ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันรอบใหม่ ฮั่วเซ่งเฮงชี้ทิศทาง “ราคาทองคำ” ส่อพักฐานหรือพุ่งต่อ?

จับตาศึกชี้ชะตาทองคำ! สหรัฐฯ-จีน นัดถกใหญ่ ฮั่วเซ่งเฮงเตือน 2 ขั้วผลกระทบที่นักลงทุนต้องระวัง
ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมสุดยอดระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” ในวันที่ 24 กันยายนนี้ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกำหนดทิศทางราคาทองคำระยะสั้น โดย “ฮั่วเซ่งเฮง” ประเมินว่าผลการเจรจาจะสะท้อนระดับความเสี่ยงของตลาด และส่งผลโดยตรงต่อการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก
แม้ตลาดจะไม่คาดหวังถึง “ดีลประวัติศาสตร์” ที่สามารถยุติข้อพิพาทเชิงโครงสร้างระหว่างสหรัฐฯ และจีนได้ในคราวเดียว แต่การพบกันครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายลง หรือพร้อมจะปะทุขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทองคำทันที
4 วาระสำคัญบนโต๊ะเจรจา สหรัฐฯ-จีน
-
สงครามการค้าและกำแพงภาษี: ปัจจัยชี้ชะตาการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ตลาดรอลุ้นการขยายเวลา “พักรบทางภาษี” และการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ของจีน หากบรรลุข้อตกลงได้จะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ แต่หากล้มเหลว ตลาดอาจเข้าสู่โหมดกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวทันที
-
การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและ AI: ประเด็นข้อพิพาทด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง แม้โอกาสยุติการแข่งขันจะมีน้อย แต่หากมีกรอบความร่วมมือหรือกลไกลดความเสี่ยง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น
-
บทบาทในตะวันออกกลางและอิหร่าน: สหรัฐฯ คาดหวังให้จีนใช้ความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรการค้าและสมาชิก BRICS+ เข้ามาช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์น้ำมันและความขัดแย้งในภูมิภาค
-
ความเปราะบางของประเด็น “ไต้หวัน”: จุดที่มีความอ่อนไหวสูงที่สุด หากท่าทีหลังการประชุมส่งสัญญาณตึงเครียดขึ้น อาจเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง แล้วโยกเงินกลับเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็ว
ถอดรหัสผลลัพธ์: ราคาทองคำจะไปทางไหนต่อ?
ฮั่วเซ่งเฮงแบ่งฉากทัศน์ทิศทางราคาทองคำออกเป็น 2 มุมมองหลัก:
-
กรณีที่ 1: เจรจาราบรื่น (ทองคำเสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร)
หากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีประนีประนอม ขยายเวลาพักรบ และลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลในตลาดจะลดลง ส่งผลให้นักลงทุนหันกลับไปเปิดรับความเสี่ยงในตลาดหุ้น ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จึงอาจชะลอตัว และทำให้ราคาทองคำเกิดการ “พักฐานในระยะสั้น”
จุดที่ต้องระวัง: หากบอนด์ยีลด์ (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ) และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกัน จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทองคำย่อตัวลึกขึ้น
-
กรณีที่ 2: การเจรจาสะดุด (แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนทอง)
หากการประชุมไร้ข้อสรุป หรือมีสัญญาณขู่ใช้มาตรการภาษี-คว่ำบาตรเทคโนโลยีรอบใหม่ ตลอดจนความขัดแย้งเรื่องไต้หวันและตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ตลาดจะกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น
ข้อควรระวัง: หากความขัดแย้งดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อให้พุ่งสูง จนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น ดอลลาร์ที่แข็งค่าอาจเข้ามาสกัดช่วงขาขึ้นของทองคำได้เช่นกัน
สิ่งที่นักลงทุนต้องประเมิน
หัวใจสำคัญของการประชุมรอบนี้ ไม่ใช่แค่การนับว่ามีสัญญากี่ฉบับที่เซ็นร่วมกัน แต่คือ “ความไม่แน่นอนของตลาดโลกหลังการประชุม ลดลงหรือเพิ่มขึ้น”
นักลงทุนทองคำจึงควรจับตาท่าทีหลังแถลงการณ์ ควบคู่ไปกับ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อวางแผนกลยุทธ์การซื้อ-ขายให้สอดรับกับการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนโลกอย่างทันท่วงที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


