คลังชง "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้า ครม. 19 พ.ค. 69 รัฐจ่าย 60% ประคองเศรษฐกิจ

คลังชง "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้า ครม. 19 พ.ค. 69 รัฐจ่าย 60% ประคองเศรษฐกิจ

คลังชง "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้า ครม. 19 พ.ค. 69 รัฐจ่าย 60% ประคองเศรษฐกิจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คลังชง ครม. เคาะไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส วันนี้ (19 พ.ค. 69) รัฐจ่าย 60% ประชาชน 40% หวังบรรเทาภาระประชาชน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติ โดยมาตรการนี้จะเข้ามาเป็นกลไกหลักในการดูแลปากท้องของประชาชน และประคองเศรษฐกิจไทยท่ามกลางมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และกำลังซื้อที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างน่ากังวล

ปรับสูตรใหม่ "รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40" ต่อยอดคนละครึ่ง

สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ถือเป็นการพัฒนาและอัปเกรดต่อยอดมาจากโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประคองเศรษฐกิจซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพอย่างรุนแรง

การปรับรูปแบบเกณฑ์การช่วยเหลือให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้:

  • รัฐบาลช่วยจ่าย: 60%

  • ประชาชนจ่ายเอง: 40%

  • เป้าหมายหลัก: กระจายเม็ดเงินลงสู่ร้านค้ารายเล็ก ร้านโชห่วย และเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกที่ยืดเยื้อจนส่งผ่านต้นทุนมายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

“วิกฤตครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤต 3 ระลอก ลูกแรกคือ พลังงาน ลูกที่สองคือต้นทุน และลูกที่สามกำลังจะกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ ถ้าเราไม่เข้าไปดูแล อาจเกิดภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งของแพง กำลังซื้อหด และเศรษฐกิจชะลอตัว หากไม่มีมาตรการรองรับ จะกระทบต่อปากท้องประชาชนอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง” นายเอกนิติ กล่าว

อัดงบ 2 แสนล้านบาท พยุงเศรษฐกิจฐานราก

รัฐบาลประเมินว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิวัฒนาการขั้นที่ 3 คือ "วิกฤตค่าครองชีพและปากท้อง" ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากแรงกดดันอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่พุ่งสูงถึง 2.9% ในขณะที่กำลังซื้อและความต้องการของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณ วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการนี้

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอ แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ ครม. พิจารณาควบคู่กันไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางการคลัง และป้องกันไม่ให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการตกงานในอนาคต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล