Forex vs Forex-3D ชื่อคล้ายกัน แต่อันไหน "แท้-เทียม"? เช็กกลโกงแชร์ลูกโซ่ที่นี่

Forex vs Forex-3D ชื่อคล้ายกัน แต่อันไหน "แท้-เทียม"? เช็กกลโกงแชร์ลูกโซ่ที่นี่
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

Forex vs Forex-3D ชื่อคลายกันราวกับแกะ แต่จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็น "แชร์ลูกโซ่" เช็กกลโกงได้ที่นี่

จากกรณีที่ Forex-3D อ้างทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์นำเงินไปซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ ใน Forex พร้อมกับการันตีอย่างมั่นใจว่าทำกำไรได้เนื้อเน้นๆ โดยให้ผลตอบแทน 60-40 เรียกว่าผู้ลงทุนรวยได้โดยไม่ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการลงทุน สร้างความฮือฮาให้คนทั่วไปอย่างมาก แม้ในช่วงแรกผู้ลงทุนจะได้รับเงินตอบแทนตามกำหนด แต่ระยะหลังๆ เริ่มมีสะดุดโดยที่ทาง Forex-3D ยกคำสารพัดจะอ้างเพื่อเตะถ่วง ยื้อเวลาผู้ที่หลงเชื่อลงทุนต่อไปให้นานที่สุด จนมีจำนวนผู้เสียหายมากกว่า 8,000 ราย มูลค่าความเสียหายเกือบ 2.5 พันล้านบาทเลยทีเดียว

แม้ว่าชื่อตลาด Forex กับ Forex-3D ที่อ้างเป็นโบรกเกอร์จะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ ไส้ในที่จะแสดงให้เห็นว่า "แท้-เทียม" เป็นอย่างไร Sanook Money ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้อ่านได้จับสังเกตว่าหากเจอธุรกิจการลงทุนที่มีลักษณะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่จะได้ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น

Forex คือ ตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน

Forex (Foreign Exchange) คือ ตลาดที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งราคาจะผันแปรตาม Demand และ Supply ของแต่ละสกุลเงิน โดยขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ทองคำ สภานการณ์บ้านเมือง-เศรษฐกิจ

ซึ่งการซื้อขายเงินสกุลใหญ่ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), เยน (JPY) ในอดีตผู้เล่นในตลาด Forex จำกัดอยู่ในกลุ่มสถาบันการเงินใหญ่ๆ ธนาคาร ปัจจุบันระบบการเทรดออน์ไลน์มีนักลงทุนรายย่อยเข้าลงทุนผ่านบริษัทโบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อ-ขาย ไปยังตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศทันทีที่ได้รับคำสั่ง

ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากมีมูลค่าซื้อขายต่อวันสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่าสูงกว่า ตลาดหุ้น NYSE ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน อีกทั้งมีความเสี่ยงสูง ผู้ที่สนใจลงทุนต้องสมัคร เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ เพราะปัจจุบันการเทรด Forex ในไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้ยังไม่มีสถาบันการเงินไทย หรือผู้ให้บริการเทรด Forex ในไทย รองรับการลงทุนในประเภทนี้

Forex-3D คือ แชร์ลวงมโหฬาร คนดังเอี่ยวพรึ่บ!

Forex-3D อ้างว่า บริษัทฯ เป็นโบรกเกอร์ชวนระดมทุนคนละหลายหมื่นบาท นำเงินไปเทรด Forex เพื่อทำกำไรและมาแบ่งสัดส่วนที่ลงทุนไว้ในสัดส่วนที่เจ้าของเงินจะได้ 60 ส่วนโบรกเกอร์ 40 พร้อมกันเน้นย้ำให้เครือข่ายชวนคนลงทุนเพิ่ม หากต้องการวงเงินปันผลที่จะได้รับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก รวบรวมผู้โดนโกง จาก Forex 3d ระบุว่า มหากาพย์ FOREX 3D แชร์ลูกโซ่ ครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ไว้ดังนี้

  1. FOREX 3D อ้างว่ามีทีมงานเทรดที่ดีที่สุดในโลก สามารถคาดการณ์การขึ้นลงของสกุลเงินตราต่างๆทั่วโลกได้อย่างแม่นยำโดน สามารถทำกำไรให้ได้ถึง 10% ต่อเดือน
  2. ที่น่าตกใจกว่าคือ เจ้าของบริษัท Forex 3D ที่สามารถคิเทรดได้นี้มีอายุไม่ถึง 26 ปี เป็นเด็กหนุ่มที่เคยออกข่าวว่าเคยทำศัลยกรรม ถึง 16 ครั้งในอายุเพียง 17 ปี
  3. หนุ่มคนนี้ชื่อว่านาย อภิรักษ์ โกฎธิ (ใช้ชื่อใน facebook : Apiruk Kothi)
  4. โดยรูปแบบการลงทุน Forex 3D นั้นง่ายๆ เพียงแค่คุณโอนเงินไปจำนวนนึงเข้าบัญชีบริษัท RMS Familia คุณก็จะมีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนไป 10-15% ทุกเดือนๆ
  5. นอกจากนี้ถ้าคุณแนะนำคนรู้จักให้เข้ามาลงทุนใน Forex 3D คุณยังจะได้รับผลตอบแทนจากการแนะนำเพื่อนมาลงทุนตั้งแต่ 5% ของปันผลที่เพื่อนคุณมาลงทุน เช่น คุณลงทุน 200,000 บาท ทุกๆ เดือนคุณจะได้เงินปันผล 20,000 บาท ในระหว่างนี้ ถ้าคุณชวนเพื่อนคุณมาลงทุนอีก 1,000,000 บาท เพื่อนคุณจะได้ผลตอบแทนอีก เดือนละ 100,000 บาททุกเดือน สำหรับคนที่แนะนำ คุณจะได้ปันผล อีก 5%ของ 100,000 บาท เท่ากับว่าจะได้เงินถึง 20,000 บาทจากเงินต้นของคุณ และ 5,000 บาท จากปันผลของคนที่คุณแนะนำมาไปเรื่อยๆ ทุกเดือน
  6. ด้วยผลตอบแทนที่เย้ายวนใจ และเปิดมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ทำให้ Forex 3D มีสมาชิกในปัจจุบันกว่า 80,000 คน รวมประมาณการเงินลงทุนเฉลี่ยคนละ 500,000 บาท คาดว่า จะมีเงินทุนที่อยู่ใน Forex-3D ครั้งนี้กว่า 40,000 ล้านบาท ใหญ่และเสียหายกว่าแชร์แม่ฉม้อย 10 เท่า
  7. ตั้งแต่ต้นปี 2019 ที่ผ่านมาทาง Forex 3D เริ่มมีการจ่ายปันผลช้า และอาการเริ่มหนักขึ้นมากๆ ตั้งแต่ช่วง เดือน พ.ค. ในปีเดียวกัน

สังเกตได้ว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ "ผลตอบแทน" ที่บริษัทฯ อ้างให้มากเกินความเป็นจริง เอาง่ายๆ ให้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารเสียอีก แถมเน้นย้ำให้ "ชวนคนลงทุนเพิ่ม" เพื่อรับเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน และสิ่งสำคัญ คือ ธุรกิจกลุ่มนี้ มักจะเล่นกับ "ความโลภ" ของคนเป็นหลัก ฉะนั้น หากเจอการลงทุนที่เข้าข่ายในลักษณะดังกล่าวขอให้พึงระวัง เลี่ยงได้เลี่ยง ห่างได้ห่าง เพราะสุดท้ายคนที่มีความโลภจะตกเป็นเหยื่อของคนกุมเกมที่ฉลาดแกมโกง