ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง129.71 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ร่วงลง 129.71 จุด หรือ 0.93% ปิดที่ 13,880.08 จุด ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 17.46 จุด หรือ 1.15% ปิดที่ 1,495.71 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 47.93 จุด หรือ 1.51% ปิดที่ 3, 131.17 จุด เนื่องจากนักลงทุนเข้าเทขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์ทะยานขึ้นปิดที่เหนือระดับ 14,000 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่ายอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยเกินคาด   ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันตั้งแต่เปิดทำการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์ทะยานขึ้นปิดที่เหนือระดับ 14,000 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา   ตลาดได้รับแรงกดดันมากขึ้นเมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2% สำหรับยอดสั่งซื้อภาคโรงงานในเดือนพ.ย.ถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 0.3% จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนต.ค.   นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากสถานการณ์ไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป โดยนายกรัฐมนตรี มาริอาโน ราฮอย ของสเปนกำลังถูกกดดันจากฝ่ายค้านให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่เขามีส่วนพัวพันในกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต ขณะที่การเมืองอิตาลีก็กำลังร้อนแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนวิตกว่าหากนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีกลับสู่อำนาจอีกครั้งในการเลือกตั้งทั่วไปช่วงปลายเดือนนี้ ก็อาจจะส่งผลต่อความต่อเนื่องในการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของประเทศซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้เริ่มต้นเอาไว้ โดยโพลล์ล่าสุดชี้ว่านายแบร์ลุสโคนีกำลังมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น   นักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่การประชุมครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น อีซีบีมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% และไม่ได้ประกาศใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม เพราะต้องการจะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและรอดูโอกาสที่เหมาะสมก่อนที่จะเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่