คลังเล็งเก็บภาษีบินออกนอกประเทศ 1,000 บาท บวกในค่าตั๋ว คนจองไปก่อนกระทบไหม?

คลังเล็งเก็บภาษีบินออกนอกประเทศ 1,000 บาท บวกในค่าตั๋ว คนจองไปก่อนกระทบไหม?

คลังเล็งเก็บภาษีบินออกนอกประเทศ 1,000 บาท บวกในค่าตั๋ว คนจองไปก่อนกระทบไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คลังร่างภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท เก็บทุกสัญชาติ ใครต้องจ่าย ใครได้ยกเว้น? โบรกฯ ประเมินผลกระทบท่องเที่ยว

การเดินทางออกนอกประเทศอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในอนาคต หลัง กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎหมายภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยเสนอเก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ระยะแรกกำหนดอัตราสำหรับการเดินทางทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้หมายความว่าผู้เดินทางต้องจ่ายภาษีดังกล่าวแล้วในขณะนี้ โดยเปิดให้แสดงความคิดเห็นระหว่างวันที่ 30 กันยายน–29 ตุลาคม 2569

ภาษีออกนอกประเทศ 1,000 บาท ใครต้องจ่าย เก็บอย่างไร?

หลักการร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้เดินทางออกจากประเทศไทยทุกสัญชาติมีหน้าที่เสียภาษี ไม่จำกัดเฉพาะคนไทย โดยอัตราจะกำหนดผ่านกฎกระทรวง ภายใต้เพดานไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อการเดินทางออกแต่ละครั้ง ส่วนอัตราที่เสนอในระยะแรกสำหรับทางอากาศอยู่ที่ 1,000 บาทต่อครั้ง ขณะที่การเดินทางทางบกและทางน้ำจะได้รับยกเว้นในระยะแรก

สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรโดยสาร ร่างเสนอให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งหรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วเรียกเก็บภาษีพร้อมค่าโดยสาร ก่อนเดินทางออกจากประเทศ พร้อมกำหนดข้อยกเว้นสำหรับผู้เดินทางบางประเภท เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี และผู้โดยสารผ่านระหว่างประเทศที่ไม่ออกจากบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน รายละเอียดเหล่านี้ยังเป็นหลักการที่นำมารับฟังความคิดเห็น จึงต้องติดตามข้อกำหนดฉบับสุดท้ายต่อไป

ซื้อบัตรโดยสารก่อนกฎหมายใช้ จะถูกเก็บภาษีหรือไม่?

อีกประเด็นที่ผู้เดินทางควรรู้คือ ร่างเสนอให้กฎหมายมีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ใช้บังคับกับผู้ที่ซื้อบัตรโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผล แม้จะเดินทางหลังจากนั้นก็ตาม แต่เงื่อนไขนี้ยังไม่ใช่ประกาศที่มีผลใช้แล้ว เพราะต้องผ่านกระบวนการพิจารณากฎหมายก่อน ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางจึงควรติดตามสถานะจากกรมสรรพากรอย่างต่อเนื่อง

แยกจากค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้า 450 บาท

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศเป็นคนละมาตรการกับข้อเสนอ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมุ่งจัดเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์และเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศ รายได้จะนำไปใช้จัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวตามเงื่อนไข รวมถึงฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยกระทรวงได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณาแนวทางดำเนินการ

หากทั้งสองมาตรการมีผลพร้อมกันตามอัตราที่เสนอ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในข่ายต้องจ่ายทั้งขาเข้าและขาออกจะมีต้นทุนเพิ่มรวม 1,450 บาทต่อทริป นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่า คิดเป็นประมาณ 3% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ภายใต้สมมติฐานว่าทั้งสองมาตรการถูกนำมาใช้ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เริ่มเรียกเก็บแล้ว

โบรกฯ มองนักท่องเที่ยวระยะใกล้รับผลกระทบมากกว่า

ตามบทวิเคราะห์ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางระยะใกล้ เช่น อาเซียนและอินเดีย อาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนมากกว่า เพราะมีค่าใช้จ่ายต่อทริปต่ำกว่าตลาดระยะไกล โดยอิงข้อมูลปี 2568 นักท่องเที่ยวอาเซียนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 40,000 บาทต่อทริป และอินเดียประมาณ 37,000 บาท หากเพิ่มค่าใช้จ่ายอีก 1,450 บาท จะคิดเป็นประมาณ 3.6% และ 3.9% ตามลำดับ

ขณะที่นักท่องเที่ยวจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 54,000 บาท 64,000 บาท และ 88,000 บาทตามลำดับ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจำนวนเท่ากันจึงคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่า นักวิเคราะห์จึงมองว่าผลกระทบต่อตลาดเหล่านี้อาจจำกัดกว่า ทั้งนี้ การตัดสินใจเดินทางยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย และเป็นสิ่งที่ต้องติดตามหากมาตรการมีผลจริง

AAV อาจกระทบมากสุดในกลุ่ม ส่วนโรงแรมคาดกระทบจำกัด

อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่า หากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการเดินทางลดลง AAV อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มที่วิเคราะห์ เนื่องจากเป็นธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ มีฐานลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคาและสัดส่วนผู้โดยสารระยะใกล้สูง ส่วน AOT คาดได้รับผลกระทบระดับน้อยถึงปานกลาง เพราะผลประกอบการเกี่ยวข้องกับจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขณะที่ THAI และกลุ่มโรงแรม ได้แก่ AWC, CENTEL, ERW และ MINT คาดได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากเน้นลูกค้าระดับกลางถึงบนซึ่งอาจอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 33 ล้านคนในปี 2569 และ 35 ล้านคนในปี 2570 เนื่องจากทั้งสองมาตรการยังอยู่ระหว่างพิจารณา พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยระบุหุ้นเด่นเป็น ERW ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท, CENTEL 47 บาท และ AOT 72 บาท ตัวเลขประมาณการและราคาเป้าหมายเหล่านี้เป็นมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์ตามบทวิเคราะห์ที่นำเสนอ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

ผู้เดินทางยังต้องรอข้อสรุป ก่อนมีการจัดเก็บจริง

สาระสำคัญในขณะนี้คือ ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาทยังเป็นข้อเสนอที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็น ส่วนค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ผู้เดินทางจึงไม่ควรนำสองตัวเลขมารวมเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแล้วทันที ต้องรอติดตามกฎหมาย ประกาศ เงื่อนไขยกเว้น และวันเริ่มใช้ที่ชัดเจนก่อน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล