ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันรอบใหม่ ฮั่วเซ่งเฮงชี้ทิศทาง “ราคาทองคำ” ส่อพักฐานหรือพุ่งต่อ?

ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันรอบใหม่ ฮั่วเซ่งเฮงชี้ทิศทาง “ราคาทองคำ” ส่อพักฐานหรือพุ่งต่อ?

ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันรอบใหม่ ฮั่วเซ่งเฮงชี้ทิศทาง “ราคาทองคำ” ส่อพักฐานหรือพุ่งต่อ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จับตาศึกชี้ชะตาทองคำ! สหรัฐฯ-จีน นัดถกใหญ่ ฮั่วเซ่งเฮงเตือน 2 ขั้วผลกระทบที่นักลงทุนต้องระวัง

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมสุดยอดระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” ในวันที่ 24 กันยายนนี้ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกำหนดทิศทางราคาทองคำระยะสั้น โดย “ฮั่วเซ่งเฮง” ประเมินว่าผลการเจรจาจะสะท้อนระดับความเสี่ยงของตลาด และส่งผลโดยตรงต่อการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก

แม้ตลาดจะไม่คาดหวังถึง “ดีลประวัติศาสตร์” ที่สามารถยุติข้อพิพาทเชิงโครงสร้างระหว่างสหรัฐฯ และจีนได้ในคราวเดียว แต่การพบกันครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายลง หรือพร้อมจะปะทุขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทองคำทันที

4 วาระสำคัญบนโต๊ะเจรจา สหรัฐฯ-จีน

  1. สงครามการค้าและกำแพงภาษี: ปัจจัยชี้ชะตาการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ตลาดรอลุ้นการขยายเวลา “พักรบทางภาษี” และการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ของจีน หากบรรลุข้อตกลงได้จะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ แต่หากล้มเหลว ตลาดอาจเข้าสู่โหมดกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวทันที

  2. การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและ AI: ประเด็นข้อพิพาทด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง แม้โอกาสยุติการแข่งขันจะมีน้อย แต่หากมีกรอบความร่วมมือหรือกลไกลดความเสี่ยง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น

  3. บทบาทในตะวันออกกลางและอิหร่าน: สหรัฐฯ คาดหวังให้จีนใช้ความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรการค้าและสมาชิก BRICS+ เข้ามาช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์น้ำมันและความขัดแย้งในภูมิภาค

  4. ความเปราะบางของประเด็น “ไต้หวัน”: จุดที่มีความอ่อนไหวสูงที่สุด หากท่าทีหลังการประชุมส่งสัญญาณตึงเครียดขึ้น อาจเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง แล้วโยกเงินกลับเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็ว

ถอดรหัสผลลัพธ์: ราคาทองคำจะไปทางไหนต่อ?

ฮั่วเซ่งเฮงแบ่งฉากทัศน์ทิศทางราคาทองคำออกเป็น 2 มุมมองหลัก:

  • กรณีที่ 1: เจรจาราบรื่น (ทองคำเสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร)

    หากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีประนีประนอม ขยายเวลาพักรบ และลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลในตลาดจะลดลง ส่งผลให้นักลงทุนหันกลับไปเปิดรับความเสี่ยงในตลาดหุ้น ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จึงอาจชะลอตัว และทำให้ราคาทองคำเกิดการ “พักฐานในระยะสั้น”

    จุดที่ต้องระวัง: หากบอนด์ยีลด์ (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ) และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกัน จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทองคำย่อตัวลึกขึ้น

  • กรณีที่ 2: การเจรจาสะดุด (แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนทอง)

    หากการประชุมไร้ข้อสรุป หรือมีสัญญาณขู่ใช้มาตรการภาษี-คว่ำบาตรเทคโนโลยีรอบใหม่ ตลอดจนความขัดแย้งเรื่องไต้หวันและตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ตลาดจะกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น

    ข้อควรระวัง: หากความขัดแย้งดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อให้พุ่งสูง จนธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น ดอลลาร์ที่แข็งค่าอาจเข้ามาสกัดช่วงขาขึ้นของทองคำได้เช่นกัน

สิ่งที่นักลงทุนต้องประเมิน

หัวใจสำคัญของการประชุมรอบนี้ ไม่ใช่แค่การนับว่ามีสัญญากี่ฉบับที่เซ็นร่วมกัน แต่คือ “ความไม่แน่นอนของตลาดโลกหลังการประชุม ลดลงหรือเพิ่มขึ้น”

นักลงทุนทองคำจึงควรจับตาท่าทีหลังแถลงการณ์ ควบคู่ไปกับ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อวางแผนกลยุทธ์การซื้อ-ขายให้สอดรับกับการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนโลกอย่างทันท่วงที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล