The TOYS กับชีวิตที่พลิกผันจนเป็นนักร้อง (พร้อมสอนท่อนเเร็พเพลง "ก่อนฤดูฝน")

The TOYS กับชีวิตที่พลิกผันจนเป็นนักร้อง (พร้อมสอนท่อนเเร็พเพลง "ก่อนฤดูฝน")
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้จะเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่เพิ่งปล่อยเพลงออกมาขึ้นชาร์ต แต่ผลงานเพลงของ The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน) อย่างซิงเกิล "ก่อนฤดูฝน" ก็ได้สร้างความฮือฮามากจากดนตรีที่ไพเราะและท่อนแร็พที่เร็ว จนศิลปินและคนดังนำมาคัฟเวอร์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดทาง Sanook! Music ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มทอย ถึงการทำงานเพลง และเบื้องหลังท่อนแร็พที่สร้างความฮือฮาด้วย

 

 

 

ชมคลิปการสอนแร็พเพลง หน้าหนาวที่แล้ว - The Toys แบบคำต่อคำได้ที่นี่

 

ก่อนหน้าที่จะมาเป็นนักร้อง ทอยเองได้เริ่มงานในฐานะโปรดิวเซอร์ ตั้งแต่อายุ 17 เลย เรามาทำงานตรงนี้ได้อย่างไร

The TOYS : เหมือนตอนนั้นมีรุ่นพี่มาให้อัดเพลง และเขารู้จักรุ่นพี่ในวงการ ก็เลยให้ผมอัดเพลงก่อน ก็เริ่มจากการอัดกีต้าร์ อัดหลายๆเพลงจนได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ครับ

 

ตอนที่เราเป็นโปรดิวเซอร์ เราได้ทำงานกับศิลปินท่านไหนบ้าง

The TOYS : ก็มีโปรเจ็คเพลงคัฟเวอร์ของ ทอม Room39 (อิศรา กิจนิตย์ชีว์) เพลง Closer ที่ฟีทกับ เบียร์ The Voice (ภัสรนันท์ อัษฎมงคล) และก็เพลง บ่น ของวง พริกไทย ครับ ก็ไปติดชาร์ตอันดับ  1 ที่ประเทศลาวด้วยครับ ปัจจุบันก็ทำเพลงให้ นิว จิ๋ว, Retrospect และก็เคยร่วมทำเพลง "ฮู้ฮู" ของวง Potato ด้วยครับ

 

ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าถึงแม้จะเป็นลูกหลานศิลปินดัง แต่ครอบครัวคุณก็ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการเป็นศิลปิน อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณยืนหยัดที่จะก้าวต่อไป

The TOYS : เหมือนผมชอบทำเพลง ชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่ทำเพลงก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็พยายามหาวิธีให้ตัวเองได้ทำเพลง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาไกลและทำงานกับศิลปินที่ชอบอะครับ

 

ตอนแรกทอยคิดจะมาเป็นเบื้องหน้าไหม หรือวางแผนจะทำเพลงเบื้องหลังอย่างเดียว

The TOYS : ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็นเบื้องหน้าเลยครับ เพราะอยากสร้างผลงานเพลงในฐานะคนเบื้องหลังมากกว่าครับ

 

 

 

อีกหนึ่งความสำเร็จของทอยที่คนมักจะพูดถึงกัน ก็คือการคว้าแชมป์กีต้าร์ Overdrive โดยไม่มีกีต้าร์เป็นของตัวเอง อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเข้าแข่งทั้งที่ไม่พร้อม

The TOYS : คือผมชอบรายการนี้ครับ ติดตามตั้งแต่ปีแรก และดูมาทุกปี พอมีปีหนึ่งก็อยากลงสนุกๆเลยลงสมัครวันสุดท้าย คือเปิดรับสมัคร 30 วันผมลงชื่อวันสุดท้ายเลย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพรากีต้าร์ก็ไม่มี พอดีมีเพื่อนเอากีต้าร์มาให้เปลี่ยนสาย ก็เลยขอยืมไปถ่ายคลิปเพื่อนถามว่าเอาไปทำอะไร ก็บอกว่ายืมถ่ายคลิป พอเวลาผ่านไปก็ได้เข้ารอบสุดท้าย ก็ไปยืมกีต้าร์พี่แชมป์ Instinct เขาก็ให้ยืมไปแข่งจนรอบสุดท้ายครับ ก็ยืมทุกอย่างเลยครับ (หัวเราะ)

 

คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้แชมป์รายการ Overdrive ในตอนนั้น

The TOYS : งงๆครับ คือถึงแม้ผมจะเล่นกีต้าร์มาตั้งแต่เจ็ดขวบ แต่รายการนี้มันยากมากที่จะได้รางวัลชนะเลิศ คือรุ่นพี่ไปแข่งหลายปีก็ถึงจะเข้ารอบ ก็ตกใจว่าเราทำได้จริงเหรอ ทำไมเราทำได้ ก็ตกใจครับ

 

ผลงานเพลงที่ทำให้หลายคนรู้จักทอยก็คือเพลง หน้าหนาวที่แล้ว จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เป็นอย่างไร

The TOYS : จุดเริ่มต้นคือผมเอาเพลงนี้ไปขายค่ายเพลง แต่เขาปฏิเสธกลับมา เพราะบอกว่าไม่น่าดังเลยไม่ได้ซื้อ ผ่านไปก็รู้สึกเสียดายเพราะเราใช้เวลานานในการแต่งมาก เอาไปเปลี่ยนเป็นเงินก็ไม่ได้เลยลองหาใครมาร้องสำเนียงแบบนี้ พอหาไปก็หาไม่ได้เลยร้องเพลงนี้เองและปล่อยลงยูทูปเลยครับ

 

เพลง หน้าหนาวที่แล้ว ใช้เวลานานมากที่จะประสบความสำเร็จ คุณคาดหวังไหมว่าเพลงนี้ประสบความสำเร็จ

The TOYS : ไม่เลยครับ ตอนแรกคิดว่ามีคนดูแค่สี่ห้าพันคนก็ดีใจแล้วครับ

 

 

 

สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจเพลง หน้าหนาวที่แล้ว ก็คือท่อนเริ่มเพลงอย่าง “เด็กสมัยนี้โตวัยเนอะ”  ทำไมคุณถึงใส่ท่อนนี้เข้ามาในเพลง

The TOYS : คือผมชอบฟังเพลงอาร์แอนด์บีต่างชาติ แล้วผมสังเกตว่าทำไมเพลงสากล ต้องมีท่อนแบบ Oh! Baby หรืออะไรแบบนี้ เลยคิดว่าถ้ามีท่อนแบบนี้ในเพลงไทยคงจะแปลกดี ก็เลยหยิบมาใส่

 

ล่าสุดเพลง หน้าหนาวที่แล้ว ก็มีคนเอามาคัฟเวอร์เยอะมาก อย่างเช่นคุณทอม Room39 รู้สึกอย่างไรที่ได้ฟังเวอร์ชั่นทอม

The TOYS : ผมอยากยกเพลงนี้ให้พี่เขาไปเลย มันไม่ควรเป็นเพลงของผมแล้วครับ (หัวเราะ)

 

ปกติแฟนเพลงจะเห็นทอยทำเพลงแนวอาร์แอนด์บีเป็นหลัก ทำไมถึงเลือกทำเพลงแนวนี้ออกมา

The Toys : มันเบาดีครับ เสียงของผมเหมาะกับการร้องเพลงแนวนี้ ผมชอบให้เพลงมันออกมาซอฟท์ๆด้วยครับ

 

ช่วงแรกคุณทำงานในฐานะศิลปินอิสระที่ทำเพลงเอง ร้องเอง การทำงานมันยากไหมในตอนนั้น

The TOYS : ผมไม่รู้ว่ายากง่ายคืออะไร เพราะผมไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหน ผมแค่คิดว่าวันนี้ทำให้เพื่อนๆ หรือคนฟังว่ามันมีเพลงแบบนี้อยู่ คือบอกตามตรงว่าผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายในวงการนี้เลยในตอนแรกเลยครับ

 

ในตอนนี้ทอยก็ได้เข้ามาทำงานกับ What The Duck มาร่วมงานกับค่ายนี้ได้อย่างไร

The TOYS : พอเพลง "หน้าหนาวที่แล้ว" ขึ้นอันดับ 1 ก็มีหลายๆค่ายเพลงติดต่อมา ก็มาชวนผมไปทำงานด้วย ก็ตัดสินใจอยู่พักหนึ่งและเลือกค่าย What The Duck เพราะเขาให้อิสระในการทำเพลง ไม่มีกรอบ ไม่กำหนดแนว ให้ผมเริ่มงานเองจนจบขั้นตอน Mastering คนเดียวก็มีความสุขมาก การทำงานเหมือนเดิมแต่ก็เป็นระบบมากขึ้นครับ

 

ล่าสุดคุณก็ปล่อยผลงานเพลง "ก่อนฤดูฝน" ออกมา เพลงนี้มีเนื้อหาอย่างไร

The TOYS : ก็พูดถึงฝนและคนรักครับ แต่ก่อนหน้านี้เวลาฝนตกเราก็จับมือคนคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เราไม่มีคนคนนั้นอยู่เคียงข้างแล้วครับ

 

 

 

หลายคนที่ฟังเพลงนี้ จะพูดถึงกิมมิกท่อนแร็พที่ฟังไม่ออก ทำไมเราถึงตัดสินใจใส่ท่อนเพลงนี้ขึ้นมา

The TOYS : จริงๆไม่ได้ตั้งใจทำเป็นกิมมิก แต่อยากทำให้คนฟังไม่รู้เรื่องครับ เพราะผมมองว่าเพลงที่ดีต้องฟังหลายครั้งถึงจะซึมซับความหมายได้ อย่างเช่นเพลงฝรั่งที่เราฟังแล้วอยากรู้ความหมายหรือเพลงเกาหลีที่เราอยากรู้ความหมายที่แท้จริง ก็เลยทำท่อนที่คนฟังไม่ค่อยรู้เรื่องขึ้นมาครับ

 

ในส่วนของเอ็มวีเพลงนี้ ก็จะมีธีมการพยากรณ์อากาศด้วย ทำไมถึงตัดสินใจเลือกธีมนี้

The TOYS : ผมเองไม่อยากทำเอ็มวีที่มีเรื่องราวตรงไปตรงมา อย่างเอ็มวีที่ผ่านจะทำให้หลุดกรอบไปเลย อย่างในเอ็มวีนักพยากรณ์อากาศก็จะทำงานถูกพยากรณ์ถูกมาตลอด แต่มาวันนี้เขาพยากรณ์ผิด เพราะเขาเข้าใจว่าฝนและความเหงามันอยู่ตลอดและไม่สามารถพูดออกมาได้ ทำให้บอกอากาศผิดทั้งๆที่ข้างนอกแจ่มใส แต่เขาเข้าใจผิดว่าฝนตกอยู่ ความสำเร็จเพลงนี้ก็เกินคาดเลยครับ

 

หลังจากนี้จะมีเพลงเกี่ยวกับฤดูร้อนตามมาไหม

The TOYS : ไม่ครับ ไม่มีแล้วครับ (หัวเราะ)

 

ปัจจุบันนี้คุณก็ทำเพลงออกมาหลายซิงเกิ้ลแล้ว มีแพลนจะทำอัลบั้มเต็มไหม

The TOYS : ไม่ครับ คือผมไม่ชอบแพลนการทำเพลงล่วงหน้า ผมรู้สึกว่าเวลาที่เหมาะสมมันจะออกมาเอง ผมไม่อยากแพลนว่าเพลงหน้าต้องเป็นเพลงรักนะ ต้องเป็นเพลงอาร์แอนด์บีนะ ผมไม่ชอบแบบนี้ คือเมื่อถึงเวลาทุกอย่างมันจะมาเอง อย่างซิงเกิ้ลที่ผมจะออก 6 เดือนข้างหน้าผมอาจจะได้แรงบันดาลใจที่ทำให้รสนิยมการทำเพลงผมเปลี่ยนไปก็ได้ คือทำให้งานผมพัฒนาไปได้มากกว่าที่เราแพลนไว้

คลิกชมคลิป ก่อนฤดูฝน - The Toys แบบสดๆที่นี่

ในฐานะที่คุณเป็นนักแต่งเพลง คิดว่าอะไรคือลายเซ็นในการทำเพลง ที่ไม่เหมือนใครของคุณ

The TOYS : ผมว่ามันคือการนำอีกด้านของแนวเพลงมาใส่ครับ เช่นอาร์แอนด์บีก็จะเอาสกาเร็กเก้มาใส่ บางทีเวลาทำเพลงผมก็เอาอีกด้านของแนวเพลงที่ตรงข้ามกันมาใส่เพลงที่ผมทำอยู่ ให้มีกลิ่นอายแปลกๆเข้ามาในเพลง

 

นอกจากงานของตัวเองแล้ว คุณก็ทำเพลงให้ศิลปินท่านอื่นด้วย อะไรคือความท้าทายในการทำเพลงให้ศิลปินคนอื่น

The TOYS : ความท้าทายคือห้ามชอบแนวเพลงนั้นครับ เพราะถ้าเราชอบแนวเพลง เราก็จะไม่สามารถสร้างสิ่งใหม่ได้ ถ้าผมเป็นโปรดิวเซอร์ผมจะนำสิ่งที่ไม่เข้ากันมาอยู่ด้วยกัน อย่างถ้าผมเป็นนักร้อง ก็จะดูเสียงเราก่อนอย่างเช่นการทำเพลงแนวซอฟท์โทน แต่ถ้าโปรดิวซ์เราจะหาสิ่งใหม่ๆที่ไม่เข้ากัน มาเพิ่มเติมครับ

 

การทำงานศิลปะโดยเฉพาะงานเพลง ก็จะมีปัญหาในการละเมิดลิขสิทธิ์บ่อย สิ่งนี้เคยทำให้คุณท้อไหม

The TOYS : ไม่เลยครับ เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้มองเรื่องรายได้เป็นหลัก คืออยากให้คนฟังมีความสุข แค่นั้นพอครับ เรื่องเงินหรือเรื่องรายได้เป็นผลพลอยได้มากกว่าครับ

 

ปัจจุบันนี้วงการเพลงไทยเองก็ไม่ได้ทำเงินเหมือนแต่ก่อน คุณมีการวางแผนรองรับหรือแผนสำรองในอาชีพไว้บ้างหรือเปล่า

The TOYS : จริงๆมีธุรกิจทำกับที่บ้านครับ แต่การทำเพลงและโปรดิวซ์ก็จะเป็นงานหลักของผมครับ

 

 

 

หลังจากนี้มีศิลปินคนไหนที่คุณอยากร่วมงาน หรือทำเพลงด้วยในอนาคตไหม

The TOYS : มีหลายคนเลยครับ ที่ชื่นชอบแต่เด็กแต่ก็ได้ทำมาแล้ว แต่ที่ยังไม่เคยได้ทำงานด้วยก็มีพี่ ดาเอ็นโดรฟิน เพราะชอบคาแร็คเตอร์คือหลับตาฟังรู้เลยว่าเป็นพี่เขา ผมชอบทำงานกับศิลปินที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนครับ

 

การที่คุณเติบโตมาในครอบครัวที่คุณแม่และคุณป้าเป็นศิลปิน เขาได้แนะนำอะไรเกี่ยวกับการเป็นศิลปินบ้าง

The TOYS : ก็มีบ้างครับ อย่างการพูดการอะไรแบบนี้ เพราะการเป็นคนเบื้องหลังตามธรรมชาติจะพูดไม่เก่งและขี้อาย ผมก็ไม่คิดว่าจะมาเป็นนักร้องวันหนึ่ง คือปกติผมไม่พูดเลย

 

ปกติแฟนแพลงจะเห็นเราพูดน้อยมากในอดีต เรามีวิธีการฝึกเรื่องการพูดอย่างไร

The TOYS : มันค่อยๆชินขึ้นมาเองครับ พอคนคุยเรื่อยๆ แล้วเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เราตอบ ก็เลยกลับไปคิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา และก็ค่อยๆปรับครับ

 

ตอนนี้ทอยเองก็เป็นที่รู้จักระดับหนึ่งแล้ว เราวางแผนในวงการไว้อย่างไรบ้าง

The TOYS : ผมไม่ได้มองเป้าหมายไว้เลย เพราะก็มองงานหลักคือการโปรดิวซ์สร้างผลงานในฐานะคนเบื้องหลัง ไม่ได้คิดว่าต้องมาเป็นนักร้องในชื่อ The TOYS เลยครับ

 

 

 

เรียกได้ว่าผลงานที่ไม่เหมือนใครของหนุ่มทอยนั้น นอกจากจะมาจากความสามารถแล้ว ประสบการณ์และทัศนคติของเขาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผลงานเขาไม่เหมือนใครด้วย ซึ่งแฟนสามารถติดตามผลงานเพลงของเขาได้ที่ Sanook! Music และ Facebook ค่ายเพลง What the duck ได้เลยครับ

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/