้น แต่จริงๆ มันมีเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เพราะพี่เขามานั่งที่นั่ง Sound Engineer ตอนพวกเราซ้อม แบบไม่บอกใคร ตอนแรกคีเห็นก็ไหว้ พวกเราก็สงสัยว่าคีไหว้ใคร พอแพทเดินไปดูก็กรี๊ดเลย พี่เบิร์ดก็บอกว่าเล่นให้ดูหน่อย แต่ตอนนั้นไม่มีใครเล่นเพลงแล้ว มีแต่ขอพี่เบิร์ดถ่ายรูปกัน”

 

 

คอนเสิร์ต G19 ที่สมาชิกในวงอยากเป็นผู้ชม

ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 2018 ทางค่าย  genie records จะมีการจัดคอนเสิร์ต Chang Music Connection presents ''genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้'' ที่ 20 ศิลปินในค่ายจะขึ้นแสดงคอนเสิร์ตระเบิดความมันส์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยวง Klear ได้เล่าความรู้สึกในการขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า

แพท : “พวกเราไม่อยากขึ้นแสดงคอนเสิร์ตนี้เลย อยากเป็นคนดูมากกว่า(หัวเราะ) คือรู้สึกโชคดีมาก ถ้าเรานั่งดูศิลปินทุกคนในโชว์นี้ต้องฟินแน่นอน คราวนี้ก็มีพี่ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ มาร่วมในค่ายด้วย ก็จะเป็นสองศิลปินหญิงในค่าย คือยังไม่เคยขึ้นเวทีด้วยกันแต่ประทับใจพี่เขามาก เพราะเป็นเเฟนเพลงตั้งแต่อัลบั้มแรก และพี่เขามาให้กำลังใจตอนซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ด้วย”

คี : “คอนเสิร์ตนี้จัดเต็มยาวนานมาก 20 ศิลปิน คือมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมาก และคราวที่แล้วก็บัตรหมดเร็วมาก ตอนจัดคอนเสิร์ต g16 ตอนนั้นจัด 6 ชั่วโมงและมี 14 ศิลปินก็เป็นความทรงจำที่ดีและสนุกมาก ในครั้งนี้ผมยังบอกรายละเอียดอะไรมากไม่ได้ แต่งานนี้จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอนครับ”

 

การเดินทาง 10 ปีกับค่าย genie records

 

ปี 2017 นี้ก็เป็นปีที่ 10 ที่วง Klear ได้ทำงานกับค่าย genie records โดยพวกเขาได้เล่าเรื่องราวตอนเริ่มงานกับค่ายที่ทำให้ทีมงานเซอร์ไพรส์มากด้วย

แพท : “การทำงานกับค่ายนี้ทำให้พวกเราอยู่กับร่องกับรอยค่ะ (หัวเราะ) คือทางค่ายให้เราไปลองเจ็บไปลองพลาดจากการทำเพลง และเล่นคอนเสิร์ต จนทำให้เราปรับปรุงผลงานในอัลบั้มต่อไป”

คี : “หลายคนมองว่า ค่ายสามารถสั่งพวกเราเปลี่ยนแนวได้ อย่างตอนที่ทางวงเปลี่ยนแนวจากอัลบั้มแรกที่ดุดัน มาเป็นอัลบั้มสองที่ป็อปมากขึ้น หลายคนตอนนั้นก็โทษค่ายว่าบังคับให้เราเปลี่ยนแนว แต่จริงๆค่ายเขาให้เราทำเพลงอัลบั้มแรกที่ผลงานออกมาไม่ประสบความสำเร็จ จนพวกเรานำบทเรียนเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเอง การที่พวกเราปรับเปลี่ยนแนวจากอัลบั้มแรกที่ดนตรีหนักๆ และเนื้อหาที่จัดจ้านมาเป็นผลงานเพลงในปัจจุบันนั้น มันมาจากประสบการณ์พวกเราเองครับ”

 

 

ชีวิตศิลปินที่ไม่ชอบอยู่บนเวที

วง Klear เป็นศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องการลงมาร้องเพลงกับคนดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในร้านอาหารหรืองาน Event ตามห้าง โดยแพท นักร้องนำ เองก็ได้เผยที่มาของธรรมเนียมนี้ว่า

แพท : “ตอนแรกพวกเราเป็นวงที่ขี้อายมาก เลยคิดว่าเวทีเป็นกำแพงและทำให้ผู้ชมและพวกเราอาย ทางวงเลยทำลายเส้นกั้นนั้น พวกเราทุกคนอย่าง แพท, คี และ นัท จะลงมาเล่นกับแฟนเพลงตลอด ยกเว้น พี่ นัฐ มือกลองที่ต้องประจำอยู่กับที่ พวกเราก็เดินไปทั่วร้าน มีป้อนอาหารให้คนดูบางทีก็แอบกินเองก็มีเพราะบางร้านอาหารอร่อย” (หัวเราะ)

 

จากวงดนตรีที่คนไม่รู้จักตัวตน สู่ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับมั่นคง 

 

แพท : “พวกเราดีใจมากค่ะ เพราะมันเป็นปัญหาที่หลายคนเคยบอกมาว่า หลายคนไม่รู้จักตัวตน ถึงแม้จะมีเพลง “รักไม่ต้องการเวลา” และ “คำยินดี” คือตอนนั้นคนไม่รู้จักศิลปินที่ทำเพลง คือพวกเราก็คุยกันว่าจะทำอย่างไรให้คนรู้จักตัวตน ก็จะมีการให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และสื่อต่างๆที่ปล่อยออกมาพร้อมเพลง และพยายามออกไปรู้จักแฟนเพลงมากขึ้น รวมถึงการทำเพจในโลกโซเชียล พวกเราก็จะพูดคุยกับแฟนๆ มากขึ้นจนทำให้ทุกคนใกล้ชิดมากขึ้น และรู้จักมาก คือเปลี่ยนจากคนที่รู้จักชื่อ กลายเป็นคนที่สนิทและเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ”

 

 

นอกจากจะเป็นวงดนตรีที่มีความสามารถในการทำเพลง และแสดงสดที่ไม่เป็นรองใครแล้ว สิ่งที่ทำให้แฟนเพลงชื่นชอบวง Klear คือความน่ารักและเป็นกันเองของเหล่าสมาชิกที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยนอกจากข่าวคราวของวงแล้วสามารถฟังผลงานเพลงทั้งหมดของวง Klear ได้ที่ JOOX และ Sanook! Music เลยครับ

ขอบคุณภาพจาก Facebook วง Klear Patklear

Story : Sidhipong W.