ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง5.69 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (1 เม.ย.) ขยับลง 5.69 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 14,572.85 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 7.02 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 1,562.17 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 28.35 จุด หรือ 0.87% ปิดที่ 3,239.17 จุด หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าภาคการผลิตชะลอตัวลงในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ขยับลงเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ยอดการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นในเดือนก.พ.   ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันหลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตของสหรัฐขยายตัวชะลอลงผิดคาดแตะ 51.3 ในเดือนมี.ค. จาก 54.2 ในเดือนก.พ. โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าดัชนีภาคการผลิตสหรัฐจะมีการขยายตัวใกล้เคียงกับในเดือนก.พ.   ส่วนดัชนีย่อยอื่นๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกันในเดือนที่แล้ว โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ในเดือนมี.ค.ลดลงมาอยู่ที่ 51.4 จาก 57.8 ในเดือนก.พ. ขณะที่ดัชนีการผลิตอยู่ที่ 52.2 ในเดือนที่แล้ว. ซึ่งปรับลงจาก 57.6 ในเดือนก.พ. และดัชนีสินค้าคงคลังในเดือนมี.ค.อ่อนแรงลงที่ 49.5 ซึ่งหดตัวลงจาก 51.5 ในเดือนก่อนหน้า   แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ดัชนีที่เคลื่อนตัวสูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลสำรวจของมาร์กิตที่ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นแตะ 54.6 จาก 54.3 ในเดือนก.พ.   ทั้งนี้  ตลาดหุ้นนิวยอร์กขยับลงเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 8.8513 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากที่การใช้จ่ายได้หดตัวลง 2.1% ในเดือนม.ค. เพราะได้แรงหนุนจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างในเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น