ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น35.17จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 35.17 จุด หรือ 0.25% แตะที่ 14,089.66 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 3.52 จุด หรือ 0.23% แตะที่ 1,518.20 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 9.55 จุด หรือ 0.30% แตะที่ 3,169.74 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยบรรเทาปัจจัยลบที่เกิดจากความวิตกกังวลในเรื่องมาตรการลดรายจ่ายของสหรัฐ   ทันทีที่เปิดตลาด ดัชนีอ่อนแรงลงเนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายถูกปกคลุมด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากมาตรการปรับลดงบรายจ่ายโดยอัตโนมัติของรัฐบาลกลางสหรัฐที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวานนี้ โดยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันประสบความล้มเหลวในการหาทางออกร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดลดงบประมาณแบบอัตโนมัติกว่า 85 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อตัวแทนจากพรรคเดโมเครตเรียกร้องให้มีการขึ้นภาษีกับคนรวย ขณะที่ทางพรรครีพับลีกันคัดค้านการเก็บภาษีเพิ่ม   ความล้มเหลวในการหาทางออกร่วมกันนั้น ส่งผลให้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ต้องหามาตรการใหม่จัดการกับแผนตัดลดงบประมาณดังกล่าว โดยปธน.โอบามาจะเข้าพบกับสมาชิกระดับสูงของสภาคองเกรสในวันนี้เพื่อรือถึงทางออกอีกครั้ง   อย่างไรก็ตาม ตลาดดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส โดยสถาบันจัดการอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.พ. จากระดับ 53.1 ในเดือนม.ค. นับเป็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี นอกจากนี้ ยังดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 52.5 และดีกว่าข้อมูลของประเทศเศรษฐกิจรายใหญ่อื่นๆ   ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือนก.พ.โดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เพิ่มขึ้นแตะ 77.6 จากระดับ 73.8 ในเดือนม.ค. ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะอยู่ที่ 76.3 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.พ.   ส่วนดัชนีคาดการณ์สำหรับช่วง 6 เดือนจากนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ติดตามทิศทางการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้นแตะ 70.2 จาก 66.6 ในเดือนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นจาก 68.7 ในช่วงต้นเดือนก.พ.